ศาลพิษณุโลกไม่ให้ ‘พอล แชมเบอร์ส’ ถอด EM แม้ชี้ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ยืนยันสู้คดีในไทย

Date:

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 15.40 น. ดร.พอล เวสลีย์ แชมเบอร์ส (Dr. Paul Wesley Chambers) นักวิชาการชาวอเมริกันประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก ขอถอดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ที่ติดข้อเท้ามาตั้งแต่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อ 10 เมษายนที่ผ่านมา

หลังพิจารณาราว 1 ชั่วโมง ศาลมีคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ถอด EM โดยให้เหตุผลว่า “ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมของศาลอุทธรณ์ภาค 6” ซึ่งกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไว้ ดร.พอล เตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งนี้ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 6 ต่อไป

ดร.พอลแถลงว่า เขา ไม่ใช่ผู้เขียนหรือโพสต์ข้อความ ที่ถูกกล่าวหา โดยเนื้อหาต้นทางมาจากเว็บไซต์ของสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ในสิงคโปร์ เป็นเพียงคำโปรยประชาสัมพันธ์งานสัมมนาที่เขาเป็นวิทยากร ซึ่งต่อมาเอกสารดังกล่าวถูกเผยแพร่ต่อในเฟซบุ๊กบุคคลหนึ่งที่มีลักษณะโจมตีทางการเมือง นำไปสู่การแจ้งความจากกองทัพภาค 3

นอกจากนี้ ดร.พอลยืนยันว่า เขา ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยได้วางหนังสือเดินทางไว้กับศาล, รายงานตัวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นประจำ และมีหลักประกันเงินสด 300,000 บาทต่อ ตม. พิษณุโลก ซึ่งถือเป็นมาตรการที่เพียงพอต่อการติดตามตัวแล้ว

ด้านผลกระทบจากการติด EM ดร.พอลระบุว่า นอกจากจะเป็น การตีตราทางสังคม ขัดต่อหลักสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ ยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะความยากลำบากในการดูแลอุปกรณ์ ชาร์จแบตเตอรี่ และการเดินทาง เนื่องจากข้อจำกัดในการใช้เครื่องบินโดยสาร

การติด EM ยังมีนัยทางสังคมที่ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าเขาเป็นผู้กระทำผิด ทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และขัดกับหลักการจำกัดสิทธิตามเกณฑ์ความจำเป็นและได้สัดส่วนในกระบวนการยุติธรรม

คดีนี้เกิดจากการที่แม่ทัพภาค 3 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 3 มอบอำนาจให้นายทหารไปแจ้งความกล่าวหา ดร.พอล ฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ (มาตรา 112) จากการเผยแพร่ข้อความประชาสัมพันธ์งานสัมมนาดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 24 เมษายน ผู้อำนวยการกองการข่าว กอ.รมน.ภาค 3 ยังให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎรว่า การดำเนินคดีอ้างอิงมาจากเฟซบุ๊กบุคคลที่มีท่าทีโจมตีสถาบัน

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เลือกตั้งอุทัยธานี: บ้านใหญ่ ‘ไทยเศรษฐ์’ และการกลายเป็นจังหวัดเจ้าพ่อ?

จังหวัดอุทัยธานีกลายเป็นจังหวัดเจ้าพ่อไปเสียแล้ว หลังบทบาทบนหน้าสื่อของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.มากสีสัน ผู้แทนจากจังหวัดอุทัยธานีที่นับวันจะมีแต่ทรงอิทธิพลทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งดำรงตำแหน่ง สส. มาต่อเนื่องกว่า...

เชิญพิจารณา: ข้อเสนอ 11 นโยบายที่พรรคการเมืองควรมีสำหรับแก้ไขปัญหาแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง–สาละวิน ปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเหมืองแร่จีนในเมียนมา

เขียน: สืบสกุล กิจนุกร ปัญหาแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง–สาละวิน ปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเหมืองแร่จีนในเมียนมา ต้องการพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งในการแก้ไขปัญหา สำหรับพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ในเขตจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายที่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมขอฝากให้พรรคการเมืองลองพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบาย...

เลือกตั้งน่าน: ฐานแดงเหนียวแน่น กับโจทย์ใหญ่ของผู้ท้าชิงในการเจาะกำแพงตระกูลการเมือง

การเลือกตั้ง สส. จังหวัดน่านรอบนี้ มี 3 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัครรวมสูงถึง 29 คน...

เลือกตั้งนครสวรรค์: แม้เป็นมังกรก็ไม่อาจครองปฐพี 

นครสวรรค์เป็นจังหวัดในภาคเหนือตอนล่างที่มีเขตเลือกตั้งเยอะที่สุด แต่ก็มีลักษณะการเลือกตั้งที่ไม่ต่างกับพิษณุโลกมากนัก กล่าวคือ เป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยตระกูลการเมืองมากมาย ที่ต่างหมุนเวียนเข้าอาสาเป็นผู้แทน แต่ก็ยังไม่มีตระกูลใดหรือบ้านใหญ่หลังไหน จะสามารถเถลิงอำนาจเหนือบ้านหลังอื่นได้ การเลือกตั้งนครสวรรค์จึงมีพลวัตที่สังเกตเห็นได้ชัด ตามการเกิดและดับของบ้านใหญ่หลังต่างๆ และถึงแม้แต่ละเขตจะมีบ้านใหญ่ประจำเขตอยู่แล้ว...