เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด เพชรบูรณ์ เชียงราย นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร ชุมนุม-ยื่นหนังสือ ร้องแก้ปัญหาราคาตกต่ำ

Date:

ภาพ: เอ ฅนบึงสามพัน

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจากหลายจังหวัดออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกัน เพื่อกดดันรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ชาวไร่นำรถบรรทุกพืชผลปิดสี่แยกราหุล อำเภอบึงสามพัน เรียกร้องให้รัฐรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคากิโลกรัมละ 7.5 บาท ที่ความชื้น 30% พร้อมทั้งหยุดการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ซึ่งเกษตรกรมองว่าจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาในระยะยาว ทั้งยังได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐในพื้นที่

การชุมนุมที่ สี่แยกราหุล อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ (ภาพ: เรารัก สมอทอด-บึงสามพัน)

การเคลื่อนไหวเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายจังหวัด โดยเกษตรกรจากเชียงราย นครสวรรค์ กำแพงเพชร และพิจิตร ต่างยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อสะท้อนปัญหาร่วมกัน

การชุมนุมที่ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ (ภาพ: BIOTHAI)

ที่จังหวัดเชียงราย เกษตรกรกว่า 100 คนจากตำบลแม่ยาว ดอยหาง และแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย รวมตัวกันหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือผ่าน ประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมีข้อเรียกร้อง 4 ประการ ได้แก่

1.กำกับดูแลราคาข้าวโพดในจังหวัดให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 7 บาท ความชื้น 30%

2.เปิดเวทีเจรจาระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกทั้งระยะสั้นและยาว

3.ให้โรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่กลับมารับซื้อในราคาที่เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบและไม่ผูกขาด

4.เร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบให้ทันท่วงที

ชุมนุมยื่นหนังสือที่ ศาลากลาง จังหวัดเชียงราย (ภาพ: BIOTHAI)

ตัวแทนเกษตรกรเชียงรายระบุว่า ราคาข้าวโพดตกต่ำไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เนื่องจากความต้องการอาหารสัตว์ไม่ได้ลดลง แต่ผู้ซื้อรายใหญ่กลับกดราคาและบางแห่งหยุดรับซื้อ ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากต้องรอขายผลผลิตนานหลายวัน ทั้งยังชี้ว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบจากนโยบายนำเข้าข้าวโพด จนนำไปสู่วิกฤติครั้งนี้

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความอัดอั้นที่สั่งสมมานานของชาวไร่ที่ต้องเผชิญทั้งต้นทุนการผลิตสูงและภาระหนี้สิน แม้การชุมนุมจะยุติลง แต่เกษตรกรยังคงรอคอยการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาลต่อไป

ผลกระทบจากการนำเข้าต่อราคาข้าวโพดไทย

ข้อมูลจาก Rocket Media Lab ระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีความต้องการใช้อาหารสัตว์รวมประมาณ 21.30 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่ถูกใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประเทศไทยมีความต้องการราว 8.91 ล้านตัน แต่สามารถผลิตได้เพียง 2.012 ล้านตัน ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศถึง 5.033 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากเมียนมา คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 86.99% ของการนำเข้าทั้งหมด

แม้ประเทศไทยจะเป็นผู้ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายสำคัญ แต่ราคาผลผลิตกลับตกต่ำต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญหนึ่งมาจากโครงสร้างการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อตกลง ATIGA ที่เปิดให้ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว และกัมพูชา โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ขณะเดียวกันยังมีต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำกว่า ทำให้ปริมาณการนำเข้าในแต่ละปีสูงถึงกว่า 5 ล้านตัน มากกว่าปริมาณที่เกษตรกรไทยผลิตได้เพียงราว 2 ล้านตัน สัดส่วนการนำเข้าที่ล้นตลาดจึงกดให้ราคาผลผลิตภายในประเทศโดยตรง

ในอีกด้านหนึ่ง แม้สหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้ส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ของโลก และมีต้นทุนการผลิตต่ำ แต่เมื่อนำเข้ามาไทยกลับถูกบวกด้วยภาษี WTO ในอัตรา 20% รวมทั้งค่าขนส่งที่สูงกว่า ทำให้ไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างแท้จริง การนำเข้าจากสหรัฐฯ จึงเป็นเพียงทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่ถูกหยิบมาใช้ในบางจังหวะทางการค้า เช่น กรณีที่รัฐบาลเคยพิจารณานำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ เอง แต่ข้อเสนอดังกล่าวก็ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะอาจส่งผลให้ต้นทุนอาหารสัตว์ในประเทศสูงขึ้น และยังขัดกับข้อกฎหมายที่ห้ามนำเข้าพืช GMO อีกด้วย

เมื่อพิจารณาโดยรวม จะเห็นได้ว่าต้นเหตุของราคาข้าวโพดตกต่ำในไทยไม่ได้อยู่ที่การผลิตเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากโครงสร้างการนำเข้าและข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ที่เปิดให้ผลผลิตราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้าสู่ตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กลไกการคุ้มครองเกษตรกรผู้ผลิตในประเทศก็ยังไม่เพียงพอที่จะรองรับแรงกดดันดังกล่าว

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

8 กุมภานี้ เราไม่ได้แค่ ‘เลือกคนที่รัก พรรคที่ใช่’ แต่เรากำลังเลือกกติกา เพื่อสถาปนา ‘สิทธิชุมชน’

เรื่อง: พชร คำชำนาญ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งทั่วไป ท่ามกลางบรรยากาศหาเสียงที่คึกคักเหมือนทุกครั้ง แต่ปีนี้มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน และเกิดขึ้นวันเดียวกัน...

เทาทั้งแผ่นดิน (สีม่วงไม่รับ)

เรื่อง: อรรถจักร สัตยานุรักษ์  เชื่อได้ว่าการแจกเงินเพื่อซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ สูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะแค่การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพิ่งผ่านไป ก็มีคนออกมายืนยันว่าจ่ายเงินหัวละพันบาทแล้ว ทำไมจึงมีการจ่ายเงินซื้อเสียงและจ่ายกันมากขึ้น การจ่ายเงินครั้งนี้จะไม่กระมิดกระเมี้ยนอย่างที่ผ่านมาเพราะบรรดานักการเมืองที่ซื้อเสียงได้ประเมินอย่างชัดเจนแล้วว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นไม่ได้คิดหรือเจาะจงทำงานเพื่อจับการซื้อเสียงให้ได้ คณะกรรมการฯ จะทำหน้าที่เพียงแค่การจัดการเลือกตั้งให้ดำเนินไปได้เท่านั้น...

เชิญพิจารณา: ช่องว่างนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง 8 กุมภา กับบททดสอบนโยบายรัฐไทยต่อวิกฤตแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง

เรื่อง: สืบสกุล กิจนุกร การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง อาจไม่ใช่เพียงการเลือกตัวแทนทางการเมืองตามวาระปกติ หากแต่เป็นการตัดสินใจต่อคำถามใหญ่กว่านั้นว่า...

มช. ดัน ‘มรดกภูมิปัญญาชาติพันธุ์’ สู่กฎหมายอากาศสะอาด-โลกร้อน คืนสิทธิที่ดินเปลี่ยน ‘ผู้บุกรุก’ เป็น ‘ผู้พิทักษ์ป่า’

14 มกราคม 2569 ที่สวนอัญญา จังหวัดเชียงใหม่ ภาควิชาสังคมศาสตร์กับการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเวทีเสวนาส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายในหัวข้อ...