บ้านกลาง-แม่ส้าน ลงนามรับรองแนวเขตอุทยานถ้ำผาไท คลี่คลาย 30 ปี ข้อพิพาทที่ดินชุมชน

Date:

ภาพ: กุลธิดา กระจ่างกุล

25 เมษายน 2568 ที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านกลาง ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีการประชุมสาธารณะครั้งสำคัญว่าด้วยการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน นักสิทธิมนุษยชน และเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วม 

การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการคลี่คลายข้อพิพาทเรื่องสิทธิที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชุมชน ซึ่งดำเนินมากว่า 30 ปี นับตั้งแต่มีการประกาศเตรียมจัดตั้งอุทยานในปี 2532 โดยครั้งนี้รัฐและชุมชนสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันในเรื่องแนวเขตพื้นที่อุทยานฯ ได้เป็นครั้งแรก

ธนากร สิงห์เชื้อ หัวหน้าอุทยานถ้ำผาไท กล่าวว่า การประชุมเป็นไปตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนับเป็นพัฒนาการสำคัญที่ทำให้ชุมชนมีบทบาทร่วมกำหนดแนวเขตอุทยานฯ อย่างแท้จริง โดยการลดพื้นที่อุทยานฯ จากเดิมกว่า 750,301 ไร่ เหลือประมาณ 448,910 ไร่ หรือคิดเป็นลดลงกว่า 40% เป็นผลจากการเจรจาและตรวจสอบพื้นที่ร่วมกันอย่างละเอียด

“วันนี้ถือเป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่รัฐและชุมชนสามารถพูดคุยด้วยความเข้าใจ ใช้ทั้งแผนที่ดาวเทียม แผนที่ทหาร และการเดินสำรวจภาคสนามร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวเขตที่ทุกฝ่ายยอมรับได้” ธนากรกล่าว

หลังการประชุม ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงยอมรับแนวเขต และเริ่มฝังหมุดหมายแนวเขตจริง พร้อมระบุพิกัด GPS เพื่อเตรียมนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นระดับตำบลและอำเภอ ก่อนเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติพิจารณาประกาศพื้นที่อย่างเป็นทางการต่อไป

สมชาติ รักษ์สองพลู ผู้นำชุมชนบ้านกลาง กล่าวว่า “วันนี้เราชนะแล้ว หลังจากต่อสู้มากว่า 30 ปี เราไม่ได้ต้องการครอบครองป่า แต่ต้องการอยู่กับป่าในแบบของเรา เพื่อรักษาไว้ให้รุ่นลูกหลาน”

ด้านอรรณพ กันฑะวงศ์ ผู้แทนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุว่า แม้คดีร้องเรียนเดิมไม่เข้าข่ายละเมิดสิทธิ แต่ทางกรรมการได้เสนอแนวทางให้กรมอุทยานฯ คุ้มครองสิทธิชุมชนตามมติ ครม. และกระบวนการที่ดำเนินอยู่ขณะนี้ถือว่าสอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน

พชร คำชำนาญ ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) กล่าวเสริมว่า การปักหมุดและกันพื้นที่วันนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพื้นที่อุทยานแห่งชาติอื่น ๆ เพราะชุมชนไม่ได้คัดค้านการมีอุทยาน แต่ขอเพียงมีพื้นที่อยู่อาศัยและทำมาหากินที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ

“การต่อสู้กว่า 30 ปีของบ้านกลางและแม่ส้านวันนี้ถือว่าสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง แต่เรายังต้องติดตามขั้นตอนต่อไปในระดับอำเภอและคณะกรรมการกลาง เพื่อยืนยันสิทธิอย่างสมบูรณ์” พชรกล่าว

เขาย้ำว่า แม้จะยังไม่ใช่ชัยชนะสุดท้าย แต่การยืนยันแนวเขตร่วมกันได้ในวันนี้ ถือเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ที่ทำให้ชุมชนได้มีความหวังและพลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เก้าอี้ สส. เขต กับจำนวนบ้านใหญ่สัมพันธ์กันไฉน? เมื่อบ้านใหญ่สังกัดพรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งในเขตภาคเหนือกว่า 86%

หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ชี้ชัดว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เพียงแต่ก้าวขึ้นมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งที่ได้ สส. เขตมากที่สุดถึง 174...

เชิญพิจารณา: ข้อสังเกตต่อคำแถลงของกรมควบคุมมลพิษ กรณีแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง

เรื่อง: สืบสกุล กิจนุกร กรณีที่อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลงว่า ‘คุณภาพน้ำแม่น้ำกกอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย’ และพบสารหนูต่ำกว่าค่ามาตรฐาน จนสามารถทำกิจกรรมทางน้ำบางประเภทได้นั้น ควรถูกพิจารณาอย่างรอบด้าน มากกว่าการยึดเพียงถ้อยแถลงเชิงตัวเลข เพราะสถานการณ์แม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง...

ตรวจพบสารหนูสะสมในร่างกายชาวบ้านริมน้ำกก 16 จาก 90 ตัวอย่าง นักวิชาการ มฟล.–มรภ.เชียงราย เสนอรัฐเร่งสื่อสารความเสี่ยง–ประกาศโรคเฝ้าระวัง

สำนักข่าวชายขอบรายงานว่าเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมลักษณวรรณ อ.เมือง จ.เชียงราย ในการประชุมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะโดยชุมชน กรณีศึกษาผลกระทบจากสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก...