‘8 กุมภากาเห็นชอบ’ เมื่อประชาชนกำหนดอนาคตผ่านการหย่อนบัตรเลือกตั้งและประชามติ

Date:

30 มกราคม 2569 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดอภิปรายสาธารณะ หัวข้อ ‘เมื่อประชาชนกำหนดอนาคตผ่านการหย่อนบัตรเลือกตั้งและประชามติ’ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และบอกเล่าประสบการณ์การรณรงค์เพื่อออกเสียงประชามติ ณ ห้องประชุม 1 คณะนิติศาสตร์ 

วงสนทนาประกอบด้วย ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์, นันทัชพร ศรีจันทร์ นักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ ตัวแทนกลุ่มนักกิจกรรมเชียงใหม่ และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw โดยมี สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ดำเนินรายการ

กาเห็นชอบ ≠ ล้มล้าง และแม้ประชามติ ‘ผ่าน’ ก็ยังต้องตามต่อ

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เปิดวงอภิปรายด้วยการบอกเล่าสถานการณ์การรณรงค์ออกเสียงประชามติ โดยระบุถึงปัญหาเรื่องความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ประชาชนมีต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เช่น ข้อกังวลเรื่องการแก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และข้อกังวลเรื่องการแก้อายุความ‒โทษประหาร หรือกระทั่ง การกาเห็นชอบ = ล้มล้าง ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง 

ยิ่งชีพ ระบุชัดว่า ‘หากต้องการออกจากวงจรรัฐประหาร’ การเขียนรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีอำนาจในการกำหนดอนาคตตั้งแต่จุดตั้งต้นของกระบวนการถือเป็นสิ่งสำคัญ ทว่าหากการประชามติในครั้งนี้ได้บทสรุปออกมาว่า ‘ผ่าน’ ก็ยังไม่ได้แปลว่าผู้ที่ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะสามารถนิ่งนอนใจ  เพราะกระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญยังต้องติดตามต่อทั้งเรื่องวิธีการและการจัดทำเนื้อหา 

ที่มา‒กระบวนการ‒เนื้อหา รัฐธรรมนูญ 60 ไม่ชอบธรรม ทั้งยัง ‘แก้ยาก’ ไม่ใช่เพราะอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วม 

ณัฐกร วิทิตานนท์ ย้อนเหตุการณ์ประชามติเมื่อครั้งปี 2550 โดยระบุถึงสถานการณ์ภาพรวมว่า แม้เป็นสภาวะหลังการรัฐประหาร แต่กระบวนการประชามติก็ยังเปิดให้มีการถกเถียง เช่น การตั้งเวทีสาธารณะระหว่างฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบ ซึ่งแตกต่างจากกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น และการจับกุมกลุ่มผู้รณรงค์ที่เห็นต่าง 

ณัฐกร ขยายความต่อถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ว่ากระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ตั้งแต่การสรรหาคณะกรรมการร่าง การเดินสายรับฟังความคิดเห็น ตลอดจนขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ‘ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่จริงใจ และไม่ชอบธรรม’ เพราะเกิดขึ้นในบรรยากาศปิด ไม่เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นเชิงคัดค้าน หนำซ้ำยังกางเงื่อนไขให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขได้ยาก และยิ่งยากเข้าไปอีกหลังศาลธรรมนูญระบุให้ต้องทำประชามติเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง และห้ามเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรง ซึ่งไม่น่าใช้เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นแน่ 

ร่างใหม่ทั้งฉบับเพื่อทำให้สังคมกลับมาปกติ แต่ต้อง ‘เห็นชอบ’ ให้ชนะขาด

สมชาย ปรีชาศิลปกุล เน้นย้ำถึงข้อวิพากษ์ที่สังคมมีต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ตั้งแต่กระบวนการมีส่วนร่วม การรับฟังความคิดเห็น และการปิดกั้นการประชามติ โดยระบุชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นเหตุที่ทำให้ความที่ผิดปกติหลายเรื่องในสังคมกลายเป็นความปกติ ดังนั้น จึงต้องมีการร่างใหม่ทั้งฉบับ โดยเฉพาะเมื่อการแก้รายมาตรา ไม่มีประสิทธิภาพมากเท่าการเขียนใหม่ 

สมชาย ระบุความคาดหวังต่อการทำประชามติครั้งนี้ว่า หนทางสู่การร่างรัฐธรรมนูญต้องการคะแนนเสียง ‘เห็นชอบ’ อย่างน้อย 25 ล้าน เพื่อให้มีความชอบธรรมมากพอในการริเริ่มกระบวนการขั้นถัดไป ทว่าข้อกังวลสำคัญ ยังคงอยู่ที่กระบวนการจัดทำประชามติ ทั้งเรื่องรูปแบบการจัดคูหาที่อาจสร้างความสับสน และความไม่เข้าใจเรื่องการประชามติที่เป็นผลจากการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง

ตื่นตัวน้อย‒รณรงค์ยาก กกต. ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ แต่ผลตกที่ประชาชน

นันทัชพร ศรีจันทร์ บอกเล่าข้อสังเกตที่พบจากการรณรงค์ประชามติในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยระบุถึงความตื่นตัวในพื้นที่มหาวิทยาลัย และปัญหาที่พบในการรณรงค์ เช่น การขอใช้สถานที่เพื่อจัดกิจกรรมกับหน่วยงานราชการและมหาวิทยาลัยที่ยุ่งยากและซับซ้อน รวมถึงความไม่เข้าใจเรื่องการประชามติของประชาชนและนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. องค์กรอิสระที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้

‘กาเห็นชอบ’ เพื่อรัฐธรรมนูญใหม่ และอนาคตที่เลือกเองได้

การอภิปรายสาธารณะครั้งนี้สะท้อนชัดว่า การทำประชามติไม่ใช่เพียงการหย่อนบัตรแล้วจบลง หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่จำกัดอนาคตของสังคม เกิดขึ้นจากกระบวนการที่ไม่ชอบธรรม ทั้งยังแก้ไขได้ยาก 8 กุมภานี้ จึงต้อง ‘กาเห็นชอบ’ เพราะการร่างใหม่ทั้งฉบับเป็นหนทางเดียวที่จะนำพาประเทศกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ละลานล้านนา: เชียงใหม่ Nostalgia  ว่าด้วยความบันเทิงของวัยรุ่นเชียงใหม่ในยุค 90s 

เรื่อง: ปวีณา หมู่อุบล ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนเคยถ่ายทอดเรื่องราวความรื่นเริงยามค่ำคืนของคนเชียงใหม่เมื่อราว 90 กว่าปีก่อนไว้แล้ว และครั้งนี้ก็หวนกลับมานึกถึงความบันเทิงของชาวเชียงใหม่อีกครั้ง เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายแง่มุมที่น่าหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง โดยเฉพาะสีสันชีวิตของวัยรุ่นเชียงใหม่ในยุค...

6 ปีที่รอคอย! ศาลปกครองสูงสุดสั่งระงับ EIA เหมืองถ่านหินอมก๋อย ชี้พบพิรุธ-เสี่ยงทำลายต้นน้ำ ด้านชุมชนย้ำจุดยืนไม่เอาเหมือง

13 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการใช้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการเหมืองแร่ถ่านหินบ้านกะเบอะดิน ใน...

น่าน หน่วย 3 เขต 1 เตรียมเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. หลัง กปน. ฉีกบัตรคร่อมหมายเลขกว่า 69 ใบ

12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ ตามมาตรา 121 พ.ร.ป....