บรรยากาศแห่เทียนพรรษาในอดีตที่เชียงใหม่

Date:

วันเข้าพรรษา เริ่มในวันแรม 1 ค่ำเดือนแปดในปีปรกติ และเริ่มวันแรม 1 ค่ำเดือนแปดหลัง ในปีที่มีเดือนแปดสองหน ซึ่งเรียกว่า อธิกมาส วันแรม 1 ค่ำ เรียกว่า วันเข้าพรรษา พรรษาสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งเรียกว่า ออกพรรษา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติให้พระภิกษุอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งตลอดช่วงฤดูฝน ห้ามเดินทางไปค้างแรมที่อื่น นอกจากในกรณีจำเป็นเป็นพิเศษ เรียกว่า อยู่จำพรรษา

ประเพณีแห่เทียนพรรษาเกิดจากความจำเป็นที่ว่าสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้เช่นปัจจุบัน ดังนั้น เมื่อพระภิกษุอยู่รวมกันมากๆเพื่อปฏิบัติกิจวัตร เช่น การสวดมนต์ตอนเช้ามืดและพลบค่ำ การศึกษาพระปริยัติธรรม การบูชาพระรัตนตรัย ฯลฯ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากเทียน

ดังนั้น ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันนำเทียนมาถวาย ซึ่งช่วงต้นก็คงจะถวายเป็นเทียนเล็กๆธรรมดา ครั้นต่อมาก็ได้มีการมัดเทียนเล็กๆมารวมกันเป็นต้น คล้ายต้นกล้วยหรือลำไม้ไผ่ แล้วติดกับฐาน ที่เรียกกันว่า ต้นเทียน หรือ ต้นเทียนพรรษา และก็วิวัฒนาการมาเรื่อยๆจนเป็นเทียนพรรษาอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

ประเพณีแห่เทียนพรรษาเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันของชาวพุทธทุกภูมิภาคในประเทศไทย ภาคเหนือเองก็ยังคงปฏิบัติประเพณีนี้สืบมาเช่นกัน



ประเพณีเข้าพรรษาในภาคเหนือนั้นจะมีความแตกต่างจากส่วนต่างๆ ในประเทศไทยอยู่บ้าง โดยวัน “เข้าวัสสา” หรือเข้าพรรณษาที่สะกดตามภาษาบาลีหรือตัวธรรมของล้านนา จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เหนือ (เดือน 8 กลาง) ชาวบ้านจะไปทำบุญแต่เช้าตรู่ เริ่มด้วยการ “ตานขันเข้า” คือ “ทานขันข้าว” หมายถึง การทำบุญให้ทานแด่พระสงฆ์ด้วยอาหารเป็นสำรับ ซึ่งส่วนใหญ่จะมุ่งหวังอุทิศส่วนกุศลข้ามภพข้ามภูมิไปหาเจ้าที่เจ้าทาง พระแม่นางธรณี หรือเทพยดา อันรักษาบ้านเรือน ตลอดจน“ผีต๋ายเก่าเน่าเมิน” คือดวงวิญญาณของญาติที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นต้น


บรรยากาศแห่เทียนพรรษาในอดีต ณ เชียงใหม่

หลังจากนั้นจะมีการ “ตานขันข้าวคนเฒ่า” โดยนำสำรับอาหารไปมอบแด่ผู้เฒ่าผู้แก่ตามระแวกบ้าน นัยยะว่าเป็นกตัญญุตาทานที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา ผู้เฒ่ารับทานนั้นแล้วก็ให้พรเป็นสิริมงคล จนบ่ายคล้อยจะพากันไปฟังพระธรรมเทศนาที่วัด แล้วช่วยจัดสถานที่สำหรับเป็นที่นอนให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่จะอยู่บำเพ็ญศีลภาวนาต่อไป นอกจากนี้ยังมีการฟังธรรมเทศนาทุกวันพระช่วงกลางวันตลอดพรรษาด้วย


บรรยากาศแห่เทียนพรรษาในอดีต ณ เชียงใหม่

อ้างอิง

  • กรมศิลปากร
  • EventPass เชียงใหม่
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ฉีดสารพิษจากยอดเขา ไร่หมุนเวียน วิถีชีวิต ระบบนิเวศพัง บทเรียนเหมืองแร่แรร์เอิร์ธจากคะฉิ่นที่จีนคุมเกม

เรื่อง: กุลธิดา กระจ่างกุล “พวกเขาฉีดสารเคมีจากยอดเขา แล้วปล่อยทุกอย่างไหลลงมา ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่คือปัญหาสังคมในระดับชุมชน ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับเหมือง”  นี่คือคำนิยามของผลกระทบจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในมุมมองของ...

101 ทางมรณะ เมื่อเถ้าลอยกำลังฆ่าคนน่าน จากหงสาถึงลำปางใต้เงาทุนไทย

เรื่อง: สุทธิกานต์ วงศ์ไชย, ภาพ: ณัฐปคัลภ์ เข็มขาว อุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำบนถนนสาย 101 เมื่อวันที่ 29...

หากความเชื่อมั่นพัง การเลือกตั้งจะเหลืออะไร? อ่านข้อผิดพลาดของ กกต. กับ 2 นักวิชาการเชียงใหม่ บนโจทย์ใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ ‘นับคะแนนใหม่’

แม้คืนเลือกตั้งผ่านพ้นไป แต่ความคลางแคลงใจยังไม่จบสิ้น ตัวเลขคะแนนที่ไม่สอดคล้อง เสียงเรียกร้อง #นับใหม่ทั้งประเทศ และข้อกังขาต่อกระบวนการรายงานผล กลายเป็นภาพคุ้นตาของคนไทยในช่วงเวลาอันสั้น ทว่าภาพจำเช่นนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ซ้ำแล้วยังอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย จากการรวบรวม...

เครือข่ายคณาจารย์-นักกฎหมาย-นักวิชาการ จี้ กกต. ชี้แจง 4 ปมเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ชี้ขาด ‘สุจริตเที่ยงธรรม’

16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์ นักกฎหมาย นักวิชาการ...