จากเวทีแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต 6 โดยเชียงรายสนทนาและเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ เมื่อ 27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา มีผู้สมัครเข้าร่วมตอบคำถามจำนวน 5 คน ได้แก่ จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม หมายเลข 1 พรรคประชาชน, ธวัชชัย อภิวงค์ หมายเลข 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ, ชัยยนต์ ศรีสมุทร หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย, มลธิชา ไชยบาล หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม และบัณฑิต สุรินเปา หมายเลข 8 พรรคไทยก้าวหน้า
หนึ่งในประเด็นหลักบนเวที คือปัญหาน้ำท่วมแม่สายและแนวทางการย้ายชุมชนออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม โดยผู้สมัครทุกคนเห็นตรงกันว่าเป็น ‘ปัญหาเร่งด่วน’ ที่ต้องได้รับการแก้ไข หากได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา แต่แนวทางและเครื่องมือที่เสนอมีความแตกต่างกัน

ติดตามการทำงานรัฐ พร้อมตั้งคำถามแผนระยะสั้น–กลาง
จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาชน ระบุว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองมีแผนและกรอบงบประมาณสำหรับการย้ายชุมชนออกจากแนวน้ำท่วมแล้ว แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดที่ชัดเจน ทั้งเรื่องพื้นที่รองรับและกระบวนการย้าย หากได้เป็น สส. จะติดตามและตรวจสอบแผนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
ส่วนการแก้ปัญหาน้ำท่วม จุฬาลักษณ์ชี้ว่า ภาครัฐมีการออกแบบผังเมืองไว้แล้ว แต่เป็นแผนระยะยาว จึงตั้งคำถามว่าในช่วงระยะสั้นและระยะกลางจะมีมาตรการรองรับอย่างไร
น้ำท่วมไม่ใช่แค่น้ำ แต่คือโคลนจากต้นทาง
ชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัครหมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย มองว่าปัญหาแม่สายไม่ใช่แค่น้ำหลาก แต่เป็น ‘โคลน’ ที่ไหลมากับน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงกับกิจกรรมเหมืองแร่ต้นน้ำ จึงต้องแก้ตั้งแต่ห่วงโซ่อุปทาน โดยต้องเจรจากับผู้มีส่วนได้เสียในระบบดังกล่าว
ในส่วนบทบาทของกรมโยธาธิการและผังเมือง ชัยยนต์เห็นว่าต้องออกแบบระบบให้น้ำผ่านเมืองได้เร็วที่สุด พร้อมรับปากว่าจะติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การย้ายชุมชนสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมาย หากมีการเจรจาอย่างเหมาะสม
ศึกษาต้นทางน้ำ พร้อมสร้างพนังกั้นน้ำถาวร
มลธิชา ไชยบาล ผู้สมัครหมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม ระบุว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมต้องเริ่มจากการศึกษาที่รอบด้าน เพื่อให้รู้ว่าน้ำมาจากไหนและมีลักษณะอย่างไร ก่อนออกแบบมาตรการป้องกัน
หนึ่งในแนวทางที่เสนอคือการสร้าง ‘พนังกั้นน้ำถาวร’ ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น และหากจำเป็นต้องโยกย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง ต้องมีมาตรการเยียวยาที่เพียงพอและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ผลักดันพนังถาวรตลอดแนวแม่สาย–สบรวก
บัณฑิต สุรินเปา ผู้สมัครหมายเลข 8 พรรคไทยก้าวหน้า เสนอให้สร้างพนังกั้นน้ำถาวรตลอดแนว ตั้งแต่แม่สายถึงสบรวก เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก โดยชี้ว่าที่ผ่านมาพนังส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราว ทำให้ชุมชนท้ายน้ำต้องเผชิญความเสี่ยงทุกครั้งที่มีน้ำหลาก
ค่าเวนคืน S–M–L ใช้งบไม่เกิน 5 พันล้านบาท
ธวัชชัย อภิวงค์ ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานในฐานะอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด การขุดลอกไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง เหลือทางเลือกคือการย้ายชุมชน ซึ่งต้องเริ่มจากการพูดคุยกับชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา
ธวัชชัยเสนอกรอบค่าเวนคืน 3 ระดับ ได้แก่
S 3–5 ล้านบาท
M 5–10 ล้านบาท
L 10–20 ล้านบาท
โดยชี้ว่าที่ผ่านมาความไม่ชัดเจนของรัฐ โดยเฉพาะกรณีประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชาวบ้านไม่ยอมย้าย พร้อมระบุว่า หากพรรครวมไทยสร้างชาติได้เป็นรัฐบาล จะผลักดันงบประมาณในกรอบไม่เกิน 5,000 ล้านบาท
เทียบวิสัยทัศน์ผู้สมัครกับข้อเสนอภาคประชาชน
เมื่อพิจารณาคำตอบของผู้สมัครทั้ง 5 คนที่ เชียงรายสนทนา เป็นผู้ถาม ร่วมกับข้อเสนอจากภาคประชาชนที่ Lanner รวบรวมไว้ในงาน ถามว่าที่ สส. เชียงราย เขต 6 แก้ยังไงต่อกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเเม่สาย พบว่า ประเด็นการเยียวยาและการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของผู้สมัครมากที่สุด โดยทุกคนกล่าวถึงข้อจำกัดของมาตรการเยียวยาในปัจจุบันและเสนอแนวทางปรับปรุง
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอด้านความร่วมมือข้ามพื้นที่ ปรากฏชัดเฉพาะในคำตอบของผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ขณะที่แนวคิดเรื่องการถอดบทเรียนใกล้เคียงกับข้อเสนอของผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม
ส่วนข้อเสนออื่น เช่น การจัดตั้งศูนย์เตือนภัยระดับชุมชน และการกระจายอำนาจรวมถึงงบประมาณให้ท้องถิ่น ยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจนบนเวทีครั้งนี้
ทั้งนี้ จากการที่ผู้สมัคร สส. เชียงราย เขต 6 ตอบรับเข้าร่วมเวทีไม่ครบทั้ง 8 คน จึงยังไม่ทราบแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมแม่สายจากอีก 3 ผู้สมัคร นั่นคือ อนันต์ แพทยานนท์ ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคพลังประชารัฐ, ภัทรวัลย์ ผลไพบูลย์ ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคพลวัต และกฤษฎ์ชัยณัช วงศ์สมพฤกษ์ ผู้สมัครหมายเลข 6 พรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น จึงต้องรอติดตามกันต่อไปว่า 3 ผู้สมัครที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชันวิสัยทัศน์ในเวทีนี้ จะมีแนวทางแก้ปัญหาเพื่อคนแม่สายอย่างไรบ้าง
