ละลานล้านนา: เครือฟ้า อุบลวรรณา สะเปาคำ และเวียงชื่น ว่าด้วย “ภาพจำ” แม่ญิงล้านนาในระยะเริ่มแรกยุคศิวิไลซ์

Date:

เรื่อง: ปวีณา หมู่อุบล

ในช่วงเวลาหนึ่งเมื่อครั้งอดีต ภาพลักษณ์ของแม่ญิงล้านนาถูกทำให้เชื่อกันว่าเป็นดั่ง ‘สาวเครือฟ้า’ คือเป็นผู้หญิงที่มีลักษณะใสซื่อ บริสุทธิ์ มีกิริยามารยาทงดงามอ่อนช้อย ดูไม่ประสีประสาในเรื่องทางโลก ซึ่งภาพลักษณ์ที่ว่านี้มีต้นทางมาจากบทละครร้องเรื่อง สาวเครือฟ้า ประพันธ์โดยกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ชนชั้นเจ้านายชาวสยาม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากอุปรากรเรื่อง Madama Butterfly ของคีตกวีชาวอิตาลี จาโกโม พุชินี (Giacomo Puccini) ที่ได้แรงบันดาลใจอีกต่อหนึ่งมาจากเรื่องสั้นเรื่องMadame Butterfly ของ จอห์น ลูเธอร์ ลอง (John Luther Long) นักเขียนชาวอเมริกัน

สาวเครือฟ้าเป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมความรักระหว่าง เครือฟ้า ช่างฟ้อนหญิงล้านนา และร้อยตรีพร้อม หนุ่มจากเมืองใต้ที่ขึ้นมารับราชการอยู่เชียงใหม่ ทั้งสองตกหลุมรักและได้ครองคู่กันจนมีลูกคนหนึ่ง แต่ภายหลังทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกัน เนื่องจากฝ่ายชายต้องกลับไปรับราชการต่อที่กรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อกลับไปแล้วก็ได้แต่งงานใหม่ ด้วยค่านิยมทางสังคมที่มองว่าการแต่งงานกับสตรีพื้นเมืองเป็นเรื่องไม่สมศักดิ์ศรีของข้าราชการหนุ่มในยุคนั้น และนั่นก็เป็นเหตุให้เครือฟ้าตัดสินใจปลิดชีวิตตนเอง เพราะเสียใจที่ทั้งถูกทิ้งและถูกดูหมิ่น

ว่ากันว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 บทละครร้องเรื่องสาวเครือฟ้าได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในหมู่เจ้านายชาวสยาม ทำให้สาวเครือฟ้ากลายเป็นภาพจำของผู้หญิงชาวล้านนาในทัศนะของคนสยามมานับแต่นั้น และในเวลาต่อมาสาวเครือฟ้าก็ได้กลายเป็นต้นแบบของตัวละครแม่ญิงล้านนาในนิยาย ละคร และผลผลิตอื่นๆ ในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ที่ต่างพร้อมใจกันนำเสนอภาพหญิงล้านนาในชุดท้องถิ่น มีจริตจะก้านอ่อนหวานแช่มช้อย เปราะบาง ใสซื่อ และบูชาความรักเป็นอย่างยิ่ง 

แต่เอาเข้าจริงแล้ว แม่ญิงล้านนามีลักษณะเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?  

จากการสำรวจชีวประวัติของผู้หญิงล้านนา (เท่าที่พอจะหาได้) ที่อยู่ในยุคร่วมสมัยกับช่วงเวลาที่สาวเครือฟ้าถูกสร้างขึ้น เพื่อดูว่าลักษณะของแม่ญิงล้านนาในช่วงเวลานั้นเป็นเช่นไร และก็ได้พบข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่าลักษณะแช่มช้อยใสซื่ออ่อนหวานอย่างสาวเครือฟ้านั้นดูจะไม่เป็นจริงนัก เพราะแม่ญิงล้านนาหลายคนในยุคนั้นดูจะมีลักษณะเป็น working woman เสียมากกว่า เป็นต้นว่า

เจ้าอุบลวรรณา สตรี (มั่น) ศรีเวียงพิงค์

ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

เจ้าอุบลวรรณา หรือบ้างที่ก็เขียนอย่างบาลีเป็น ‘อุบลวัณณา’ เป็นธิดาองค์รองของเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 6 คือเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ หรือ ‘เจ้าชีวิตอ้าว’ เจ้าเมืองเชียงใหม่ที่หากพูดคำว่า ‘อ้าว’ กับใคร แสดงว่าคนนั้นต้องโทษประหารเสียแล้ว ทั้งนี้ เจ้าอุบลวรรณามีศักดิ์เป็นเจ้าน้าและเป็นผู้รับอุปการะของ ‘หญิงอึ่ง’ หรือเจ้าดารารัศมี 

ด้วยความที่เป็นลูกของเจ้าหลวงแห่งเมืองเชียงใหม่ เจ้าอุบลวรรณาจึงมีบุคลิกสง่าผ่าเผย เพราะเติบโตขึ้นมาท่ามกลางชนชั้นปกครองทั้งฝ่ายล้านนาและสยาม รวมทั้งได้เป็นเพื่อนกับเหล่ามิชชันนารีที่อยู่ในเชียงใหม่ ทำให้สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว เจ้าอุบลวรรณาเป็นผู้ที่มีน้ำใจกว้างขวางอย่างมาก ถึงขั้นที่ยอมให้มิชชันนารีบางรายยืมช้างพร้อมควาญรวมถึงอุปกรณ์สัตว์ไปท่องเที่ยวศึกษาชุมชนไกลถึงเขตพม่า เมืองเชียงตุง ซึ่งความใจปล้ำเช่นนี้ก็สร้างความหวั่นใจให้แก่เหล่าประยูรญาติ เพราะต่างพากันเกรงว่าท่านจะไป ‘เข้ารีต’ ร่วมกับมิชชันนารีฝรั่ง

นอกจากนี้ เจ้าอุบลวรรณายังมีบุคลิกภาพเป็น ‘แม่เลี้ยง’ ผู้มีความเชี่ยวชาญในการค้าขายและการแข่งขันทางการค้าด้วย โดยท่านมีกิจการพาณิชย์อยู่ในการควบคุมหลายอย่าง ทั้งโรงงานทอผ้า ธุรกิจค้าไม้ โรงงานไม้แกะสลัก โรงผลิตเครื่องเขิน การค้าทางไกลกับพ่อค้าวัวต่าง รวมทั้งได้ยื่นความจำนงขอสัมปทานรางรถไฟด้วย และที่สำคัญคือทำกิจการต้มสุรา ซึ่งกิจการในอย่างหลังนี้ทำให้ท่านได้กลายเป็นที่ฮือฮาในประวัติศาสตร์ล้านนา 

เนื่องจากในยุคนั้น ล้านนามีกลุ่มพ่อค้าจีนที่รวมตัวกันผูกขาดกิจการต้มเหล้า ซึ่งกระทบต่อธุรกิจโรงเหล้าของบรรดาเจ้านาย รวมถึงโรงเหล้าของเจ้าอุบลวรรณา แต่การจะไปต่อรองให้พ่อค้าจีนเหล่านั้นยอมแบ่งลูกค้าให้บ้าง ก็จะเป็นเรื่องกระดากปากสำหรับผู้เป็นเจ้าเป็นนาย เจ้าอุบลวรรณาจึงได้ใช้วิธีการร่างทรง หรือ ‘ม้าขี่’ เป็นอุบายในการสกัดความเหินเกริมของพ่อค้าจีน โดยท่านได้ประกาศว่าเสด็จเจ้าชีวิตอ้าว ซึ่งเป็นพ่อของท่านและเป็นอดีตเจ้าหลวงเชียงใหม่ ได้มาประทับในร่างของท่าน แล้วบอกด้วยว่าดวงวิญญาณของเจ้าชีวิตอ้าว ทั้งโกรธและไม่พอใจมาก เรื่องการผูกขาดกิจกราต้มเหล้าของพ่อค้าจีน พร้อมทั้งกำชับว่า ใครที่ยังฝืนต้มเหล้าต่อไปก็ให้ระวังไว้เพราะจะได้เจอกับเหตุร้ายแรง และเหตุการณ์ม้าขี่เจ้าชีวิตอ้าวของเจ้าอุบลวรรณาในครั้งนั้น ทำให้เจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ในขณะนั้น สามารถออกคำสั่งยกเลิกการอนุญาตให้คนจีนผู้ขาดการต้มเหล้าได้โดยไม่มีใครคัดค้าน

นอกเหนือจากความมีน้ำใจกว้างขวางและมีหัวทางธุรกิจแบบที่สามารถใช้ลูกล่อลูกชนเพื่อรักษาผลประโยชน์แล้ว เจ้าอุบลวรรณายังเป็นผู้มีความกล้าหาญและน้ำใจเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง ชนิดที่ท่านกล้าฝ่าฝืนกฎฐานันดรในเรื่องการแต่งงาน กล่าวคือ ล้านนาในยุคจารีตก็เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงตรงที่ว่าบรรดาชนชั้นเจ้านายมักมีการแต่งงานกันเอง ไม่นิยมแต่งงานข้ามชนชั้น โดยเฉพาะในหมู่เจ้านายฝ่ายหญิง 

แต่สำหรับเจ้าอุบลวรรณาแล้วชีวิตการแต่งงานของท่านกลับแตกต่างออกไป ทั้งนี้ก็เพราะท่านเลือกที่จะตัดสินใจด้วยตัวท่านเองมากกว่าการดำเนินตาม​​กฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด โดยจากบันทึกของมิชชันนารีคือแดเนียล แมกกิลวารี (Daniel McGilvary) และโฮลต์ แฮลเล็ต (Holt Hallett) ทำให้ทราบได้ว่าเจ้าอุบลวรรณาสมรสครั้งแรกกับเจ้ามหาวงศ์ ก่อนจะหย่าร้างกันไปโดยมีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคน ต่อมาท่านก็มีบุตรชายอีกคนหนึ่งคือเจ้าสุขเกษม (ที่ไม่ใช่เจ้าน้อยศุขเกษมในตำนานรักมะเมี๊ยะ) โดยในบันทึกของแฮลเล็ตระบุว่า บิดาของเจ้าสุขเกษมนี้เป็น ‘สามัญชน’ และนอกจากเจ้ามหาวงศ์และบิดาของเจ้าสุขเกษมแล้ว เจ้าอุบลวรรณาได้แต่งงานอย่างลับๆ กับพ่อค้าไม้ชาวพม่าที่เป็นคนในบังคับอังกฤษคนหนึ่ง แต่ก็ถูกกีดกันจากประยูรญาติด้วยเหตุเรื่องกฎเกณฑ์ของฐานันดร 

หลังจากนั้นเจ้าอุบลวรรณก็ได้พบรักกับพ่อค้าชาวพม่าที่เป็นสามัญชนอีกคนหนึ่ง ก่อนที่ชายผู้นั้นจะถูกฆาตกรรมอย่างลึกลับ เป็นเหตุให้เจ้าอุบลวรรณาคับแค้นอย่างมาก ท่านได้ตามสืบหาตัวฆาตกรอยู่นาน ก่อนที่จะถือครองตนเป็นหม้ายจนตลอดชีวิตของท่าน

เจ้าสะเปาคำ หรือเจ้าศรีนวล อิสตรีผู้มีบทบาทในการเลือกเจ้าหลวงเมืองลำปาง

ภาพ: วิกิพีเดีย

เจ้าสะเปาคำ หรือเจ้าศรีนวล ณ ลำปาง เป็นธิดาในเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางลำดับที่ 13 ท่านเป็นแม่ญิงล้านนาที่มีความสามารถในการขี่ม้า และมีความโดดเด่นในด้านแฟชั่น ท่านมีการแต่งกายที่แปลกใหม่จนได้ชื่อว่าเป็นสตรีที่งามที่สุดในนครลำปาง

เจ้าสะเปาคำยังเป็นผู้มีอำนาจและบทบาทมากในทางการเมืองการปกครองเมืองลำปาง จะเป็นรองก็เพียงเจ้าบุญวาทย์ฯ เท่านั้น โดยบทบาทที่สำคัญของเจ้าสะเปาคำก็เช่น การเป็นผู้ว่าราชการแทนเมื่อคราวที่เจ้าบุญวาทย์ฯ ลงไปราชการที่กรุงเทพฯ แต่บทบาทที่สำคัญคือการเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าราชบุตรคือ เจ้าแก้วเมืองพวน ณ ลำปาง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองลำปาง แทนที่จะเป็นเจ้าราชวงศ์ หรือเจ้าแก้วปราบเมรุ ณ ลำปาง ตามหลักการแต่งตั้งเจ้าขันห้าใบ 

โดยในครั้งนั้นเจ้าสะเปาคำได้มีหนังสือไปยังราชสำนักกรุงเทพฯ และจดหมายของเจ้าสะเปาคำก็ส่งผลให้ราชสำนักสยามแต่งตั้งเจ้าแก้วเมืองพวนขึ้นเป็นเจ้าหลวงนครลำปางต่อจากเจ้าบุญวาทย์ฯ แม้จะมีศักดิ์เป็นเพียงลูกเขยก็ตาม โดยในหนังสือมีเนื้อความตอนหนึ่งว่า 

“หากข้าเจ้าถือกำเนิดมาเป๋นจาย ศักดิ์และสิทธิ์ทุกอย่างจะตกเป็นของข้าเจ้าโดยชอบธรรมและข้าเจ้าขอใช้สิทธิ์การเป็นบุตรีเพียงคนเดียวในป้อเจ้าบุญวาทย์ฯ หื้อเจ้าราชบุตรแก้วเมืองพวนผู้เป็นสามี เป็นผู้สืบทอดอำนาจจากป้อเจ้าแทน” 

เจ้าหญิงเวียงชื่น บุตรีเจ้าเมืองแพร่ผู้ปลิดชีดตนเองเซ่นพิษการเมืองแพร่ – สยาม

ภาพ: วิกิพีเดีย

เจ้าหญิงเวียงชื่น หรือเจ้าเมืองชื่น เป็นธิดาของเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์ที่ 5 กับเจ้าแม่บัวไหล ประวัติและเรื่องราวส่วนตัวของเจ้าเวียงชื่นไม่เป็นที่ปรากฏมากนัก ทราบแต่เพียงว่าท่านเป็นธิดารองของเจ้าหลวงเมืองแพร่ สมรสกับเจ้าน้อยบุญศรี (บุญศรี บุตรรัตน์) มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือเจ้าอินทร์ตุ้ม ศรีจันทร์แดง เจ้าอินทร์สม เทพวงศ์ และเจ้าดาวคำ ศรุตานนท์

สามีของท่านเป็นที่ไว้วางใจอย่างมากของเจ้าหลวงเมืองแพร่ ได้มีบทบาทและหน้าที่สำคัญหลายอย่างในการปกครองเมืองแพร่ เมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นธิดาและอีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นบุตรเขยที่มีอำนาจทางการเมืองการปกครองของเมืองแพร่ ทำให้ในช่วงเกิดเหตุการณ์ ‘กบฏเงี้ยว’ ทั้งเจ้าหญิงเวียงชื่นและเจ้าน้อยบุญศรีจึงโดนภัยการเมืองไปด้วย 

ความตึงเครียดในช่วงเวลาดังกล่าวเนื่องมาจากการสอบสวนและการปราบปรามกบฏของทางการสยาม ซึ่งผลของเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เจ้าหลวงพิริยเทพวงษ์ถูกถอดลงเป็นไพร่ และให้เรียกว่า ‘น้อย เทพวงษ์’ ส่วนเจ้านางบัวไหลถูกถอดยศและริบเครื่องราชอิสริยภรณ์จุลจอมเกล้า ก่อนจะถูกนำตัวไปกรุงเทพฯ เพื่อควบคุมไว้ ณ ที่วังวรดิศ ซึ่งเป็นวังของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ส่วนเจ้านายเมืองแพร่คนอื่นๆ ก็ต้องโทษ ถูกยึดทรัพย์ ยึดคุ้ม และถูกถอดยศไปตามๆ กัน 

สำหรับเจ้าเวียงชื่นและสามีซึ่งถูกทางการสยามเพ่งเล็งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเจ้าเวียงชื่น เพราะท่านถูกซัดทอดจากปากคำของเจ้านายองค์หนึ่งว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกบฏเงี้ยวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าหญิงเวียงชื่นและสามีก็ไม่ได้สยบยอมแก่ทางการสยาม แต่กลับเลือกกระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการดื่มยาพิษภายในคุ้มเจ้าน้อยบุญศรี ก่อนที่จะถูกจับกุมตัว โดยท่านทั้งสองได้ทิ้งจดหมายฝากฝังให้คณาญาติช่วยกันดูแลบุตรทั้ง 3 คนจนเติบใหญ่

หากได้อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงจะพอเห็นว่าลักษณะของสาวเครือฟ้าที่ถูกทำให้เชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของแม่ญิงล้านนานั้นดูจะไม่เป็นจริงนัก และในความเป็นจริงแล้ว แม่ญิงล้านนาในยุคสมัยนั้น มีภาพลักษณ์ที่น่าสนใจมากยิ่งไปกว่าการเป็นเพียงกุลสตรีที่ไม่ประสีประสาในเรื่องทางโลก หากแต่เป็นทั้งหญิงมั่น แม่เลี้ยงนักการค้า ผู้เลือกสรรว่าใครจะเป็นเจ้าหลวง รวมถึงเป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยวในขั้นที่ว่ายอมเสียชีพดีกว่าเสียศักดิ์ศรี  

และหากผู้ใดสนใจจะรู้ต่อไปว่าหากไม่ใช่หญิงล้านนาผู้สูงศักดิ์ดังที่ผู้เขียนยกมาแล้ว ก็ขอแนะนำให้อ่านงานเขียนเรื่อง สาวเครือฟ้าศตวรรษที่ 21 ความเรียงเชิงสารคดีของเปีย วรรณา นักเขียนหญิงชาวเชียงใหม่ ซึ่งจะให้ภาพแม่ญิงชนบทล้านนาที่ทั้งฉลาด แข็งแกร่ง และพึ่งพาตัวเอง สวนทางกับภาพจำสาวเครือฟ้าอย่างที่ใครหลายคนเคยเชื่อกันมา

อ้างอิง

สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์. “สาวเครือฟ้า” บทประพันธ์ปลายยุค ร.5 ที่สร้างภาพจำบิดเบือนของสาวชาวเหนือ. ศิลปวัฒนธรรม. ออนไลน์: https://www.silpa-mag.com/culture/article_158825 

‘เจ้าอุบลวรรณา’ Working Woman แห่งล้านนา เมื่อคิดจะรัก ต้องกล้าหักด่านฐานันดร. มติชนสุดสัปดาห์. ออนไลน์: https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_16910 

สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์. เจ้าอุบลวรรณาแห่งเชียงใหม่ สตรีผู้หาญกล้าแหวกขนบล้านนาเมื่อ 100 กว่าปีก่อน. ศิลปวัฒนธรรม. ออนไลน์: https://www.silpa-mag.com/history/article_158140 

ไพโรจน์ ไชยเมืองชื่น. (2559). เจ้าหญิงศรีนวล ณ ลำปาง กับการล่มสลายของเจ้านายลำปาง. ใน ไพโรจน์ ไชยเมืองชื่น (บก.), ร้อยปีเปลี่ยนไป ลำปางเปลี่ยนแปลง. ลำปาง: สำนักงานจังหวัดลำปาง.

บดินทร์ธร เสนพรัตน์. เจ้าเวียงชื่น เจ้าหญิงเมืองแพร่ ผู้ใช้ยาพิษปลิดชีพตนเซ่น “กบฏเงี้ยวเมืองแพร่” !. ศิลปวัฒนธรรม. ออนไลน์: https://www.silpa-mag.com/history/article_152946

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เชิญพิจารณา: 11 ข้อเสนอถึง กสม. เมื่อมลพิษข้ามพรมแดนไหลมาถึงชีวิตคนปลายน้ำ

เขียน: สืบสกุล กิจนุกร วันนี้ (20 มี.ค. 2569) ผมได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมในฐานะนักวิชาการในพื้นที่ ร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)...

ชาวบ้านหวั่นขุดเชื่อมแหล่งน้ำกระทบน้ำพุร้อน หลัง สทนช.เผยแผนเชื่อมโยง–ผันน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการเวียงหนองหล่ม

ภาพ: Apichart Songsangchun 10 มีนาคม 2569 โครงการชลประทานเชียงรายเปิดเผยความคืบหน้า ‘โครงการพัฒนาเวียงหนองหล่มพร้อมอาคารประกอบ’ ในพื้นที่ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน...

Power Lines, Internet Cables, and Lifelines: Who Keeps KK Park Alive?

Story: Natchalee Singsaohae Along the winding Moei River, where Thailand...

คพ. เผยผลตรวจน้ำ กก-สาย-รวก-โขง ครั้งที่ 16 พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในหลายจุด

20 มีนาคม 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงาน ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดิน ครั้งที่ 16...