9 กุมภาพันธ์ 2569 สภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย (CG Fund) สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมูลนิธิพัฒนาเครือข่ายสุขภาพ จัดเวที ‘เปิดแผนชุมชนสู้ฝุ่นไฟ Liveable Chiangmai พร้อมมอบอุปกรณ์ป้องกันไฟป่า’ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันในฤดูแล้งปีนี้
ภายในงานมีการเปิดตัวแคมเปญ Liveable Chiangmai ควบคู่กับการจัดตั้ง ‘กองทุนชุมชนจัดการไฟ’ เพื่อระดมทุนสนับสนุนชุมชนที่มีแผนบริหารจัดการไฟป่าเชิงพื้นที่ โดยมีชุมชนนำร่อง 20 หมู่บ้าน ใน 6 ตำบลรอบเมืองเชียงใหม่ เข้าร่วมดำเนินงานผ่านแพลตฟอร์ม https://www.communityfire.fund/ ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโมเดลการจัดการไฟป่าแบบมีส่วนร่วมที่ได้รับการยอมรับในหลายระดับ

แผนชุมชนสู้ฝุ่นไฟถูกออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมทั้งการป้องกันและการแก้ไขปัญหา ตั้งแต่การกำหนดขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหมู่บ้าน การจัดทำกลไกและข้อตกลงร่วม การวางระบบงบประมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ โดยตั้งเป้าหมายให้พื้นที่เผาไหม้ไม่เกินร้อยละ 15 ของขอบเขตที่กำหนด
เวทีดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจาก 6 ตำบลนำร่อง นำเสนอแผนบริหารจัดการไฟป่าและฝุ่นควันเชิงพื้นที่ประจำปี 2569 พร้อมจัดเสวนาในหัวข้อ ‘การทำงานเชิงรุกภายใต้แผนบริหารจัดการไฟป่าและฝุ่นควันเชิงพื้นที่’ โดยผู้แทนจากสภาลมหายใจเชียงใหม่ สถาบันนโยบายสาธารณะ มช. สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าและข้อเสนอในการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการไฟป่าในปีนี้
ด้าน ผศ.ดร.อรอร ภู่เจริญ จากสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ 6 ด้านของจังหวัดเชียงใหม่ในการรับมือปัญหา PM2.5 โดยเน้นยุทธศาสตร์ที่ 1 เรื่องการบริหารพื้นที่เผาไหม้ในป่าโดยแผนท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งเป็นแกนหลักของเวทีครั้งนี้ ตั้งเป้าควบคุมพื้นที่เผาไหม้ให้อยู่ในช่วง 400,000–700,000 ไร่ และการบริหารเชื้อเพลิงอย่างมีแผนในพื้นที่ 300,000 ไร่ ภายใต้แผนปฏิบัติการเขตควบคุมมลพิษจังหวัดเชียงใหม่
ขณะที่ รศ.ดร.รัฐสิทธิ์ สุขะหุต ได้นำเสนอระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ผ่านแพลตฟอร์ม https://hazefree.com ซึ่งใช้ติดตามสถานการณ์ไฟป่าแบบรายวัน แสดงข้อมูลจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ ทิศทางลม และการพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า 7 วัน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) ระดับจังหวัด
ช่วงท้ายของงานมีพิธีมอบอุปกรณ์ป้องกันไฟป่าแก่ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย (CG Fund) อุปกรณ์เบื้องต้นประกอบด้วยเครื่องเป่าลมประจำหมู่บ้าน และมีแผนจัดหาโดรนสำหรับการเฝ้าระวังไฟป่าในระดับตำบลในระยะถัดไป
ทั้งนี้ สภาลมหายใจเชียงใหม่เชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนการจัดการฝุ่นไฟโดยชุมชน ผ่าน ‘กองทุนชุมชนจัดการไฟ’ มูลนิธิเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ ธนาคารกรุงไทย สาขาท่าแพ ชื่อบัญชี มูลนิธิเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ เลขที่บัญชี 533-0-29807-5 โดยสามารถระบุวัตถุประสงค์การสนับสนุน เช่น การทำแนวกันไฟ อุปกรณ์ อาหารและเชื้อเพลิง หรือสนับสนุนชุมชนเฉพาะพื้นที่ ได้ที่ https://forms.gle/AtakwFVwjmMTfooD8
