เลือกตั้งพิจิตร: เกมที่ ‘บ้านภัทรประสิทธิ์’ ยังคุมกระดาน 

Date:

การเลือกตั้ง สส. จังหวัดพิจิตรครั้งนี้มี 3 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัครรวม 23 คน (เขต 1 = 9 คน, เขต 2 = 7 คน, เขต 3 = 7 คน) ตัวเลขผู้สมัครที่หนาแน่น โดยเฉพาะเขต 1 สะท้อนว่า แม้พิจิตรจะเป็นจังหวัดที่มีโครงสร้างบ้านใหญ่แข็ง แต่พื้นที่แข่งขันก็ยังเปิดให้ผู้เล่นหลายฝ่ายได้เข้ามาลองท้าชน 

อย่างไรก็ตาม หากมองพิจิตรแบบแผนที่อำนาจมากกว่าดูโลโก้พรรค เกมหลักของจังหวัดนี้ยังชัดเจนว่าอยู่ที่ บ้านภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเพิ่งโชว์ศักยภาพในสนามท้องถิ่นด้วยการผลักดันคนของตระกูลที่เป็นหน้าใหม่ไปถึงตำแหน่ง นายก อบจ. มาแล้ว ส่วนในสนาม สส. รอบนี้ บ้านใหญ่เมืองจระเข้ยังยืนอยู่ใต้พรรคภูมิใจไทย พร้อมส่งเครือข่ายลงแข่งครบทุกเขต ทำให้ภูมิใจไทยได้เปรียบเชิงโครงสร้างเหนือคู่แข่งที่ไม่ได้อยู่ใต้ร่มเดียวกัน

เขต 1 แชมป์เก่าคุมพื้นที่ พรรคประชาชนเริ่มเจาะฐานด้วยผู้สมัครหน้าใหม่

เขตเลือกตั้งที่ 1 ฐานข้อมูลผู้สมัครชี้ว่า ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.แชมป์เก่าจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ยังคงลงสมัครต่อเนื่องในพื้นที่เดิม ซึ่งทำให้เขตนี้มีสภาพคล้ายสนามเพื่อการรักษาแชมป์ มากกว่าสนามที่เปิดเพื่อการแข่งขัน แต่สิ่งที่ทำให้เขต 1 น่าจับตาคือการเข้ามาของผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคประชาชน ซึ่งก็คือ ไกรรินทร์ ทั่งทอง

โจทย์ของพรรคประชาชนในเขตนี้ไม่ใช่แค่ชนะในทันที เพราะต้องชนกับฐานบ้านใหญ่ที่จัดระบบมานาน หากแต่เป็นการเจาะฐานให้เกิดรอยร้าว และสร้างการจดจำแบรนด์พรรคในพื้นที่ที่เครือข่ายภัทรประสิทธิ์คุมเกมอยู่ เพราะหากคะแนนของผู้ท้าชิงขยับขึ้น แม้ยังแพ้ ก็มีนัยว่าเขต 1 ไม่ได้ปิดตาย 100% ซึ่งแปลว่า พรรคประชาชนจะสามารถวางจุดยืนบนแผนที่พิจิตรได้จริง

เขต 2 ศึกสามทางสะท้อนการจัดทัพใหม่ ภูมิใจไทยต้องรักษาเขตเดิม ขณะที่เพื่อไทยและประชาชน ลองเจาะจากคนเดิม–ย้ายเขต

เขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นสนามที่ซับซ้อนกว่าที่เห็น เพราะมีทั้ง แชมป์เก่า และผู้ท้าชิงที่มีคะแนนตามมา รวมถึงผู้สมัครย้ายเขต ทำให้เขตนี้กลายเป็นพื้นที่วัดยุทธศาสตร์มากกว่ากระแสพรรค

ฝั่งแชมป์เก่าคือ วินัย ภัทรประสิทธิ์ จากภูมิใจไทย ซึ่งลงชิงชัยในฐานะตัวแทนบ้านใหญ่และต้องรักษาพื้นที่เดิมให้ได้ ขณะที่คู่แข่งหลักคือ ภูดิท อินสุวรรณ์ จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยได้คะแนนตามมาในการเลือกตั้งครั้งก่อน การกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งในรอบนี้จึงไม่ใช่การลองใหม่ แต่เป็นการยืนยันว่ายังมีฐานทางเลือกต่อโครงสร้างเดิมอยู่จริง

อีกตัวแปรสำคัญคือ ชัยณรงค์ คล้ายเนียม พรรคประชาชน ที่ย้ายมาจากเขต 1 การย้ายเขตสะท้อนว่าพรรคประชาชนกำลังปรับหมากเพื่อหาพื้นที่ที่โอกาสเปิดมากกว่าเดิม แต่ก็แลกมากับความเสี่ยงเรื่องความต่อเนื่องของฐานเสียง เพราะการย้ายเขตมักต้องเริ่มสร้างการจดจำใหม่ในบางส่วน

ดังนั้น เขต 2 จึงเป็นเสมือนบททดสอบว่า ภูมิใจไทยจะรักษาเขตด้วยแรงจากโครงสร้างบ้านใหญ่ได้แข็งแค่ไหน ขณะที่ เพื่อไทยจะดันคะแนนรองแชมป์เดิมให้ทะลุได้หรือไม่ ส่วนประชาชนจะสร้างพื้นที่ยืนได้จริง หรือยังเป็นแค่ผู้ท้าชิง

เขต 3 ภูมิใจไทยเจอ ‘คู่แข่งเปลี่ยนเสื้อ’ กล้าธรรมเข้ามาในฐานะตัวแปรของการจัดทัพบ้านใหญ่

เขตเลือกตั้งที่ 3 มีแชมป์เก่าจากภูมิใจไทยคือ ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ซึ่งรอบนี้มีคู่แข่งคนสำคัญที่ย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม คือ สุรชาติ ศรีบุศกร ทำให้สนามนี้มีมิติการจัดทัพใหม่ชัดเจนที่สุด เพราะพรรคกล้าธรรมในหลายจังหวัดมักทำหน้าที่เป็นเสื้อใหม่ของผู้เล่นและเครือข่ายเดิม ที่ต้องการพื้นที่และอำนาจต่อรองใหม่ในสมการระดับชาติ

โจทย์สำคัญของเขต 3 จึงอยู่ที่ว่า การเปลี่ยนเสื้อจะพาคะแนนย้ายตามได้มากแค่ไหน รวมถึงจะเจาะฐานภูมิใจไทยและบ้านใหญ่ได้หรือไม่ เพราะหากสุรชาติทำคะแนนขึ้นใกล้หรือเบียดแชมป์เก่าได้ นี่จะสะท้อนว่าฐานคะแนนในเขต 3 มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนขั้วมากกว่าที่คิด แต่หากผลคะแนนออกมาห่างชัด ก็จะย้ำว่าโครงสร้างบ้านใหญ่ยังทำงานหนักกว่าสีเสื้อพรรคเหมือนเก่า

สามารถดู [ชุดข้อมูล] ผู้สมัคร สส. 17 จังหวัดภาคเหนือ จาก 70 เขต–33 พรรค–558 คน ทั้งหมดได้ที่ https://www.lannernews.com/11012569-01/

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เลือกตั้งพะเยา: ‘จักรกลผู้กอง’ เปลี่ยนเสื้อ แต่ไม่เปลี่ยนโครงสร้าง กล้าธรรมคือร่มเดียวที่รวมบ้านใหญ่

การเลือกตั้ง สส. จังหวัดพะเยารอบนี้มี 3 เขตเลือกตั้ง และมีผู้สมัครรวม 17 คน (เขต...

ศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำฟ้องคดีแรงงานข้ามชาติหญิง 4 คนในเชียงใหม่ ชี้ยื่นเกิน 90 วัน และเป็นสิทธิเฉพาะบุคคล

22 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ศาลปกครองเชียงใหม่ได้นัดอ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ในคดีที่แรงงานข้ามชาติหญิง 4...

เลือกตั้งอุทัยธานี: บ้านใหญ่ ‘ไทยเศรษฐ์’ และการกลายเป็นจังหวัดเจ้าพ่อ?

จังหวัดอุทัยธานีกลายเป็นจังหวัดเจ้าพ่อไปเสียแล้ว หลังบทบาทบนหน้าสื่อของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.มากสีสัน ผู้แทนจากจังหวัดอุทัยธานีที่นับวันจะมีแต่ทรงอิทธิพลทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งดำรงตำแหน่ง สส. มาต่อเนื่องกว่า...

เชิญพิจารณา: ข้อเสนอ 11 นโยบายที่พรรคการเมืองควรมีสำหรับแก้ไขปัญหาแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง–สาละวิน ปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเหมืองแร่จีนในเมียนมา

เขียน: สืบสกุล กิจนุกร ปัญหาแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง–สาละวิน ปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเหมืองแร่จีนในเมียนมา ต้องการพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งในการแก้ไขปัญหา สำหรับพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ในเขตจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายที่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมขอฝากให้พรรคการเมืองลองพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบาย...