ชายแดนไทย–เมียนมาปะทุรุนแรงต่อเนื่อง แม่สอดผวาอพยพรายวัน หลังเมียนมาโจมตีหมู่บ้านมะระกัน ดับ 18 ราย เด็กเล็กเสียชีวิต–แรงระเบิดสั่นถึงฝั่งไทย

Date:

ภาพ:  Myanmar Now

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงตึงเครียดอย่างหนักจากการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 40 วัน และยังคงสร้างผลกระทบต่อฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการโจมตีของกองทัพเมียนมา ไปจนถึงกระสุนและสะเก็ดระเบิดที่ตกข้ามพรมแดนเข้าสู่พื้นที่ชุมชนโดยไม่เลือกเป้าหมาย

2 ธันวาคม 2568 ศูนย์สั่งการชายแดนไทย–เมียนมา จังหวัดตาก ออกแถลงการณ์ระบุว่า การสู้รบภายในเมียนมายังคงส่งผลกระทบเข้ามาในหลายพื้นที่ของอำเภอแม่สอด โดยเฉพาะเหตุปะทะระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังกะเหรี่ยงและกลุ่มต่อต้านรัฐบาล บริเวณบ้านนิละป่าน บ้านเยเต้กู่ และบ้านผาลู เมืองเมียวดี ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงก์และบ้านมหาวันของไทย ห่างเส้นพรมแดนเพียงราว 1 กิโลเมตร

การใช้อาวุธหนักและอากาศยานโจมตีในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้สะเก็ดระเบิดตกเข้ามาในจุดพักคอยบ้านมหาวัน ส่งผลให้ชาวจีนบาดเจ็บ 1 ราย ขณะเดียวกัน กระสุนไม่ทราบชนิดยังตกใส่บ้านแม่กุหลวงจนสร้างความเสียหาย 3 หลัง และมีพลเรือนไทยได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงวัย 67 ปี ถูกกระสุนถากบริเวณต้นขาซ้าย เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำส่งโรงพยาบาลแม่สอด ซึ่งแพทย์ยืนยันว่าสภาพอาการปลอดภัยแล้ว

ด้านหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย–เมียนมา (TBC) ฝั่งอำเภอแม่สอด ได้ทำหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายเมียนมา เพื่อขอให้ควบคุมการใช้อาวุธอย่างเข้มงวดบริเวณแนวชายแดน และหลีกเลี่ยงเหตุที่อาจสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนไทยในพื้นที่ต่อไป

เหตุโจมตี ‘เคเค ปาร์ค’ สะท้อนความตึงเครียดเมียวดี ไทยเร่งช่วยเหลือผู้หลบหนีและคุมเข้มพื้นที่ชายแดน

นอกจากนี้ ช่วงบ่ายของวันที่ 2 ธันวาคม ยังมีรายงานว่า กองทัพเมียนมาร่วมกับกองกำลัง BGF ได้ระเบิดทำลายอาคารภายในโครงการ ‘เคเค ปาร์ค’ เขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนในเมืองเมียวดี ตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ทายุง อำเภอแม่สอด ซึ่งอยู่ห่างชายแดนเพียงราว 500 เมตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่ามีผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนฝั่งไทย

ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าเปิดเผยว่า ได้เร่งคัดกรองและให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติที่อาจตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์จากเหตุระเบิดดังกล่าว โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 มีผู้หลบหนีเข้ามายังฝั่งไทยแล้ว 1,589 คน จาก 28 ประเทศ ทั้งหมดถูกดำเนินคดีและผลักดันกลับตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการดูแลถือเป็นกลุ่มพักคอยชั่วคราว พร้อมย้ำว่าผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองหลังวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 จะถูกดำเนินคดีทันที

ด้านความมั่นคง กองกำลังนเรศวรและหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ยังคงเพิ่มความเข้มในการลาดตระเวน พร้อมทำหนังสือประท้วงผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) หลังมีกระสุนข้ามแดนสร้างความเสียหาย ขณะที่กองทัพอากาศเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจบินตรวจการณ์ หากพบความเสี่ยงต่อการรุกล้ำน่านฟ้าไทย

ศูนย์สั่งการชายแดนฯ ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งในสถานการณ์ภายในเมียนมา และจะไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ไทยเป็นฐานสนับสนุนการสู้รบ พร้อมขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ เพื่อลดความตื่นตระหนกจากข่าวลือ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงรุนแรง จังหวัดตากได้ประกาศระงับการผ่อนผันนำเข้า–ส่งออกสินค้านอกด่านในพื้นที่ชายแดนทั้ง 5 อำเภอ ได้แก่ ท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด พบพระ และอุ้มผาง ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนสิ่งของที่อาจถูกนำไปใช้โดยกองกำลังติดอาวุธ

ศูนย์ฯ ยืนยันว่า มาตรการทั้งหมดดำเนินไปตามกฎหมายไทย หลักสิทธิมนุษยชน และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับ ‘ความปลอดภัยของประชาชนไทย’

เมียนมาโจมตีทางอากาศถล่มหมู่บ้านมะระกัน เสียชีวิต 18 ราย รวมเด็กเล็ก – แรงระเบิดลามถึงฝั่งไทย

ภาพ:  Myanmar Now

8 ธันวาคม 2568 Myanmar Now รายงานเหตุโจมตีทางอากาศในหมู่บ้านมะระกัน พื้นที่ตะวันออกของอำเภอดีเปย์ยิ่น ภูมิภาคสะกาย หลังเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาทิ้งระเบิด 2 ลูกเมื่อคืนวันที่ 5 ธันวาคม ส่งผลให้ชาวบ้านเสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย รวมถึงเด็กอายุ 5 ปี ตามแถลงการณ์ของกระทรวงสิทธิมนุษยชนภายใต้รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG)

เหตุโจมตีเกิดขึ้นเวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากกำลังรวมตัวชมการแข่งขันฟุตบอลหญิงซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ร้านน้ำชาในหมู่บ้าน ระเบิดลูกหนึ่งตกห่างจากหน้าร้านเพียงไม่กี่เมตร อีกลูกระเบิดซ้ำทางทิศเหนือ ทำให้พื้นที่โดยรอบถูกทำลายย่อยยับ

ด้าน NUG ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็น ‘การเล็งเป้าพื้นที่พลเรือนโดยตรง’ และถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง ผู้เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 20–70 ปี ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาที่เข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืน (CDM) 2 ราย

หมู่บ้านมะระกันซึ่งมีบ้านกว่า 500 หลัง เคยถูกกองทัพเมียนมาบุกและวางเพลิงมาแล้วถึง 3 ครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนกว่า 70 หลังถูกเผา ชาวบ้านเผยว่าร้านน้ำชาเป็นจุดรวมตัวประจำหมู่บ้าน จึงทำให้ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูง จนถึงเช้าวันที่ 8 ธันวาคม กองทัพเมียนมายังไม่ออกแถลงการณ์ใดๆ เกี่ยวกับเหตุสังหารหมู่ครั้งนี้

“ตอนนั้นกำลังดูบอลอยู่ หลายครอบครัวเสียชีวิตทั้งบ้าน พ่อ แม่ ลูก 3 คน ไม่เหลือเลย” ชาวบ้านรายหนึ่งเล่า

เจ้าหน้าที่ PDF ระบุว่า ภูมิภาคสะกายซึ่งเป็นฐานสำคัญของกองกำลังปฏิวัติ ยังคงเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรม การส่งยาและสิ่งจำเป็นถูกจำกัดอย่างหนัก ทำให้การรักษาผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจาก ‘ขาดแคลนยาอย่างหนัก และหลายพื้นที่ไม่ปลอดภัยพอสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย’ 

รัชต์พงศ์ชี้วิกฤตชายแดนแม่สอดยืดเยื้อกว่า 1 เดือน จี้รัฐเร่งเจรจาเมียนมา

รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กสะท้อนสถานการณ์ความรุนแรงตามแนวชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งยืดเยื้อนานกว่า 40 วัน ตั้งแต่ 23 ตุลาคม ถึง 5 ธันวาคม 2568 เขาระบุว่าชาวบ้านในพื้นที่แม่สอด แม่กุ แม่กุหลวง และแม่โกนเกน ต้องอาศัยอยู่ในสภาพหวาดผวา บางครอบครัวต้องอพยพแทบทุกวัน บ้านเรือนถูกสะเก็ดระเบิดและแรงสั่นสะเทือนจากการสู้รบข้ามพรมแดนจนเสียหายต่อเนื่อง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย

23 ตุลาคม 2568  แรงสั่นสะเทือนจากระเบิดตึก เคเค ปาร์ค ลามถึงฝั่งไทย ความรุนแรงเริ่มจากการโจมตีอาคาร เคเค ปาร์ค ฝั่งเมียนมา ซึ่งแรงระเบิดสั่นสะเทือนข้ามพรมแดน ทำให้สะเก็ดตกใส่บ้านเรือนฝั่งไทยในพื้นที่แม่กุหลวง ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องอพยพกะทันหัน อยู่ในสภาพหวาดระแวง บางบ้านซ่อมแซมความเสียหายหลายครั้ง

ปลายเดือนตุลาคม 2568 การสู้รบรุนแรงขึ้น กระสุน–สะเก็ดตกในเขตไทยหลายครั้ง การปะทะระหว่างกองทัพเมียนมากับชนกลุ่มน้อยทวีความรุนแรง ลูกกระสุนและสะเก็ดระเบิดข้ามแนวชายแดนเข้าสู่ฝั่งไทยเป็นระยะ ทำให้บ้านเรือนเสียหายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

29 ตุลาคม 2568 ส.ส.รัชต์พงศ์เข้าประชุมสภาและทำหนังสือด่วนถึงนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเร่งเจรจากับรัฐบาลเมียนมาให้ยุติปฏิบัติการที่กระทบฝั่งไทย

10 พฤศจิกายน 2568 นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ท่ามกลางเสียงระเบิด อนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอแม่สอด ขณะชาวบ้านรวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน โดย ส.ส.รัชต์พงศ์ประสานรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้ชาวบ้านได้พบด้วยตนเอง กระนั้นระหว่างการลงพื้นที่ยังคงมีเสียงระเบิดดังต่อเนื่อง

20 พฤศจิกายน 2568 ระเบิดถี่ ชาวบ้านอพยพขึ้นสันยายลู่ การยิงระเบิดทำลายอาคารหลายรอบ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารแจ้งให้ชาวบ้านอพยพขึ้นสันยายลู่เพื่อความปลอดภัย ส.ส.รัชต์พงศ์ลงพื้นที่ช่วยเหลือ นำอาหารไปทำกินร่วมกับชาวบ้าน และสังเกตการณ์สถานการณ์ใกล้ชิด

21 พฤศจิกายน 2568 ลูกกระสุนตกหน้าโรงเรียนไทย เด็กต้องรีบกลับบ้าน การแข่งขันกีฬาสีถูกยกเลิกทันที เด็กถูกสั่งให้กลับบ้าน ทหารเข้าคุ้มกันพื้นที่ ขณะที่ช่วงเย็นวันเดียวกันชาวบ้านต้องอพยพรอบใหม่จากเสียงปะทะที่ยังไม่หยุด

22 พฤศจิกายน 2568 สะเก็ดระเบิดตกบ้านเรือน ม.9 แม่กุ ทำเสียหายหลายหลัง

23 พฤศจิกายน 2568 ฉก.ราชมนูเสริมกำลังป้องกันฝั่งไทย
หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 (ฉก.ราชมนู) เพิ่มการลาดตระเวนร่วมกับฝ่ายปกครอง เพื่อป้องกันผลกระทบลุกลามเข้าสู่ฝั่งไทย

1 ธันวาคม 2568 โรงเรียนแม่โกนเกนหยุดเรียนฉุกเฉิน กระสุนลูกหลงโดนชาวบ้านสูงอายุ สะเก็ดระเบิดตกในพื้นที่โรงเรียน ทำให้ผู้อำนวยการประกาศหยุดเรียนทันทีและให้เด็กเรียนออนไลน์แทน ช่วงค่ำวันเดียวกัน กระสุนลูกหลงถูกหญิงสูงอายุ แต่โชคดีไม่ถูกจุดสำคัญ ญาตินำส่งโรงพยาบาลทันเวลา

2 ธันวาคม 2568 ส.ส.รัชต์พงศ์เข้าพบกงสุลเมียนมา ขอเร่งแก้ปัญหา กงสุลเมียนมารับปากจะประสานผู้มีอำนาจในประเทศ พร้อมระบุว่าสถานการณ์อาจผ่อนคลายหลังการเลือกตั้งในเมียนมา อย่างไรก็ตาม คืนวันเดียวกันยังมีลูกกระสุนตกเฉียดหัวชาวบ้าน สร้างความไม่พอใจในโซเชียลอย่างกว้างขวาง

5 ธันวาคม 2568 ระเบิดข้ามแดนทำคนไทยบาดเจ็บสาหัส ระเบิดแรงสูงตกในเขตไทย ทำให้ชายสูงวัยบาดเจ็บสาหัส บ้านเรือนหลายหลังเสียหาย อีกกรณีหนึ่ง รถยนต์ของชาวบ้านถูกลูกกระสุนตกใส่ในขณะกำลังล้างรถ ชาวบ้านตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า
“ต้องมีคนตายก่อนหรือถึงจะแก้ปัญหา?”
พร้อมเรียกร้องให้ไทยเจรจากับเมียนมาอย่างจริงจัง

ส.ส.รัชต์พงศ์ระบุว่าได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พบชาวบ้านอพยพซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางบ้านต้องซ่อมหลายครั้ง เขาได้ประสานเรื่องงบซ่อมบ้าน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และทำหนังสือด่วนถึงนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศแล้ว แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าจากฝ่ายรัฐ

เขาย้ำว่ารัฐบาลต้องเร่งดำเนินการทางการทูตเพื่อหยุดความรุนแรงข้ามแดน และคืนความสงบให้พื้นที่แม่สอดโดยด่วน

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เลือกตั้งอุตรดิตถ์: ฐานเพื่อไทยยังแน่น แต่เริ่มมีรอยขยับช้าๆ ของพรรคประชาชนในสนามที่ยังไม่เปิดเต็มที่

การเลือกตั้ง สส. จังหวัดอุตรดิตถ์รอบนี้ มี 3 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัครรวม 23 คน...

เลือกตั้งลำพูน: เกมช่วงชิง ‘เครือข่ายท้องถิ่น’ หลังความสัมพันธ์พรรค–บ้านใหญ่เริ่มคลายตัว

การเลือกตั้ง สส. จังหวัดลำพูนรอบนี้ แม้จะมีเพียง 2 เขตเลือกตั้ง แต่กลับเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อ่านเกมการเมืองยากที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ความสัมพันธ์เชิงซ้อนระหว่าง...

ปาร์ตี้-ปิกนิก-บาร์วิชาการ-วงถกเข้มๆ เชียงใหม่ม่วนจอย ‘เห็นชอบ’ รัฐธรรมนูญใหม่ จวนกั๋นไปม่วนไปจอยกับ 4 กิจกรรม ก่อน 8 กุมภา

ปลายเดือนนี้เชียงใหม่มี 4 กิจกรรมที่ชวนให้ปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 กับเรื่องประชามติ 8 กุมภานี้ หลุดออกจากกรอบห้องเรียนและห้องประชุม แล้วมาอยู่ในที่ที่คนธรรมดาเดินเข้าไปนั่งคุยได้จริง...

เลือกตั้งพิษณุโลก: ประชาชนหวังทวงแชมป์ ท่ามกลางดงบ้านใหญ่ และศึกภูมิใจไทยที่ใกล้ชี้ชะตา

พิษณุโลกเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ไม่มีบ้านใหญ่หลังใดสามารถเถลิงอำนาจขึ้นมาควบคุมคะแนนการเลือกตั้งได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทำให้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมารวมถึงครั้งนี้ มีผู้สมัครมากหน้าหลายตาจากหลายบ้านลงสมัครชิงชัยในสนามแข่งขัน  ในการเลือกตั้งรอบนี้ 5 เขตของพิษณุโลกมีผู้ลงสมัครรวม 34 คน โดยเฉลี่ยแต่ละเขตจะมีผู้สมัครทั้งสิ้น 6-9...