ศาลเชียงรายนัดไต่สวน 2 ตัวแทนชุมชน หลังร้องเพลงซอคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะป่าหุ่ง ชาวบ้านย้ำแค่ปกป้องบ้านเกิด

Date:

ภาพ: วชิรญาณ์ วิรัชบุญญากร

1 ธันวาคม 2568 ที่ศาลจังหวัดเชียงราย พันโทสมเจต ช่างซอ หรือ ‘ผู้พันเจต’ และตรีวัตน์ วงศ์ขุนสุววรณ ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะป่าหุ่ง พร้อมทนายความ เดินทางเข้าร่วมการไต่สวนมูลฟ้อง หลังถูกนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ป่าหุ่ง ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยมีชาวบ้านจาก ‘กลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าทานตะวัน’ ในตำบลทานตะวัน ตำบลแม่เย็น และตำบลม่วงคำ กว่า 70 คน เดินทางมาร่วมให้กำลังใจ และติดตามความคืบหน้าคดีบริเวณสวนสาธารณะแม่ฟ้าหลวง ข้างศาลจังหวัดเชียงราย

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ผู้พันเจต ได้รับหมายศาลเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 โดยถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 500,000 บาท จากการขึ้น เวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นกรณีโรงไฟฟ้าขยะป่าหุ่ง ของ อบต. ป่าหุ่ง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม และได้ขับร้อง ‘เพลงซอ’ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการ ‘คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าขยะป่าหุ่ง’ 

ต่อมาวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ตรีวัตน์ วงศ์ขุนสุววรณ ชาวบ้านตำบลแม่เย็น และหนึ่งในกลุ่มผู้คัดค้านโครงการ ก็ได้รับหมายศาลเช่นเดียวกัน สาเหตุมาจากการเผยแพร่คลิปวิดีโอการขับร้องเพลงซอของผู้พันเจต ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กของตน

ย้ายพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าขยะป่าหุ่ง จุดเริ่มต้นข้อกังวลของชุมชน

เดิมโครงการโรงไฟฟ้าขยะป่าหุ่งได้รับอนุมัติให้ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 12 บ้านห้วยประสิทธิ์ ตำบลป่าหุ่ง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย แต่ต่อมา อบต.ป่าหุ่งได้รับหนังสือจากสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ แจ้งการพบโบราณสถานสันกู่ในพื้นที่ก่อสร้าง และกู่หัวแมนในพื้นที่หมู่ 18 บ้านท่าดีหมี ตำบลเมืองพาน ทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการในพื้นที่เดิมได้

หลังจากนั้น อบต.ป่าหุ่งได้ทบทวนข้อมูลและสำรวจพื้นที่ใหม่ จนพบว่าตำบลทานตะวันและตำบลแม่เย็นในอำเภอพานเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกว่า โดยเสนอจุดก่อสร้างที่เป็นไปได้ 3 แห่ง ได้แก่ บ้านท่าหล่ม หมู่ 4 ตำบลทานตะวัน บ้านสันไม้ฮาม หมู่ 6 และบ้านสันติสุข หมู่ 9 ตำบลแม่เย็น

อย่างไรก็ตาม การย้ายพื้นที่โครงการเข้าสู่เขตเกษตรกรรมใกล้ชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีลำน้ำและลำห้วยไหลผ่านลงสู่พื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ ‘หนองฮ่าง’ ทำให้ชาวบ้านใน ตำบลทานตะวัน ตำบลแม่เย็น และ ตำบลม่วงคำ แสดงความกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

เสียงจากผู้ถูกฟ้อง “แค่ปกป้องบ้านเกิด”

ผู้พันเจต เล่าว่า การลุกขึ้นมาคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะเกิดจากความห่วงใยต่อพื้นที่ที่ตนอยู่อาศัย ซึ่งอยู่ใกล้ชุมชน แม่น้ำ คลองชลประทาน และพื้นที่เกษตร หากโครงการเดินหน้าอาจจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่โดยตรง เขาย้ำว่าการแสดงความคิดเห็นของตนไม่มีเจตนาสร้างความรุนแรงแต่อย่างใด

“ส่วนตัวกังวลเรื่องมวลชนที่ร่วมคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะ เนื่องจากเมื่อการแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องชุมชนพื้นที่บ้านเกิดทำให้ “ถูกดำเนินคดี” ก็อาจจะทำให้ชาวบ้านที่มีเจตนารมณ์ร่วมกันเกิดความกังวลและหวาดกลัวต่อการแสดงความคิดเห็นและในช่วงเวลานี้อาจจะเป็นโอกาสให้อีกฝ่ายเร่งดำเนินโครงการ”

ผู้พันเจตยืนยันว่า จะยังคงรณรงค์คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าขยะป่าหุ่งต่อไป และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบผลกระทบของโครงการอย่างรอบด้าน จนกว่าจะมีการยุติการดำเนินงานในพื้นที่อำเภอพาน

ด้านตรีวัตน์ กล่าวว่า ความกังวลของตนมาจากปัญหามลพิษทั้งทางอากาศและน้ำ เนื่องจากพื้นที่โครงการตั้งอยู่ในเขตต้นน้ำของพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติและมีความสำคัญต่อการเกษตร รวมถึงการอุปโภคบริโภคของชุมชน เขาระบุว่ารายงานการศึกษาผลกระทบของโครงการยังไม่ครอบคลุมหลายประเด็น และข้อมูลก็ไม่สะท้อนสภาพพื้นที่จริง

“ส่วนตัวไม่ได้คัดค้านการทำโรงไฟฟ้าขยะแต่โครงการที่ดำเนินการต้องมีการศึกษาผลกระทบในพื้นที่อย่างครอบคลุม ได้รับการยอมรับจากประชาชนและมีความเหมาะสมในพื้นที่ตั้ง”

เขาเล่าเพิ่มว่าที่ผ่านมา เขาใช้สื่อต่างๆ เพื่อสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าขยะ และพร้อมส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานอื่นๆ หากมีการร้องขอ 

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ที่มาร่วมให้กำลังใจในวันนี้ต่างเห็นตรงกันว่า ไม่ต้องการให้มีโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ เพราะพื้นที่โครงการส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เดิมชาวบ้านปลูกข้าวปีละสองครั้ง ทั้งนาปีและนาปลัง ผลผลิตส่วนหนึ่งเก็บไว้บริโภค อีกส่วนขายสร้างรายได้ นอกจากการทำนาแล้ว ยังมีการเลี้ยงปลา ปลูกพืชเศรษฐกิจ และปลูกผักสวนครัวในครัวเรือน หลายบ้านมีบ่อน้ำที่ขุดไว้ใช้เองทั้งอุปโภคและบริโภค

ชาวบ้านกังวลว่า หากมีโรงไฟฟ้าขยะ น้ำเสียจากโครงการอาจซึมลงสู่บ่อน้ำและพื้นที่เกษตร ทำให้ไม่สามารถใช้น้ำได้เหมือนเดิม อีกทั้งพื้นที่นี้ยังมีพิธีกรรมดั้งเดิมอย่าง “เลี้ยงผีโต้งผีนา” ที่ชุมชนจัดขึ้นทุกปีเพื่อขอขมาและขอให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านจึงมองว่าโครงการอาจกระทบทั้งวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และความเชื่อของชุมชน

ชาวบ้านยังเล่าว่า ก่อนเริ่มการสำรวจโครงการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ลงมาชี้แจงข้อมูลต่อชุมชนโดยตรง มีเพียงการติดประกาศไว้ที่หอประชุม วัด และประกาศบนเว็บไซต์ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่รับรู้ข้อมูลครบถ้วน กว่าชาวบ้านจะทราบเรื่องก็เมื่อมีการกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากในพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้าแล้ว

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนมูลฟ้อง ทนายความชี้แจงว่า การแสดงความเห็นของตัวแทนชาวบ้านเป็นการปกป้องประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่การทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ศาลได้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น.

ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

จากป่าหลังเมืองสู่เส้นทางเรียนรู้ ‘ยอดดอยปุย’ กับโจทย์การดูแลพื้นที่ร่วมกัน

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ถือเป็น ‘ป่าหลังเมือง’ ที่มีความสำคัญต่อชาวเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะแหล่งต้นน้ำ แหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ และพื้นที่เรียนรู้นิเวศประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเมือง โดยเฉพาะการเป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพวรวิหาร สัญลักษณ์สำคัญของเชียงใหม่ อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่กว่า...

“เสริมแรงเรียน เชียงใหม่” ชวนทุกคนมาเป็นครูอาสา สร้างพื้นที่การเรียนรู้ ให้เด็กชาติพันธุ์และลูกหลานแรงงานข้ามชาติ

การเรียนรู้ไม่ควรถูกจำกัดด้วยสถานะหรือพรมแดน แต่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เด็ก ทุกคนควรได้พัฒนาทักษะภาษา ทักษะชีวิต และเติบโตอย่างมั่นใจ  เสริม - แรง - เรียน...

สวมสิทธิ์หรือโครงสร้างเอื้อ? จากข้อพิพาทงานวิชาการ มช. สู่คำถามต่ออำนาจในระบบตำแหน่งในมหาวิทยาลัยไทย

กรณีร้องเรียนการสวมสิทธิ์ผลงานวิชาการภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังขยายตัวจากข้อพิพาทระหว่างอาจารย์ในแวดวงวิชาการ ไปสู่คำถามเชิงโครงสร้างต่อระบบตำแหน่งทางวิชาการ กลไกตรวจสอบภายใน และมาตรฐานจริยธรรมของสถาบันอุดมศึกษาไทย จุดเริ่มต้นมาจากการที่ ผศ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม อาจารย์ประจำคณะวิจิตรศิลป์ ระบุว่า...

ศาลฎีกาตัดสินจำคุก ‘บัสบาส’ 46 ปี ไม่รอลงอาญา โทษสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ภาพ: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 11 ธันวาคม 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยว่า ศาลจังหวัดเชียงรายได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีของ มงคล ถิระโคตร หรือ...