สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกต้นปี หลายจังหวัดต่างเผชิญค่าฝุ่น PM2.5 ที่สูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่หลายด้าน สาเหตุหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิด PM2.5 นั้นก็คือการเผาไหม้ที่เกิดจากพื้นที่ทางการเกษตร พื้นที่ป่าทั้งป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ รวมไปถึงหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อมูลจาก สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA รวบรวมและคำนวณข้อมูลโดย Rocket Media Lab ได้เผยข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในปี 2567 เรียบเรียงจากพื้นที่เผาไหม้ทุกจังหวัดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2567 จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) โดยพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ในปี 2567 พบว่ามีพื้นที่เผาไหม้จาก พื้นที่เกษตร พื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน ได้แก่ ข้าว ป่า ข้าวโพด อ้อย พื้นที่เกษตรอื่นๆ และอื่นๆ รวมกว่า 10,240,508 ไร่ โดยจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้มากที่สุด 5 อันดับได้แก่ จังหวัด แม่ฮ่องสอน 1,415,058 ไร่ ,จังหวัดลำปาง 1,356,929 ไร่ ,จังหวัดตาก 1,258,384 ไร่ ,จังหวัดเชียงใหม่ 1,023,134 ไร่ และจังหวัดนครสวรรค์ 944,877 ไร่ หรือรวมกว่า 5,998,382 ไร่ คิดเป็น 58.58% หรือเกินครึ่งของพื้นที่การเผาไหม้ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ

หากนำข้อมูลการเผาไหม้จาก พื้นที่ป่า พื้นที่นาข้าว พื้นที่ปลูกข้าวโพด พื้นที่ปลูกอ้อย พื้นที่เกษตรอื่นๆ (พื้นที่ที่มีการทำประโยชน์จากที่ดินเป็นเกษตรกรรมทั้งหมดไม่รวม นาข้าว อ้อย ข้าวโพด และไร่หมุนเวียน) และพื้นที่อื่นๆ ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ จะพบว่าพื้นที่ที่มีการเผาไหม้มากที่สุดคือ พื้นที่เกษตรอื่นๆ 5,639,990 ไร่ รองลงมาตามลำกับคือ พื้นที่ป่า 3,859,343 ไร่ พื้นที่นาข้าว 3,464,351 ไร่ พื้นที่ปลูกข้าวโพด 2,222,216 ไร่ พื้นที่อื่นๆ 1,002,518 ไร่ และพื้นที่มีการเผาไหม้น้อยที่สุดคือ พื้นที่ปลูกอ้อย 50,468 ไร่
