ให้คะแนนรัฐบาลอนุทิน ‘สอบตกยกแผง’ แก้ปัญหาน้ำกก–สายรวก–โขงปนเปื้อนโลหะหนัก จากเหมืองแร่ในรัฐฉาน

Date:

สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประเมินการทำงานของรัฐบาลไทยในการรับมือปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ระบุว่า ‘สอบตกยกแผง’ พร้อมแจกแจงการประเมินเป็นรายบุคคลต่อผู้นำฝ่ายบริหารสามตำแหน่ง

นายกฯ อนุทิน ไม่มีความชัดเจนต่อสาธารณะ

สืบสกุลระบุว่า นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่เคยออกมาชี้แจงต่อสาธารณะว่า จะจัดการกับปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำกก–สายรวก–โขงอย่างไร แม้เครือข่ายประชาชนจะยื่นหนังสือพร้อมข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม

เขายังชี้ว่า ความร่วมมือด้านแร่สำคัญ (Critical Minerals) ระหว่างไทย–สหรัฐฯ ที่รัฐบาลลงนาม อาจสร้างข้อกังวลใหม่เกี่ยวกับมาตรการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค

รองนายกฯ ธรรมนัส ‘ลงพื้นที่แต่ไม่ทำตามที่รับปาก’

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกประเมินว่าทำได้เพียง ‘ให้คำมั่น’ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานของการดำเนินงานตามที่ประกาศไว้ หลังการลงพื้นที่ฝายเชียงรายเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568

สืบสกุลตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลยังไม่ได้ตรวจสอบความเสี่ยงด้านอาหารจากพื้นที่ปลูกข้าวนาปีราว 130,000 ไร่ ที่ใช้น้ำจากลุ่มน้ำเดียวกัน ขณะที่ฤดูปลูกนาปรังยังไม่มีมาตรการลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำปนเปื้อนสารโลหะหนัก

รองนายกฯ สุชาติ ‘มีความตั้งใจแต่ติดข้อจำกัดเชิงระบบ’

รองนายกฯ สุชาติถูกประเมินว่า ‘ตั้งใจทำงาน’ แต่ประสบข้อจำกัดจากหน่วยงานราชการและนโยบายที่ไม่สอดคล้องกัน โดยสืบสกุลระบุประเด็นสำคัญดังนี้

  • สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (สคพ.1) ลดความถี่การตรวจวัดโลหะหนักในน้ำจากเดือนละ 2 ครั้ง เหลือ 2 เดือนครั้ง
  • กรมทรัพยากรน้ำยังคงผลักดันแนวคิด “ฝายดักตะกอน” แม้รองนายกฯ ระบุว่าให้ยุติแล้ว
  • ไม่มีความคืบหน้าในการเจรจากับรัฐบาลเมียนมา กองกำลังว้า และผู้ประกอบการจีน ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำเหมือง
  • ไม่มีมาตรการตรวจสอบการนำเข้าแร่จากเมียนมาผ่านด่านชายแดนหลายจุด
  • ไม่ปรากฏแผนจัดหาน้ำดิบแหล่งใหม่สำหรับผลิตน้ำประปาในพื้นที่เชียงราย–แม่สาย–เชียงแสน–เชียงของ ซึ่งอาจต้องใช้งบประมาณราว 2,000 ล้านบาท

เปิด 10 ข้อเรียกร้อง ถึง รัฐาล ‘อนุทิน’

เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ยื่น 10 ข้อเสนอ ถึงรัฐบาล ‘อนุทิน’ เพื่อการแก้ปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก สาย รวก โขง ที่เกี่ยวพันกับเหมืองต้นแม่น้ำสาย รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ประกอบด้วย

1. จัดหาแหล่งน้ำดิบใหม่เพื่อผลิตน้ำประปาภูมิภาค ในเขต อำเภอเมืองเชียงราย  อำเภอเวียงชัย อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และ อำเภอเชียงของ เพื่อทดแทนการพึ่งพาแม่น้ำกก ที่ปัจจุบันพบว่ามีสารหนูและเเบเรียมในน้ำประปา อีกด้านหนึ่งประปาส่วนภูมิภาคกำลังแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงประกอบกับการใช้สารเคมีจำนวนมากในกระบวนการผลิตน้ำประปา 

2. ชาวบ้านในพื้นที่ไม่สามารถใช้น้ำกกในการผลิตปะปาหมู่บ้านได้ จึงมีความจำเป็นต้องจัดหาแหล่งน้ำใหม่ใน ตำบลแม่นาวาง และตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้านตลอดลำน้ำกก สาย รวก และโขง อย่างน้อย 30 หมู่บ้าน ในเขต อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อำเมืองเชียงราย อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง อำเภอแม่จัน อำเภอดอยหลวง อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และ อำเภอเวียงแก่น 

3. ตรวจสอบคุณภาพดินเพื่อหาสารโลหะหนักในที่ราบลุ่มน้ำกกเนื้อที่ 12,000 ไร่ ใน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อายซึ่งเป็นพื้นที่ดินตะกอนแม่น้ำกกที่รับมาโดยตรงจากเหมืองในเมียนมา จากเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2567

4. จัดตั้งศูนย์ตรวจสารโลหะหนักประจำจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังตรวจสารโลหะหนักในน้ำ ตะกอนดิน ดินเพาะปลูก ผลผลิตการเกษตร ปลา สัตว์น้ำและมนุษย์ ในลุ่มน้ำกก สาย รวกโขง เนื่องจากปัจจุบันการเข้าถึงการตรวจ เป็นไปอย่างยากลำบาก มีค่าใช้จ่ายสูง และ ใช้ระยะเวลาในการตรวจยาวนาน เนื่องจากตัวอย่างทั้งหมดต้องส่งตรวจที่กรุงเทพ 

5.  ยุติการนำเข้าแร่ทุกชนิดจากเมียนมา จนกว่าผู้นำเข้าจะพิสูจน์ได้ว่าแร่ที่นำเข้าจากเมียมา มิได้มาจากเหมืองแร่ที่ก่อให้เกิดมลพิษในแม่น้ำ กก สาย รวก โขง

6. ยกเลิกโครงการฝายดักตะกอนหรือม่านดักตะกอนเนื่องจากมิได้มีการศึกษาว่าสามารถแก้ไข ปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำได้จริงและยังจะสร้างปัญหาผลกระทบต่อที่ดินทำกิน ของชาวบ้าน ผลกระทบด้านนิเวศและสิ่งแวดล้อมทั้งนี้กรมทรัพยากรน้ำ ก็ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่แก้ไขปัญหามลพิษแต่อย่างใด

7. จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐ วิชาการและภาคประชาชน เพื่อทำหน้าที่ แสวงหาแนวทางปิดเหมืองในเมียนมา สร้างมาตรการเฝ้าระวังสารโลหะหนักปนเปื้อน ในน้ำอุปโภค บริโภค ดิน สินค้าเกษตร สัตว์น้ำ และร่างกายมนุษย์ เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเหมืองแร่ในเมียนมา เเละกำหนดแนวทางการฟื้นฟูแม่น้ำกก สาย รวก โขง

8. เปิดเวทีเจรจาอย่างเป็นทางการกับประเทศเมียนมาและจีนพื่อเรียกร้องให้ทั้ง 2 ประเทศตระหนัก ว่าต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อการทำเหมืองแร่จนก่อให้เกิดมลพิษที่ส่งกระทบต่อประชาชนในประเทศไทย

9. ปรับปรุงระบบการสื่อสารในภาวะวิกฤตที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก ทุกที่ ทุกเวลา มีช่องทางการสื่อสารทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนมีสื่อที่สื่อสาร ได้ครอบคลุมกลุ่มชาติพันธุ์

10. พิจารณาชะลอสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบง บนแม่น้ำโขง ในสปป.ลาว จนกว่าจะมีการศึกษาผลกระทบจากการปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองแร่ในลุ่มน้ำโขงตอนบน โดยเฉพาะหากแม่น้ำโขงต้องกลายเป็นอ่างเก็บน้ำซึ่งการตกตะกอนของสารโลหะหนักในอ่างดังกล่าว

คำถามใหญ่ยังคงค้างอยู่

การประเมินของสืบสกุลสะท้อนข้อกังวลเรื่องความพร้อมของรัฐบาลไทยต่อปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งมีผลกระทบตั้งแต่ความปลอดภัยทางอาหาร สุขภาพสาธารณะ ไปจนถึงระบบน้ำประปาในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ

จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ตอบคำถามสำคัญว่า ไทยจะจัดการกับผลกระทบจากเหมืองแร่ในรัฐฉานอย่างไร ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เทาทั้งแผ่นดิน (สีม่วงไม่รับ)

เรื่อง: อรรถจักร สัตยานุรักษ์  เชื่อได้ว่าการแจกเงินเพื่อซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ สูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะแค่การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพิ่งผ่านไป ก็มีคนออกมายืนยันว่าจ่ายเงินหัวละพันบาทแล้ว ทำไมจึงมีการจ่ายเงินซื้อเสียงและจ่ายกันมากขึ้น การจ่ายเงินครั้งนี้จะไม่กระมิดกระเมี้ยนอย่างที่ผ่านมาเพราะบรรดานักการเมืองที่ซื้อเสียงได้ประเมินอย่างชัดเจนแล้วว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นไม่ได้คิดหรือเจาะจงทำงานเพื่อจับการซื้อเสียงให้ได้ คณะกรรมการฯ จะทำหน้าที่เพียงแค่การจัดการเลือกตั้งให้ดำเนินไปได้เท่านั้น...

เชิญพิจารณา: ช่องว่างนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง 8 กุมภา กับบททดสอบนโยบายรัฐไทยต่อวิกฤตแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง

เรื่อง: สืบสกุล กิจนุกร การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง อาจไม่ใช่เพียงการเลือกตัวแทนทางการเมืองตามวาระปกติ หากแต่เป็นการตัดสินใจต่อคำถามใหญ่กว่านั้นว่า...

มช. ดัน ‘มรดกภูมิปัญญาชาติพันธุ์’ สู่กฎหมายอากาศสะอาด-โลกร้อน คืนสิทธิที่ดินเปลี่ยน ‘ผู้บุกรุก’ เป็น ‘ผู้พิทักษ์ป่า’

14 มกราคม 2569 ที่สวนอัญญา จังหวัดเชียงใหม่ ภาควิชาสังคมศาสตร์กับการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเวทีเสวนาส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายในหัวข้อ...

อาจารย์ มช. ร้อง ป.ป.ช. สอบปมคัดลอกผลงานวิชาการ หลังมหาวิทยาลัยยุติเรื่อง – จี้เปิดเผยกระบวนการตรวจสอบ

15 มกราคม 2569 ผศ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม อาจารย์ประจำคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ป.ป.ช....