สรุปประเด็น: ‘ถนนแม่สะเรียง’ ทางเดิมบนกฎหมายใหม่ โจทย์ใหญ่การจัดการพื้นที่อนุรักษ์ปะทะสิทธิการเข้าถึงบริการ

Date:

ภาพ: วรศักดิ์ พานทอง

19 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวไทยพีบีเอส รายงานว่า สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา หลังตรวจพบการลักลอบทำถนนผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นระยะทางเกือบ 8 กิโลเมตร โดยระบุว่ามีการอ้างกับชาวบ้านว่าโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณจากภาครัฐ ทั้งที่ไม่ปรากฏหลักฐานการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังพบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีก 2 ราย และตรวจพบรถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการปรับพื้นที่

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวชายขอบ รายงานความคืบหน้ากรณีการปรับปรุงเส้นทางคมนาคมภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ซึ่งนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงอดีตหัวหน้าเขตฯ และการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง หลัง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจพบไม้ถูกตัดจำนวน 329 ท่อน ตลอดแนวเส้นทางยาวรวม 7.8 กิโลเมตร และได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้ชาวบ้านบางส่วนเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ในพื้นที่อนุรักษ์ กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างเข้มข้นระหว่างชุมชนกับหน่วยงานรัฐ

ขณะที่ มานพ คีรีภูวดล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงกรณีดังกล่าวว่า ข้อเท็จจริงตามข้อมูลที่ตนได้รับระบุว่า เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การตัดถนนใหม่ทั้งหมด และตามกฎหมายหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสามารถใช้อำนาจในการปรับปรุงเส้นทางได้ในบางกรณี

เขาระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงฤดูฝนเส้นทางหลักที่เลาะลำห้วยในพื้นที่ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง ไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากระดับน้ำสูง ส่งผลให้หน่วยงานรัฐหลายหน่วยต้องใช้เส้นทางลัดดังกล่าวเป็นประจำ ทั้งตำรวจตระเวนชายแดน ทหารพราน ครู บุคลากรสาธารณสุข รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และส่วนราชการต่างๆ ที่ต้องเดินทางจากอำเภอแม่สะเรียงเข้าสู่พื้นที่ตำบลเสาหิน โดยอ้อมผ่านอำเภอแม่ลาน้อย ทั้งนี้ เส้นทางดังกล่าวจะถูกใช้งานมากในช่วงฤดูน้ำหลาก ขณะที่ในฤดูแล้งมีการใช้งานน้อยกว่า

ขณะเดียวกัน ฝ่ายชุมชนยืนยันว่าเส้นทางดังกล่าว ‘เป็นทางสัญจรเดิม’ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ถนนสายหลักไม่สามารถใช้งานได้ การปรับปรุงเส้นทางมีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลาเดินทางจาก 5–6 ชั่วโมง เหลือประมาณ 30 นาที เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งต่อผู้ป่วย การเดินทางของครู บุคลากรสาธารณสุข และประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งย้ำว่าชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่มาก่อนการประกาศเขตอนุรักษ์

ด้าน อรรถพล เจริญชันษา อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า กรมไม่ได้อยู่เบื้องหลังการตัดถนนและไม่มีงบประมาณสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยระบุว่าจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงอดีตหัวหน้าเขตฯ ควบคู่กับการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปตามขั้นตอน

ประเด็นดังกล่าวยังทำให้คำถามเรื่องการจัดการพื้นที่อนุรักษ์กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง เนื่องจากหลายชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยวมตั้งถิ่นฐานมาก่อนการประกาศเขตคุ้มครอง เมื่อพื้นที่ถูกกำหนดสถานะทางกฎหมายในเวลาต่อมา ชุมชนที่ยังคงอยู่อาศัยจึงต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากร แม้บางกรณีจะเกี่ยวข้องกับความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เช่น การคมนาคมหรือการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

สะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม ระบุว่า เส้นทางดังกล่าวผ่านกระบวนการทำประชาคมและเป็นความเห็นร่วมของชุมชน เพื่อแก้ปัญหาการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ชาวบ้านต้องหามผู้ป่วยเดินเท้าออกจากหมู่บ้าน อีกทั้งยังมีข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านห้วยไก่ป่าว่า เคยมีผู้เสียชีวิตระหว่างการลำเลียงผู้ป่วยอย่างน้อย 2 ราย

ขณะที่ วรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 กล่าวถึงกรณีหญิงวัย 70 ปีเสียชีวิตระหว่างถูกหามฝ่าเส้นทางโคลนลื่นไปยังจุดรับรถฉุกเฉิน สะท้อนว่าสภาพถนนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่ห่างไกลอาจหมายถึงความเป็นความตายของประชาชน

ด้าน พฤ โอโดเชา เสนอข้อเรียกร้อง 37 ประการ เพื่อให้เปิดใช้เส้นทางเลี่ยงที่ขุดแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยระบุว่าสามารถลดระยะทางจากราว 20 กิโลเมตร เหลือประมาณ 11 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางจาก 2–3 ชั่วโมง เหลือราว 30 นาที โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางเดิมผ่านลำห้วยและพื้นที่ลาดชัน ทำให้การลำเลียงผู้ป่วยล่าช้า ทั้งนี้ ชุมชนหลายแห่งเตรียมยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อชี้แจงความจำเป็นของเส้นทางดังกล่าว

ขณะที่ สุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้ความเห็นว่า การปรับปรุงเส้นทางมีการทำประชาคมตั้งแต่ปี 2568 และหน่วยงานรัฐในพื้นที่รับรู้ โดยชาวบ้านมองว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยและสิทธิขั้นพื้นฐาน พร้อมเสนอว่าควรเปิดพื้นที่หารือร่วมกันอย่างรอบด้าน ไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะประเด็นการตัดไม้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาบริบททางสังคมและความจำเป็นของประชาชนควบคู่กันไป

กรณีนี้จึงสะท้อนความท้าทายสำคัญต่อการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ของรัฐ ว่าจะสามารถออกแบบกลไกที่ยืดหยุ่นต่อความจำเป็นของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จริงได้อย่างไร ไม่เพียงยึดตัวบทกฎหมายเป็นหลัก แต่เปิดพื้นที่ให้ข้อเท็จจริง เสียงของชุมชน และหลักสิทธิมนุษยชน เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทางออกของปัญหา

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เจาะสนามเลือกตั้งภาคเหนือ ทำไมผู้สมัครพรรคส้มแพ้พ่ายในเขตงานแม้คะแนนพรรคนำ?

เรื่อง: พิมลวรรณ ปานทุ่ง ทุกครั้งที่พรรคการเมืองอย่างอนาคตใหม่‒ก้าวไกล‒ประชาชน พ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต คำอธิบายที่ดังขึ้นแทบจะทันทีหนีไม่พ้นเหตุผลเรื่องการแจกจ่ายทรัพยากรเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเสียงก่อนวันเลือกตั้ง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าการ...

ก๊อนเก๊าเล่าล้านนา: กว๊านพะเยาแหล่งบัวลอย เลาะแอ่วกอยแผ่นดิน “ธรรม” เรื่องเล่าจากบึงน้ำธรรมชาติสู่ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

เรื่อง: นวลคำ ขะยอมแดง สุภาพชนคนเมือง ในช่วงค่ำ ชีวิตหลังเลิกงานพาใครหลายคนมายืนอยู่ริมผืนน้ำกว้างใหญ่ เบื้องหน้าคือดอยบุษราคัม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘ม่อนแจ๊ะ’ และฉากหลังคือดอยหลวงหรือดอยหนอกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาผีปันน้ำ...

พื้นที่แบ่งเค้ก สส.เขต? อ่านแผนที่ชัยชนะภูมิใจไทย–กล้าธรรมในภาคเหนือตอนล่าง

เรื่อง: ปรัชญา ไชยแก้ว เมื่อพิจารณาแผนที่ผลการเลือกตั้งในภาคเหนือตอนล่างจากทั้งหมด 33 เขต จะเห็นว่า ‘สีน้ำเงิน’ อย่างพรรคภูมิใจไทยครองชัยชนะได้ 21...

หวนคืนการเมืองยุค 90 เมื่อเครือข่ายท้องถิ่นกลับมาเป็นศูนย์กลางของเกมอำนาจใต้เงารัฐธรรมนูญ 60

เรื่อง: ปรัชญา ไชยแก้ว ถึงแม้ผลการเลือกตั้งปี 2569 อาจยังประกาศอย่างเป็นทางการไม่ครบ 100% แต่ภาพรวมที่ปรากฏในหลายจังหวัดของภาคเหนือตอนบนเริ่มชัดว่า ‘พรรคสีน้ำเงิน’ และ...