ให้เรื่องของเราเป็นเรื่องของทุกคน อ๊อด–ทองแสง ไชยแก้ว นักสร้างสรรค์การเรียนรู้จากกิ่งก้านใบ จ.อุตรดิตถ์

Date:

อ๊อด–ทองแสง ไชยแก้ว ไม่ใช่ผู้ก่อตั้ง ‘สำนักกิจกรรมกิ่งก้านใบ’ ตั้งแต่แรกเริ่ม แต่วันนี้เขาคือหัวใจและเรี่ยวแรงสำคัญของพื้นที่เรียนรู้กลางอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่ซึ่งไม่เรียกตัวเองว่าโรงเรียน แต่มีทุกสิ่งที่โรงเรียนควรมี ครูในความหมายใหม่ หลักสูตรที่ออกแบบขึ้นเอง และบรรยากาศเปิดกว้างให้เด็กๆ ได้ทดลองใช้ชีวิต

“เมืองจะเติบโตได้ ต้องมีพื้นที่ให้คนทุกวัยเรียนรู้ร่วมกัน” อ๊อดพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปะปนความสนุกสนาน นั่นคือเหตุผลที่เขาอุทิศเวลาเกือบทั้งหมดให้กับกิ่งก้านใบ และค่อยๆ ขยายแนวคิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนสู่สังคมวงกว้าง แม้จะหลงใหลในสิ่งที่ทำ แต่อ๊อดไม่เคยหยุดอยู่กับที่ เขาไม่เคยบอกว่างานของตัวเองเสร็จแล้ว ตรงกันข้าม เขาย้ำว่ายังมีงานคั่งค้างอีกมาก และมักมี ‘งานงอก’ ตามมาเสมอ

“งานเรามันไม่เคยเสร็จ ตราบใดที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ยังไม่เห็นความสำคัญ”

กิ่งก้านใบ อุตรดิตถ์ติดยิ้ม วัยรุ่นหมุนโลก

กิ่งก้านใบ LearnScape ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอลับแลและค่อยๆ ขยายแนวคิดการเรียนรู้ที่ไม่ยึดติดกับห้องเรียนมานานกว่า 25 ปี จากกรุงเทพฯ สู่ปลายทางอุตรดิตถ์ จากในเมืองสู่ลับแล จนเกิดเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ทั้งโฮมสเตย์ราคาประหยัดในบรรยากาศเรียบง่ายอบอุ่นเป็นมิตรกับธรรมชาติ ห้องประชุมสัมมนาที่จัดรูปแบบได้ตามกิจกรรม และลานกว้างที่สามารถปรับเป็นพื้นที่จัดงานตั้งแต่มินิเวิร์กช็อปไปจนถึงเทศกาลขนาดใหญ่

“เราต้องคิดด้วยว่าถ้ามีพื้นที่ มันต้องใช้ประโยชน์ได้หลายแบบ” อ๊อดบอก

แต่สิ่งที่เป็นหัวใจจริงๆ ของกิ่งก้านใบไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้าง หากคือคน กระบวนการ และพื้นที่เรียนรู้ที่พัฒนาผู้คนให้มีภูมิคุ้มกันทางใจ แข็งแรงพอจะรับมือปัญหาชีวิต และพร้อมเรียนรู้อยู่เสมอ

หนึ่งในผลงานที่หล่อหลอมวิธีคิดของอ๊อดอย่างชัดเจนคือเทศกาล ‘อุตรดิตถ์ติดยิ้ม’ เทศกาลฟรีที่ปิดถนนรอบวงเวียนหอนาฬิกาอุตรดิตถ์ เปิดพื้นที่ให้คนทั้งจังหวัดมาเรียนรู้ร่วมกัน ตั้งแต่กิจกรรมศิลปะบนถนนไปจนถึงเวิร์กช็อปชุมชน ภาพจำที่เขาไม่มีวันลืมคือช่วงเวลาที่ผู้คนหลายพันนั่งพื้นดูการแสดงโดยไม่มีเวทีสูงหรือพิธีการตัดริบบิ้น “มันคือครั้งแรกที่คนอุตรดิตถ์เห็นว่าถนนคือของสาธารณะจริงๆ แต่กว่าจะถึงวันนั้น เราใช้เวลากว่า 5 ปี ทำไปเรียนรู้ไป ค่อยๆ ขยายเครือข่าย จนวันที่เราชวนทุกคนลงถนนเพื่อยึดพื้นที่สร้างความหมายใหม่ว่ามันคือของทุกคน มันโคตรมีพลัง”

ไม่แปลกที่อุตรดิตถ์ติดยิ้ม กลายเป็นเทศกาลประจำปีของจังหวัด และต่อยอดเป็นกิจกรรมตลอดปี เช่น สถานีติดยิ้ม ใจกลางเมืองในอาคารโรงเรียนเก่าที่หมุนเวียนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทริปเรียนรู้และเวิร์กช็อปเล็กๆ อีกมากมาย แต่อ๊อดก็ยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้กิจกรรมจะคึกคักเพียงใด ก็ยังไม่อาจเปลี่ยนโครงสร้างเมืองตามที่ฝันไว้ได้ ถ้ารัฐไม่ลงมือลงแรงกับเรื่องนี้

“รัฐต้องลงทุนกับพื้นที่เรียนรู้ ไม่ใช่แค่ชื่นชมว่าดี แต่ต้องลงงบ ลงทรัพยากร เพราะที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างพลเมืองที่เข้มแข็ง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ท้องถิ่นเติบโต”

“หลายพื้นที่เป็นสถานีเรียนรู้ได้แล้ว มันเชื่อมโยงกันไปมา พวกเราเองก็เห็นสมควรยกระดับบ้านไร่กิ่งก้านใบให้เป็นพื้นที่หลายฟังก์ชัน และเมื่อทำโครงการพัฒนาเยาวชน สิ่งสำคัญที่เราไม่เคยลืมคือกระบวนการเรียนรู้ที่นำไปสู่การทำเทศกาล มันไม่ใช่แค่อีเวนต์ แต่ต้องสร้างคนและสื่อสารกับสังคมด้วย”

อีกหนึ่งโครงการคือ ‘วัยรุ่นหมุนโลก’ ในช่วงเริ่มต้นไม่ได้เป็นชื่อโครงการนี้ แต่ชื่อว่าสุขยกแก๊ง ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ในช่วงเวลานั้นก็เป็นหลักความคิดมาจากการทำพื้นที่เรียนรู้ ทำงานกับเครือข่ายอุตรดิตถ์ติดด้วย เพียงแค่เราไปชวนวัยรุ่นในจังหวัดรอบๆ เราเข้ามาทำงานเรื่องกิจกรรมการเรียนรู้สร้างสรรค์ชุมชน จนต่อมาเราค้นพบว่าเยาวชนรอบๆ ตัวเราที่เราทำงานด้วยและไม่ได้ทำงานด้วยแยกขาดจากชุมชนที่เขาเติบโตขึ้นมา ไม่มีพลังในชีวิตนั้น ส่วนใหญ่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง อันเป็นผลทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิตของวัยรุ่นบนโลกจึงเกิดขึ้น โดยมีประเด็นสุขภาพจิตเป็นแกนหลัก ตัวโครงการมีหลักในการทำงานสำคัญ คือ หนึ่ง สนับสนุนให้เยาวชนเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยการใช้ต้นทุนชุมชน วิถีท้องถิ่น ภูมิปัญญา สอง คือเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ใช้ศักยภาพต้นทุนของตัวเองในการทำกิจกรรมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และสาม คือติดตั้งทักษะการรับมือปัญหาสุขภาพจิต เพื่อให้เยาวชนมีเครื่องมือที่จะรับมือกับปัญหาที่จะเข้ามาในชีวิตได้ จากนั้นค่อยเป็นกระบวนการที่สนับสนุนให้เขาได้ไปลงทำงานในพื้นที่จริงและมีการติดตามส่งเสริมกันอย่างต่อเนื่อง มีมาตั้งแต่สนับสนุนให้เด็กๆ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเรื่องเล่าในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นดนตรีพื้นบ้าน การทำอาหาร การทำกิจกรรม ที่จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างคนต่างรุ่น

“สิ่งที่เราต้องทำคือให้เด็กคิด ทำ เรียนรู้ด้วยตัวเอง เรามีหน้าที่สนับสนุนทุน ความรู้ และเครือข่าย ค่อย ๆ ทำไป แล้วเขาจะเห็นคุณค่าตัวเองว่า ‘เราทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ’ และเปลี่ยนชุมชนที่อยู่ได้จริง”

ให้เรื่องของเรา เป็นเรื่องของทุกคน

จากประสบการณ์ที่ผ่านพ้น อ๊อดมองคำว่า ‘แคมเปญ’ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อ๊อดบอกกับเราว่า เขาประทับใจแคมเปญ ‘จับตาเลือกตั้ง’ เพราะมันง่าย ทั้งในแง่ของการสื่อสารและลงมือทำได้ทันที

“ชอบมากๆ คือการที่ iLaw ชวนคนออกไปจับตาการเลือกตั้ง ประเด็นคือมันทำง่ายมาก แค่ 5 โมงคุณไปเฝ้าหน้าคูหา รายงานสิ่งที่ผิดปกติในการนับคะแนนแค่นั้นเอง แต่ลึกๆ แล้ว เราคิดว่ามันมีมากกว่านั้น ส่วนหนึ่งมันมาจากความอัดอั้นของประชาชนด้วย เราได้เลือกตั้งในปี 62 ก็จริงอยู่ แต่บรรยากาศมันเหมือนช่วงรัฐประหารเลย หลายคนก็น่าจะคิดแหละว่าเราคงทำอะไรได้บ้างที่มันเปลี่ยนแปลง”

อ๊อดยังย้ำอีกว่า ‘แคมเปญเนอร์’ คือนักรณรงค์ที่ทำให้เรื่องของเรา กลายเป็นเรื่องของคนอื่น และเป็นของทุกคน”

Daybreaker Network ปีที่ 2 พื้นที่เรียนรู้เพื่อคนอยากเปลี่ยนสังคม

จากประสบการณ์ที่อ๊อดเล่าให้ฟังนั้น เลยไม่แปลกใจที่อ๊อดจะได้รับการทาบทามให้มาเป็นหนึ่งในทีมพี่เลี้ยงโครงการ Daybreaker Network ปีที่ 2 ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ พร้อมด้วยความร่วมมือจาก Amnesty International Thailand (AITH) ในการออกแบบหลักสูตร พร้อมทั้งเหล่าเจ้าของพื้นที่ เจ้าของประเด็นใน 4 ภูมิภาค ทั้ง ยะลา ชลบุรี เชียงใหม่ และอุตรดิตถ์ เพื่อให้การสื่อสารของคุณส่งเสียงออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

“มันคือการเอาความสำเร็จ ความล้มเหลว และความอัดอั้น มาร่อนผ่านกรอบคิดแบบแคมเปญ เพื่อเล่าเรื่องให้คมและทรงพลังขึ้น ทำให้ประเด็นท้องถิ่นกลายเป็นเรื่องของสังคม เราว่ามันจะมีพลังมากถ้าคนแบบเราๆ แบบที่บ้าระห่ำมาเจอกัน”

คลาสเรียนนี้เป็น คลาสออนไลน์ เรียนได้จากทุกที่ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และยังมีโอกาสได้รับทุนสนับสนุนทำแคมเปญจริง ร่วมกับโค้ชที่คุณเลือก มูลค่ารวมกว่า 80,000 บาท สนใจสมัครได้ที่นี่

อ๊อดบอกเพิ่มเติมว่าสิ่งที่ทุกคนที่เข้าร่วมจะได้คือ คอมมูนิตี้ผู้มีฝันเดียวกัน ได้เจอคนจากหลากประเด็นที่เชื่อในการเปลี่ยนแปลง ได้เจอ สนามทดลองจริง ลองเอาประเด็นมาพัฒนาเป็นแคมเปญ และท้ายที่สุดคือ ความมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มจากท้องถิ่น

“บ้านเราเรื่องของเรา สำคัญไม่แพ้กรุงเทพฯ หรอก อยากให้มันปลดปล่อยความสร้างสรรค์ไปด้วยกัน”

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เลือกตั้งกำแพงเพชร: การจัดระเบียบบ้านใหญ่หลังพรรคแตก และพรรคประชาชนที่ยังอยู่โหมด ‘ปักหมุด’

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้ามองการเมืองกำแพงเพชรแบบ ‘แผนที่อำนาจ’ มากกว่าดูแค่โลโก้พรรค จะเห็นภาพชัดว่าการแข่งขันจริงอยู่ที่ ‘การจัดระเบียบบ้านใหญ่ใหม่หลัง พปชร. แตก’ มากกว่ากระแสพรรคระดับประเทศ จากเขตเลือกตั้งทั้งหมด...

8 กุมภานี้ เราไม่ได้แค่ ‘เลือกคนที่รัก พรรคที่ใช่’ แต่เรากำลังเลือกกติกา เพื่อสถาปนา ‘สิทธิชุมชน’

เรื่อง: พชร คำชำนาญ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งทั่วไป ท่ามกลางบรรยากาศหาเสียงที่คึกคักเหมือนทุกครั้ง แต่ปีนี้มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน และเกิดขึ้นวันเดียวกัน...

เทาทั้งแผ่นดิน (สีม่วงไม่รับ)

เรื่อง: อรรถจักร สัตยานุรักษ์  เชื่อได้ว่าการแจกเงินเพื่อซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ สูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะแค่การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพิ่งผ่านไป ก็มีคนออกมายืนยันว่าจ่ายเงินหัวละพันบาทแล้ว ทำไมจึงมีการจ่ายเงินซื้อเสียงและจ่ายกันมากขึ้น การจ่ายเงินครั้งนี้จะไม่กระมิดกระเมี้ยนอย่างที่ผ่านมาเพราะบรรดานักการเมืองที่ซื้อเสียงได้ประเมินอย่างชัดเจนแล้วว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นไม่ได้คิดหรือเจาะจงทำงานเพื่อจับการซื้อเสียงให้ได้ คณะกรรมการฯ จะทำหน้าที่เพียงแค่การจัดการเลือกตั้งให้ดำเนินไปได้เท่านั้น...

เชิญพิจารณา: ช่องว่างนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง 8 กุมภา กับบททดสอบนโยบายรัฐไทยต่อวิกฤตแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง

เรื่อง: สืบสกุล กิจนุกร การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง อาจไม่ใช่เพียงการเลือกตัวแทนทางการเมืองตามวาระปกติ หากแต่เป็นการตัดสินใจต่อคำถามใหญ่กว่านั้นว่า...