เสียงนอกกระแสในเมืองรอง ที่ซีนดนตรีทางเลือกยังไม่มีที่ยืนใน ‘พิษณุโลก’

Date:

เรื่อง: วรรณวิษา พะเลียง

ภาพ: ภูบดี หิรัญวิวัฒน์วงศ์

ในหลายเมือง ‘ดนตรี’ มักถูกจัดวางให้เป็นเพียงฉากหลังของการใช้ชีวิตยามค่ำคืน มากกว่าจะถูกมองในฐานะงานศิลปะที่ต้องการพื้นที่ของตัวเองเพื่อแสดงออก พิษณุโลกก็ไม่ต่างกัน พื้นที่ที่เปิดให้ดนตรีเข้าไปส่วนใหญ่ยังคงเป็นร้านอาหารหรือสถานบันเทิง ซึ่งเสียงเพลงทำหน้าที่เสริมบรรยากาศ มากกว่าจะเป็นศูนย์กลางของกิจกรรม

ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจของเมืองรอง ที่รายได้เฉลี่ยของคนทำงานยังอยู่ในระดับจำกัด การเข้าถึงพื้นที่ทางวัฒนธรรมจึงไม่ใช่เรื่องง่าย การสร้างซีนดนตรีทางเลือกจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรสนิยม แต่เกี่ยวพันกับต้นทุน พื้นที่ และเงื่อนไขชีวิตที่กำหนดว่าเสียงแบบใดจะถูกได้ยิน และเสียงแบบใดจะค่อยๆ เลือนหายไป

เมื่อเมืองยังไม่มีพื้นที่สำหรับการทดลองทางศิลปะที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ภาระในการ ‘สร้างพื้นที่’ จึงตกอยู่กับนักดนตรี ผู้จัดงาน และผู้ประกอบการตัวเล็กๆ ที่ต้องใช้ทรัพยากรของตัวเองแบกรับความเสี่ยง เพื่อให้เสียงเหล่านี้ยังคงมีที่ยืน แม้จะเป็นเพียงเวทีเล็กๆ และเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวก็ตาม

เมื่อดนตรีไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือภาษาอีกแบบหนึ่ง

จิตติพัฒน์ ลีอวนพิมพ์, ณัฐวัฒน์ เม่นสุวรรณ์, ชิษณุพงศ์ คงช้าง, รัชชา แจ้งมุข, ตนุภัทร คงพุฒ, สหัสวรรษ พึ่งแจ่ม

DropDroii คือหนึ่งในวงดนตรีที่เติบโตขึ้นภายใต้เงื่อนไขเช่นนั้น วง Post-Rock Shoegaze ที่ประกอบด้วยสมาชิกหกคน ได้แก่ โดม-จิตติพัฒน์ ลีอวนพิมพ์ (กีตาร์และร้องนำ), เอ็ม-สหัสวรรษ พึ่งแจ่ม (กีตาร์), ออมสิน-ชิษณุพงศ์ คงช้าง (กีตาร์), นาย-ตนุภัทร คงพุฒ (เบส), จ๊าบ-รัชชา แจ้งมุข (กลอง) และ ดิว-ณัฐวัฒน์ เม่นสุวรรณ์ (คีย์บอร์ด)

สำหรับพวกเขา ดนตรีไม่ใช่เพียงความบันเทิง แต่คือภาษาที่ใช้ถ่ายทอดอารมณ์และประสบการณ์ โดยไม่จำเป็นต้องแปลออกมาเป็นคำพูด

วงเริ่มต้นจากการเล่นเพลงคัฟเวอร์ เพื่อสร้างสะพานเชื่อมกับผู้ฟัง ก่อนจะค่อยๆ นำเสนอผลงานของตัวเอง เช่น ฉันขอเพียง (Willforget), ในบางคืน (Night is Terrible) และ โลกสมมุติ (Supposed) เพลงของพวกเขาไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อการร้องตามง่ายๆ แต่เป็นโครงสร้างที่มีบทนำ การไต่ระดับ และบทสรุป คล้ายงานศิลปะที่ต้องใช้เวลาในการรับฟัง

“ต่อให้มีคนชอบเราแค่คนเดียวในพิษณุโลก แล้วเราได้เล่นให้เขาฟัง เราก็โอเคแล้ว” โดมกล่าว

สมาชิกในวงบางคนกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยนเรศวร ขณะเดียวกันหลายคนทำงานประจำเพื่อหารายได้หลัก รายได้จากงานเหล่านั้นทำหน้าที่เลี้ยงชีพ ขณะที่ดนตรีทำหน้าที่หล่อเลี้ยงบางสิ่งที่เงินไม่สามารถทดแทนได้

“มันเหมือนหล่อเลี้ยงชีพ กับหล่อเลี้ยงวิญญาณ” ออมสินกล่าว

เป้าหมายของ DropDroii ไม่ใช่การหนีออกจากบ้านเกิด แต่คือการเติบโตจากพื้นที่ของตัวเอง และหากวันหนึ่งพวกเขาได้ยืนบนเวทีที่ใหญ่ขึ้น พวกเขายังอยากแนะนำตัวด้วยประโยคเดิมว่า “พวกเราดรอปดอย จากพิษณุโลก”

เมื่อไม่มีพื้นที่ ทางเลือกเดียวคือสร้างมันขึ้นมาเอง

สหัสวรรษ พึ่งแจ่ม, จิตติพัฒน์ ลีอวนพิมพ์

นอกจากบทบาทในฐานะศิลปิน สมาชิกของ DropDroii ยังขยับตัวเองไปเป็นผู้สร้างพื้นที่ ผ่านการจัดงานภายใต้ชื่อPOST TER PUNK(โพส เถอะ พั้งค์)

POST TER PUNK เกิดจากความพยายามของโดมและเอ็ม ที่ต้องการสร้างพื้นที่ให้ดนตรีทางเลือกในเมืองที่ยังไม่มีโครงสร้างรองรับ

โดมเคยใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ก่อนย้ายมาเรียนที่พิษณุโลก ความแตกต่างระหว่างสองเมืองทำให้เขารับรู้ได้ทันทีถึงข้อจำกัดของพื้นที่

“ในกรุงเทพฯ มันมีพื้นที่ให้คนได้เล่นเยอะ และมีคนที่พร้อมเปิดรับเยอะ แต่พอมาเล่นที่พิษณุโลก มันถูกตั้งคำถามเลยว่า ‘อะไรวะ’ ที่นี่แทบไม่มีเลย”

ขณะที่เอ็ม ซึ่งเติบโตในพิษณุโลก มองว่าคนฟังดนตรีทางเลือกไม่ได้หายไปไหน แต่กระจัดกระจาย และไม่เคยมีพื้นที่ให้รวมตัว

เมื่อพื้นที่ไม่เปิดรับ ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือการสร้างมันขึ้นมาเอง

เงินที่เคยเก็บไว้เพื่อเดินทางไปดูคอนเสิร์ตในกรุงเทพฯ ถูกนำมารวมกันเพื่อจัดงานในพิษณุโลกแทน งานครั้งแรกเปิดให้เข้าฟังฟรี เพื่อให้ผู้คนได้ทดลองรับฟังโดยไม่มีข้อจำกัดด้านราคา

นอกจากเรื่องพื้นที่ อีกหนึ่งองค์ประกอบที่พวกเขามองว่ายังขาดคือ ‘สื่อ’ ในจังหวัดที่แทบไม่มีสื่อเฉพาะทาง การสื่อสารจึงต้องพึ่งพาการบอกต่อเป็นหลัก เอ็มเล่าว่าเขาโชคดีที่รู้จัก จอส–ธีรสุต เล็กอุทัย เพจ Experimentive สื่อดนตรีและผู้จัดสายทดลอง ซึ่งช่วยสนับสนุนทั้งการโปรโมตออนไลน์และการบอกปากต่อปาก เพราะในเมืองที่ซีนดนตรียังเล็ก การถูกพูดถึงเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงผู้ฟังเพิ่มอีกหลายสิบคน และอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ใครบางคนรู้ว่า ดนตรีนอกกระแสในจังหวัดของตัวเองมีอยู่จริง

พื้นที่เล็กๆ กลายเป็นเวทีให้วงท้องถิ่นอย่าง DropDroii, Over And Over และ Amulet ได้แสดงต่อหน้าผู้ฟังที่ตั้งใจมารวมตัวกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคอมมูนิตี้ขนาดเล็ก ที่เริ่มมองเห็นกันและกัน

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา POST TER PUNK จัดงานมาแล้ว 7 ครั้ง และเริ่มเชิญศิลปินจากกรุงเทพฯ เช่น Hope the flowers, Cloud Behind มาร่วมโชว์ พร้อมเปิดพื้นที่ให้วงท้องถิ่นเป็นวงเปิด

สิ่งที่พวกเขาพยายามสร้าง ไม่ใช่เพียงเวที แต่คือระบบนิเวศทางวัฒนธรรม ที่มีทั้งดนตรี งานออกแบบ และศิลปะรูปแบบอื่นอยู่ร่วมกัน ที่สำคัญ POST TER PUNK ยังมีความเชื่อที่ว่าต้องทำเพื่อเป็นหมุดหมายอย่างน้อยก็จะสามารถรองรับทั้งศิลปินหน้าใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และกลุ่มคนฟังที่ต้องการทางเลือกใหม่

“จัดงานแบบนี้เราไม่ได้กำไรเป็นเงินอยู่แล้ว แต่ทุกครั้งที่มีคนหน้าใหม่เข้ามา 3–4 คน ผมถือว่าคือกำไรแล้ว” เอ็มกล่าว

เงื่อนไขชีวิตที่ทำให้ศิลปะกลายเป็นสิ่งที่ต้องเลือก

ข้อจำกัดของซีนดนตรีในเมืองรองไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่กำหนดชีวิตของผู้คน

โดมมองว่า ผู้ฟังจำนวนมากไม่กล้าซื้อตั๋วเพื่อดูวงที่ไม่รู้จัก แม้ราคาจะอยู่เพียงหลักร้อย เพราะรายได้ส่วนใหญ่ต้องถูกใช้ไปกับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน

“พิษณุโลกเงินเดือน 12,000 หักค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง เหลือกินแทบไม่พอ ฐานเงินเดือนมีผลกับการเสพศิลปะโดยตรงมากๆ”

เอ็มเสริมว่า หลังจากทำงานมาตลอดทั้งวัน หลายคนเลือกความบันเทิงที่เข้าถึงได้ง่าย มากกว่างานศิลปะที่ต้องใช้เวลาและพลังในการทำความเข้าใจ

ในบริบทเช่นนี้ ดนตรีทางเลือกจึงไม่ได้แข่งขันเพียงกับดนตรีกระแสหลัก แต่แข่งขันกับเงื่อนไขชีวิตของผู้คนอีกด้วย

ร้านเหล้ากลายเป็นเวทีจำเป็นของศิลปิน

วรรณการต์ เทพสุคนธ์

อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญของซีนดนตรีในพิษณุโลก คือผู้ประกอบการอย่าง วรรณการต์ เทพสุคนธ์ หรือ ‘มุก’ เจ้าของร้าน MITR ME พื้นที่เล็กๆ ย่านมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่กลายเป็นแหล่งรวมตัวของคนฟังเพลงนอกกระแสเหมือนกัน

ร้านของเธอไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น venue ดนตรีโดยเฉพาะ แต่ค่อยๆ เป็นพื้นที่ทดลองของศิลปินอิสระ ในหลายโอกาส MITR ME ปรับพื้นที่เป็นเวทีสำหรับวงดนตรีท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ศิลปินได้แสดงต่อหน้าผู้ชมจริง แต่อย่างไรก็ตาม มุกยังมองเห็นข้อจำกัดของคำว่า ‘ร้านเหล้า’ ยังผูกดนตรีไว้กับการนั่งโต๊ะ ดื่ม และมองเสียงเพลงเป็นเพียงฉากหลัง มุกจึงรวมกลุ่มจัดงาน plachum.time หรือ ‘ปลาชุม’ เพื่อทดลองทำคอนเสิร์ตที่ศิลปินเป็นศูนย์กลาง ไม่มีโต๊ะ ไม่มีโซนบังคับ ผู้ฟังมีอิสระเต็มที่ เหมือนโชว์ในไลฟ์เฮ้าส์ (Live House) 

“ไฮไลต์มีอย่างเดียว คือโชว์ของศิลปิน”

ปลาชุมทดลองจัดงานกว่า 4 ครั้ง ตั้งแต่งานโฟล์ก อินดี้ป๊อป ไปจนถึงร็อก ทำให้กลุ่มผู้ฟังหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป เป้าหมายไม่ใช่การยึดติดกับแนวเพลงใดแนวหนึ่ง แต่คือการสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้างให้ความหลากหลายทางดนตรีในเกิดขึ้นในพิษณุโลก

ความสำเร็จในงานล่าสุดคือโชว์ของ Desktop Error และ Death of Heather พร้อมวงท้องถิ่นอย่าง DropDroii ที่มีผู้ชมเกือบ 400 คน เกินกว่าที่คาดไว้หลายเท่า อาจชีวัดได้บ้างว่าในซีนนี้ที่พิษณุโลกมีคนฟังมันจริงๆ และค่อยๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การจัดงานลักษณะนี้ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง และไม่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง หากไม่มีธุรกิจหลักอย่างการขายอาหารและเครื่องดื่มคอยหล่อเลี้ยง

“อยากฟังเพลงเป็นอาชีพเหมือนกัน แต่สุดท้ายมันไม่มีเงิน ก็ต้องขายเครื่องดื่ม เก็บเงินมาทำงานดนตรีไปเรื่อยๆ”

เมืองที่ยังไม่ถูกออกแบบให้ศิลปะยืนอยู่ได้

เสียงของนักดนตรี ผู้จัดงาน และผู้ประกอบการ สะท้อนว่าซีนดนตรีทางเลือกในพิษณุโลกไม่ได้ขาดผู้สร้างสรรค์ แต่ขาดโครงสร้างที่รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับนักดนตรี มันคือเวทีที่ทำให้พวกเขาไม่ต้องรอการยอมรับจากเมืองอื่น

สำหรับผู้จัดงาน มันคือการพิสูจน์ว่าคนฟังมีอยู่จริง

สำหรับผู้ประกอบการ มันคือการยอมรับความเสี่ยงเพื่อเปิดพื้นที่ให้เสียงใหม่ๆ ได้เกิดขึ้น

ในอีกมุมหนึ่ง ความพยายามเหล่านี้ยังไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในรูปแบบงบประมาณ พื้นที่สาธารณะ หรือกลไกพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับจังหวัด ดนตรีนอกกระแสจึงยังเติบโตด้วยแรงผลักของคนกลุ่มเล็กๆ มากกว่าการออกแบบเชิงนโยบาย เรื่องราวทั้งหมดจึงไม่ใช่เพียงความฝันของศิลปิน หากคือการต่อรองพื้นที่ทางวัฒนธรรมในเมืองที่ยังไม่ได้ถูกออกแบบให้ศิลปะมีที่ยืนอย่างมั่นคง

คำถามจึงไม่ใช่ว่า พิษณุโลกมีศิลปะหรือไม่ แต่คือ เมืองนี้พร้อมหรือยังที่จะให้ศิลปะยืนอยู่ได้ โดยไม่ต้องอาศัยแรงใจ เงินเก็บและความเสี่ยงของคนกลุ่มเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ละลานล้านนา: เชียงใหม่ Nostalgia  ว่าด้วยความบันเทิงของวัยรุ่นเชียงใหม่ในยุค 90s 

เรื่อง: ปวีณา หมู่อุบล ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนเคยถ่ายทอดเรื่องราวความรื่นเริงยามค่ำคืนของคนเชียงใหม่เมื่อราว 90 กว่าปีก่อนไว้แล้ว และครั้งนี้ก็หวนกลับมานึกถึงความบันเทิงของชาวเชียงใหม่อีกครั้ง เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายแง่มุมที่น่าหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง โดยเฉพาะสีสันชีวิตของวัยรุ่นเชียงใหม่ในยุค...

6 ปีที่รอคอย! ศาลปกครองสูงสุดสั่งระงับ EIA เหมืองถ่านหินอมก๋อย ชี้พบพิรุธ-เสี่ยงทำลายต้นน้ำ ด้านชุมชนย้ำจุดยืนไม่เอาเหมือง

13 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการใช้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการเหมืองแร่ถ่านหินบ้านกะเบอะดิน ใน...

น่าน หน่วย 3 เขต 1 เตรียมเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. หลัง กปน. ฉีกบัตรคร่อมหมายเลขกว่า 69 ใบ

12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ ตามมาตรา 121 พ.ร.ป....