25 กุมภาพันธ์ 2569 – สภาบริหารชั่วคราวแห่งรัฐคะเรนนี (Interim Executive Council of Karenni State) ออกประกาศเตือนภัยด้านสาธารณสุขอย่างเร่งด่วน หลังผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำพบการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำสาละวินและลำห้วยโมโลสูงเกินค่ามาตรฐานสากลหลายเท่า
การตรวจวิเคราะห์ดังกล่าวดำเนินการร่วมกับภาควิชาสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเก็บตัวอย่างน้ำระหว่างวันที่ 18–24 ธันวาคม 2568 รวม 11 จุด ครอบคลุมแม่น้ำสาละวินตอนบน บริเวณชายแดนรัฐฉาน–คะเรนนี ตอนกลาง และตอนล่างใกล้เขตรัฐกะเหรี่ยง รวมถึงอีก 1 จุดในลำห้วยโมโล
ผลตรวจพบว่า ค่ามาตรฐานสารหนูในน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) ถูกตรวจพบเกินอย่างมีนัยสำคัญในหลายจุด
แม่น้ำสาละวิน: พบค่าระหว่าง 0.042–0.096 mg/L หรือสูงกว่ามาตรฐาน 4–9 เท่า
ลำห้วยโมโล: พบค่าสูงถึง 0.553 mg/L หรือมากกว่ามาตรฐานถึง 55 เท่า
หน่วยงานคะเรนนีระบุว่า ระดับการปนเปื้อนดังกล่าว “อยู่ในขั้นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน” โดยเฉพาะชุมชนที่ใช้น้ำโดยตรงเพื่อดื่ม ปรุงอาหาร เกษตรกรรม และจับสัตว์น้ำบริโภค
ความเสี่ยงต่อสุขภาพระยะสั้นและระยะยาว สารหนูเป็นโลหะหนักที่มีพิษสูง การรับสารในระยะสั้นอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย และตะคริวกล้ามเนื้อ
ขณะที่การสะสมในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งตับ ปอด กระเพาะปัสสาวะ และผิวหนัง รวมถึงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคระบบทางเดินหายใจ ในเด็กอาจกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและความจำอย่างถาวร
ข้อแนะนำเร่งด่วนต่อประชาชนริมน้ำสภาบริหารชั่วคราวแห่งรัฐคะเรนนีเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
1.ห้ามดื่มน้ำจากแม่น้ำสาละวินและลำห้วยโมโลโดยตรง และห้ามใช้ปรุงอาหาร
2.หากสัมผัสน้ำ ให้ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดทันที
3.หลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์น้ำจากแม่น้ำสาละวิน หากจำเป็นให้หลีกเลี่ยงส่วนหัวและอวัยวะภายใน
4.ห้ามบริโภคสัตว์น้ำจากลำห้วยโมโลทุกชนิดโดยเด็ดขาด
ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง พร้อมยืนยันว่าจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรภาคประชาสังคม และผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำ ดิน พืชผล และสัตว์น้ำเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
เหมืองแร่ไร้การควบคุม ต้นตอปัญหาข้ามพรมแดน หน่วยงานคะเรนนีระบุว่า ปัญหานี้เชื่อมโยงกับการทำเหมืองแร่ โดยเฉพาะเหมืองตะกั่วและกระบวนการแต่งแร่ (ore dressing) ที่ขาดการควบคุมในรัฐคะเรนนีและพื้นที่ใกล้เคียงของเมียนมา ซึ่งอาจปล่อยของเสียและโลหะหนักลงสู่ลำน้ำ
แม่น้ำสาละวินเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักของภูมิภาค ไหลผ่านหลายรัฐในเมียนมาก่อนเข้าสู่ชายแดนไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอสบเมยซึ่งพึ่งพาแม่น้ำสายนี้เป็นแหล่งน้ำหลักในการอุปโภคบริโภคและประมงพื้นบ้าน
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และหน่วยงานไทยบางแห่งก่อนหน้านี้ได้รายงานการตรวจพบโลหะหนักในลุ่มน้ำสาละวินในช่วงปี 2568–2569 เช่นกัน สะท้อนความกังวลต่อความปลอดภัยด้านสุขภาพและความมั่นคงทางอาหารของชุมชนริมน้ำหลายหมื่นคน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเตือนว่า หากไม่มีมาตรการควบคุมต้นทางของมลพิษอย่างเป็นระบบ วิกฤตโลหะหนักในลุ่มน้ำสาละวินอาจขยายวงกว้าง และส่งผลกระทบยาวนานต่อระบบนิเวศและประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน
