ชาวบ้านหวั่นขุดเชื่อมแหล่งน้ำกระทบน้ำพุร้อน หลัง สทนช.เผยแผนเชื่อมโยง–ผันน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการเวียงหนองหล่ม

Date:

ภาพ: เมืองชื่น จินดาธรรม

10 มีนาคม 2569 โครงการชลประทานเชียงรายเปิดเผยความคืบหน้า ‘โครงการพัฒนาเวียงหนองหล่มพร้อมอาคารประกอบ’ ในพื้นที่ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ใช้งบประมาณรวม 886.50 ล้านบาท มีเป้าหมายเพิ่มความจุเก็บกักน้ำ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ดำเนินการระหว่างปีงบประมาณ 2565–2568

ภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปตามแผน โดยหลายส่วนแล้วเสร็จแล้ว เหลือเพียงงานก่อสร้างบางรายการในระยะท้าย ได้แก่ การขุดลอกตะกอนดินในพื้นที่ 2,000 ไร่ ปริมาณรวม 8.82 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 และในปี 2568 มีความคืบหน้าแล้ว 95% ขณะที่งานก่อสร้างอาคารบังคับน้ำและท่อลอดถนน 8 แห่ง มีความคืบหน้า 98%

ส่วนงานสำคัญอื่นๆ ดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด ได้แก่ อาคารระบายน้ำ 2 แห่ง ฝายทดน้ำพร้อมระบบส่งน้ำระยะทาง 11 กิโลเมตร การขุดลอกแม่น้ำลัวระยะทาง 16 กิโลเมตร และอาคารอัดน้ำกลางคลองพร้อมสิ่งประกอบ โดยคาดว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ต่อมาในช่วงวันที่ 19–20 มีนาคม 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เผยผลการประชุมติดตามข้อเสนอแนะและการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยสะท้อนปัญหาหลักในพื้นที่เวียงหนองหล่ม ทั้งด้านการถือครองที่ดิน วัชพืช การขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง น้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และข้อจำกัดด้านการกำหนดเขตโบราณสถาน โดยระบุแนวทางบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ดังนี้

แนวทางบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เวียงหนองหล่ม

1. ขุดลอกตะกอนดินในเวียงหนองหล่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ

2. เชื่อมต่อแหล่งน้ำและควบคุมระดับน้ำในระบบ

3. ผันน้ำจากแม่น้ำแม่จันเข้าสู่เวียงหนองหล่ม

4. ปรับปรุงแม่น้ำลัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

5. เพิ่มศักยภาพการเก็บกักน้ำของหนองน้ำโดยรอบ

6. กระจายน้ำจากเวียงหนองหล่มไปยังหนองน้ำใกล้เคียง

7. ผันน้ำจากแม่น้ำกกเข้าสู่เวียงหนองหล่ม

ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดทำร่างแผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูเวียงหนองหล่ม ระยะปี 2566–2570 โดยตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพพื้นที่ให้เป็นแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ ควบคู่กับการพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศ โบราณคดี และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงราย

แผนพัฒนาดังกล่าวครอบคลุม 5 ด้านหลัก รวม 20 แผนงาน 65 โครงการ วงเงินรวม 3,870.85 ล้านบาท ประกอบด้วย

1. ด้านการบริหารจัดการพื้นที่ 5 โครงการ งบประมาณ 15.52 ล้านบาท

2. ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 22 โครงการ งบประมาณ 2,094.85 ล้านบาท

3. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 13 โครงการ งบประมาณ 924.50 ล้านบาท

4. ด้านการท่องเที่ยวและโบราณคดี 17 โครงการ งบประมาณ 779.38 ล้านบาท

5. ด้านการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต 8 โครงการ งบประมาณ 56.60 ล้านบาท

ชาวบ้านหวั่นโครงการขุดเชื่อมแหล่งน้ำกระทบสมดุลน้ำพุร้อน

ภาพหนองน้ำพุร้อนและป่าต้นอั้น วันที่ 3 มีนาคม 2569

เมืองชื่น จินดาธรรม ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า จากการสังเกตพื้นที่เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 พบว่า โครงการอยู่ระหว่างดำเนินการขุดหลุ่มสำหรับท่อลอดเชื่อมต่อแหล่งน้ำหมายเลข 6 และ 8 ซึ่งปัจจุบันคาดว่าแล้วเสร็จ และมีแผนเชื่อมหลุมทั้ง 8 แห่งเข้าด้วยกันเพื่อให้น้ำไหลผ่าน พร้อมก่อสร้างประตูน้ำควบคุมในแต่ละจุด อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเริ่มสร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่และผู้ติดตามสถานการณ์

ประเด็นที่ถูกจับตามองคือ ‘การขุดหลุมที่ 7’ ซึ่งไม่ได้ถูกขุด เนื่องจากเป็นพื้นที่หนองน้ำพุร้อนและป่าอั้น ครอบคลุมราว 100 ไร่ และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่สุดท้ายที่ยังคงสภาพระบบนิเวศดั้งเดิมของเวียงหนองหล่ม ทั้งในแง่ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบน้ำตามธรรมชาติ

ชาวบ้านกังวลว่า การขุดลอกและปรับพื้นที่ในหลุมใกล้เคียง โดยเฉพาะหลุม 6 และ 8 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหนองน้ำพุ อาจกระทบต่อโครงสร้างชั้นดินและแรงดันน้ำใต้ดิน จนส่งผลต่อการไหลของน้ำพุร้อน หรือทำให้ปรากฏการณ์น้ำพุร้อนลดลงหรือหายไปในระยะยาว

“เรากังวลว่าการขุดหลุม 6 กับ 8 ที่อยู่ใกล้หนองน้ำพุ อาจกระทบจนทำให้น้ำพุร้อนหายไป และก็ยังไม่ชัดเจนว่าพื้นที่หนองน้ำพุจะถูกจัดการอย่างไรต่อไป”

ขณะเดียวกัน ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางจัดการพื้นที่หนองน้ำพุร้อนในอนาคต ว่าจะเน้นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือพัฒนาในรูปแบบใด ทำให้ชาวบ้านกังวลต่อทิศทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ โดยเฉพาะผลกระทบต่อระบบนิเวศที่ยังคงหลงเหลืออยู่

นอกจากนี้ ยังพบการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่โดยรอบ เช่น การล้อมรั้วในหลายจุด รวมถึงบริเวณป่าอั้น เพื่อปรับพื้นที่เป็นแหล่งปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ ตามความต้องการของกลุ่มผู้เลี้ยงควายในพื้นที่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อระบบนิเวศเดิม

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ระบุว่ายังคงพบไอน้ำจากน้ำพุร้อน โดยเฉพาะในช่วงเช้า สะท้อนว่าระบบน้ำพุร้อนยังคงทำงานอยู่ในปัจจุบัน แต่ในระยะยาว ชาวบ้านยังคงเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นที่และระบบน้ำโดยรอบอย่างใกล้ชิด

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

Power Lines, Internet Cables, and Lifelines: Who Keeps KK Park Alive?

Story: Natchalee Singsaohae Along the winding Moei River, where Thailand...

คพ. เผยผลตรวจน้ำ กก-สาย-รวก-โขง ครั้งที่ 16 พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในหลายจุด

20 มีนาคม 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงาน ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดิน ครั้งที่ 16...

‘เสี่ยง เงินน้อย ไร้ประกัน’ โจทย์หลักคนหน้าไฟ ท่ามกลางงบจัดการไฟที่จำกัด นโยบายจากส่วนกลางไม่ตอบโจทย์

เรื่อง: สุทธิกานต์ วงศ์ไชย ทุกฤดูแล้ง ไฟป่าและหมอกควันจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับภารกิจของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟที่ต้องเดินเข้าป่าภูเขาเพื่อควบคุมไฟ ท่ามกลางงบประมาณจำกัด อุปกรณ์ไม่เพียงพอ และสวัสดิการที่แทบไม่มี แม้บทบาทของอาสาสมัครจะเข้มแข็งเพียงใด แต่คำถามสำคัญที่ยังไร้คำตอบชัดเจนคือ...

เปิดข้อมูลการใช้น้ำมันไทยในภาวะสงคราม ‘แม่ฮ่องสอน’ มีจำนวนปั๊มและรถต่ำสุดในภาค ขณะที่ สุโขทัย-เพชรบูรณ์ มีความหนาแน่นของรถต่อปั๊มน้อยสุดในประเทศ

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วิกฤตสงครามตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พลังงานไทย โดยหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น กำแพงเพชรและพิจิตร พบเกษตรกรประสบปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอต่อการใช้งานเครื่องจักรและระบบสูบน้ำ หลังหลายปั๊มจำกัดการเติมไม่เกิน 700 บาทต่อคันและต่อแกลอน...