6 ปีที่รอคอย! ศาลปกครองสูงสุดสั่งระงับ EIA เหมืองถ่านหินอมก๋อย ชี้พบพิรุธ-เสี่ยงทำลายต้นน้ำ ด้านชุมชนย้ำจุดยืนไม่เอาเหมือง

Date:

13 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการใช้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการเหมืองแร่ถ่านหินบ้านกะเบอะดิน ใน อำเภออมก๋อย ส่งผลให้โครงการไม่สามารถนำรายงานดังกล่าวไปใช้ประกอบการขอใบอนุญาตทำเหมือง (ประทานบัตร) ได้ จนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยมีชาวบ้านในพื้นที่เดินทางมาร่วมฟังคำสั่งที่ ศาลปกครองเชียงใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศของความคาดหวังและความกังวลของชุมชน

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565 ตัวแทนชุมชนบ้านกะเบอะดินและเครือข่ายรวม 50 คน พร้อมผู้สนับสนุน 615 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เพื่อขอเพิกถอนมติเห็นชอบรายงาน EIA โครงการเหมืองแร่ถ่านหินของ บริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัด พร้อมยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการนำรายงานไปใช้ขอประทานบัตร

ชุมชนระบุว่า โครงการเหมืองแร่ครอบคลุมพื้นที่ราว 284 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งต้นน้ำสำคัญของชุมชน อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความมั่นคงทางอาหาร และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งตั้งข้อสังเกตรายงาน EIA ว่าขาดการมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบ และการประเมินผลกระทบไม่ครอบคลุมหรือสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และบริบทชุมชน

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ส่งผลให้โครงการเหมืองในพื้นที่ถูกระงับชั่วคราว ก่อนที่ฝ่ายผู้ถูกฟ้องจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด

ในการพิจารณาครั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 

  1. รายงาน EIA มีข้อพิรุธและข้อเท็จจริงไม่ตรงกันหลายประการ แม้ชุมชนร้องขอให้ทบทวนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้มติของคณะกรรมการผู้ชำนาญการยังไม่ครบถ้วน
  2. การมีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐหรือการให้บริการสาธารณะ
  3. หากปล่อยให้โครงการดำเนินการต่อไป อาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรง และหากภายหลังศาลวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเยียวยาความเสียหายจะทำได้ยาก

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองเชียงใหม่ ส่งผลให้ไม่สามารถนำมติเห็นชอบรายงาน EIA ไปใช้ในการออกประทานบัตรได้ จนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ภายหลังฟังคำสั่ง สวัสดิ์ติพล วงศ์เกษตรกร ตัวแทนชาวบ้านหนองกระทิง ระบุว่า ชุมชนรู้สึกยินดี เพราะถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งจากการต่อสู้ที่ยาวนาน อย่างน้อยโครงการยังไม่สามารถเดินหน้าได้ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้ามาของบริษัทเหมืองในอนาคต และย้ำว่าความหวังสูงสุดของคนในพื้นที่คือไม่ต้องการให้มีเหมืองเกิดขึ้นในชุมชน

“ก่อนมาฟังคำสั่งก็กังวลตลอดครับว่าผลจะออกมาแบบไหน พอฟังแล้วก็ดีใจที่ชนะไปอีกขั้น แต่เรายังไม่มั่นใจว่าจะชนะทั้งหมด เพราะชาวบ้านทั่วไปอาจไม่ได้เข้าใจรายละเอียดในระบบราชการหรือกระบวนการต่างๆ ได้ลึกซึ้ง ซึ่งเรายังไม่ค่อยมั่นใจในการนำข้อมูลไปใช้ในระดับท้องถิ่นเท่าไรนัก”

ด้าน พรชิตา ฟ้าประทานไพร ตัวแทนเยาวชนกะเบอะดิน เปิดเผยว่ารู้สึกยินดีกับคำสั่งศาล เนื่องจากก่อนหน้านี้ชุมชนกังวลอย่างมากต่อทิศทางคำวินิจฉัย โดยมองว่าผลที่เกิดขึ้นเป็นความคืบหน้าสำคัญ หลังการต่อสู้ของชุมชนที่ดำเนินต่อเนื่องกว่า 6 ปี และขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว

เธอระบุว่า แม้การฟ้องร้องมีเป้าหมายเพื่อเพิกถอนรายงาน EIA และบริษัทอาจยื่นจัดทำรายงานฉบับใหม่ แต่ชุมชนยังยืนยันจุดยืนไม่ต้องการให้มีโครงการเหมืองในพื้นที่ เนื่องจากกังวลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต 

ทั้งยังชี้ว่าประสบการณ์จากหลายพื้นที่สะท้อนผลกระทบจากเหมืองที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะปัญหาการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ พร้อมย้ำว่าการทำเหมืองย่อมส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังห่วงผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน รวมถึงความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน เนื่องจากพื้นที่โครงการอยู่ใกล้สถานพยาบาล ศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียน

“การทำเหมืองถ่านหินส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจริงๆ ถึงจะทำ EIA ใหม่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ แม้บางประเทศอาจมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า แต่ในประเทศไทยเรายังไม่เคยเห็นเหมืองที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างแท้จริง”

ขณะที่ สุมิตรชัย หัตถสาร จาก ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น (CPCR) เปิดเผยว่า คำสั่งของศาลสะท้อนว่าเหตุผลที่ฝ่ายชุมชนเสนอมีน้ำหนัก และศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาเห็นด้วย จึงประเมินในทางบวกว่าแนววินิจฉัยดังกล่าวอาจส่งผลต่อคำพิพากษาในคดีหลัก และมีแนวโน้มที่ศาลปกครองเชียงใหม่จะเพิกถอนรายงาน EIA เพื่อให้มีการจัดทำกระบวนการใหม่

เขามองว่าหลังจากนี้ศาลปกครองเชียงใหม่จะสามารถเร่งพิจารณาคดีได้เร็วขึ้น และอาจมีคำพิพากษาภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลว่าบริษัทเจ้าของโครงการอาจไม่รอผลคดี แต่เริ่มจัดทำรายงาน EIA ฉบับใหม่ควบคู่ไป ซึ่งสามารถทำได้ตามกฎหมาย

“จุดที่จะทำเหมืองมีสายน้ำไหลผ่าน เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่พื้นที่ดิน แต่มีหลายหมู่บ้านใช้น้ำสายนี้ และยังไหลไปถึงตัวอมก๋อย ถ้าดูจากกรณีอื่นๆ ก็เห็นชัดว่าการป้องกันการปนเปื้อนของสารหนูหรือสารอันตรายลงสู่แหล่งน้ำทำได้ยาก แม้จะพยายามเบี่ยงทางน้ำหรือจัดการอย่างไร ความเสี่ยงก็ยังมีอยู่” 

สุมิตรชัยยังย้ำถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม โดยอ้างอิงถึงข้อมูลจากนักวิชาการว่าพื้นที่ทำเหมืองตั้งอยู่บนทางน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงหลายหมู่บ้านไปจนถึงตัวอำเภออมก๋อย ทำให้ยากต่อการป้องกันการปนเปื้อนของสารอันตรายลงสู่แหล่งน้ำ อีกทั้งยังมีความกังวลว่าหากโครงการแรกได้รับอนุญาต อาจนำไปสู่การขยายพื้นที่ทำเหมืองในแหล่งแร่อื่นใกล้เคียง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนในระยะยาว

“เราก็ไม่รู้ว่าถ้ามีการดำเนินการขึ้นมาจริงๆ แล้วจะจบแค่นี้หรือไม่ เพราะยังมีแหล่งแร่อีกหลายแห่งในพื้นที่ หากเปิดที่นี่ได้ โอกาสที่จะขยายไปพื้นที่อื่นก็อาจตามมา ซึ่งเป็นข้อกังวลใหญ่ของชุมชนในระยะยาว”

คำสั่งของศาลปกครองเชียงใหม่ ครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรและสิทธิของชุมชนในพื้นที่ อำเภออมก๋อย แม้ชาวบ้านจะยังคงจับตาทิศทางของโครงการในอนาคตอย่างใกล้ชิด แต่ชุมชนยืนยันเดินหน้าปกป้องวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ต่อไป

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

น่าน หน่วย 3 เขต 1 เตรียมเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. หลัง กปน. ฉีกบัตรคร่อมหมายเลขกว่า 69 ใบ

12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ ตามมาตรา 121 พ.ร.ป....

ตาก เขต 1 เดินเรื่องต่อ ชี้รายงานคะแนนจาก กกต. คลาดเคลื่อน 1,597 ใบ

สืบเนื่องจากวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สมัคร สส. ตาก เขต 1...

เปิดผลต่างผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งภาคเหนือ แม้รับบัตรเขียว‒ชมพูพร้อมกันสองใบ แต่ไม่มีเขตไหนที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิเท่ากัน?

จากกระแส #นับใหม่ทั้งประเทศ ที่ประชาชนหลายพื้นที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนผลเลือกตั้งใหม่ หลังพบรายงานความผิดปกติเกิดขึ้นในหลายลักษณะ ทั้งการนับคะแนนที่ผิดพลาด การกรอกคะแนนคลาดเคลื่อน ผลคะแนนรวมไม่ตรงกัน บัตรเขย่ง บัตรเสียสูงผิดปกติ...