ภาคประชาสังคมชายแดนยื่น กมธ.สภาฯ ขอรัฐเปิดทางผู้หนีภัยสงครามทำงานในไทย หลังงบช่วยเหลือถูกตัด

Date:

17 กรกฎาคม 2568 กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมชายแดนไทย–เมียนมา 11 องค์กร เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร 5 คณะ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งเปิดช่องทางให้ผู้หนีภัยจากการสู้รบในค่ายพักพิงตามแนวชายแดน สามารถออกไปทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่องค์กรระหว่างประเทศเตรียมยุติการสนับสนุนด้านอาหารและบริการสุขภาพในค่ายทั้ง 9 แห่ง หลังวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

กลุ่มผู้จัดทำหนังสือประกอบด้วยองค์กรผู้ลี้ภัยและสิทธิมนุษยชน อาทิ คณะกรรมการผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง (KRC), องค์การสตรีชาวกะเหรี่ยง (KWO), มูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน (FWB), มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF), และเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) โดยเน้นย้ำว่า ผู้หนีภัยกว่า 107,000 คนที่อาศัยในค่ายพักพิงมาเป็นเวลานาน (บางรายนานกว่า 30 ปี) กำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงในชีวิต ทั้งที่ราว 80,813 คนมีรายชื่อในระบบฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและ UNHCR

ภาคประชาสังคมเสนอให้รัฐพิจารณาโครงการนำร่องเพื่อจัดระเบียบการออกไปทำงานของผู้หนีภัย โดยมีข้อเสนอหลัก 5 ประการ ได้แก่

1.อนุญาตผู้ลี้ภัยที่มีทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย ออกไปทำงานแบบไป-กลับในพื้นที่ใกล้ค่าย โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนซับซ้อน

2.พัฒนารูปแบบการจัดการโดยอิงบริบทท้องถิ่น ผ่านความร่วมมือกับนายจ้าง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม

3.ยกเว้นค่าธรรมเนียมบัตรประจำตัวและใบอนุญาตทำงานแก่ผู้ลี้ภัยที่ไม่มีศักยภาพในการแบกรับภาระทางเศรษฐกิจ

4.ส่งเสริมการเรียนภาษาไทย ทั้งในรูปแบบเร่งรัด การศึกษานอกระบบ และหลักสูตรในค่าย

5.สำรวจและจัดทำทะเบียนผู้ลี้ภัยที่ยังไม่อยู่ในระบบ เพื่อป้องกันการตกหล่นและเสริมสร้างความมั่นคงในการบริหารจัดการ

    เครือข่ายฯ ยังอ้างอิงผลสำรวจซึ่งระบุว่า ร้อยละ 57.4 ของผู้หนีภัยต้องการสถานะทางกฎหมายเพื่อสามารถทำงานในประเทศไทย และถึงร้อยละ 80 เห็นว่า “ประเทศไทยคือบ้านของพวกเขา”

    ทางด้าน รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการความมั่นคงแห่งรัฐ ความมั่นคงภายในประเทศ รับหนังสือข้อเสนอจากภาคประชาสังคม พร้อมให้คำมั่นว่าจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงต่างประเทศ และผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริง โดยกล่าวว่า “หากได้รับโอกาส ผู้ลี้ภัยเหล่านี้จะเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อสังคมไทย”

    กองบรรณาธิการ
    กองบรรณาธิการ
    ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

    ‘หมาก–หอม–มันฝรั่ง’ พืชเกษตรภาคเหนือราคาต่ำ เมื่อพืชนำเข้าทุบราคาหน้าสวน-ทุนห้องเย็นกินรวบส่วนต่าง

    เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือเผชิญวิกฤตราคาพืชเศรษฐกิจตกต่ำหนัก หลังผลผลิตหลายชนิด ทั้งหมากตากแห้ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม มันฝรั่ง และกะหล่ำปลี ปรับราคาลดลงอย่างต่อเนื่องช่วงต้นปี 2569...

    PM2.5 ภาคเหนือวิกฤต ค่าฝุ่นพุ่งเกิน 500 ‘ตี๋‒ภัทรพงษ์’ จี้รัฐใช้เงินภัยพิบัติช่วยพื้นที่ ชี้งบไฟป่าถูกตัด-งบกลางไม่จัดสรร

    สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในหลายจังหวัดภาคเหนือยังคงอยู่ในระดับวิกฤต หลังค่าฝุ่นพุ่งสูงเกิน 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m³) หลังหลายพื้นที่เผชิญสถานการณ์ไฟป่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญมลพิษทางอากาศในระดับอันตราย...

    เครือข่ายประชาชนจัด “มหกรรมประชาชนปกป้องแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง–สาละวิน” วันน้ำโลก 22 มี.ค. ที่เชียงราย ย้ำสิทธิการเข้าถึงน้ำสะอาด เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาเหมืองข้ามแดน

    เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง เตรียมจัดกิจกรรม ‘มหกรรมประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน’ เนื่องในวันน้ำโลก เพื่อย้ำสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงน้ำสะอาดและปลอดภัย...

    ละลานล้านนา: สองสายจีน ริมปิง ฮ่อ–แต้จิ๋ว กับประวัติศาสตร์เชียงใหม่

    เรื่อง: ปวีณา หมู่อุบล  เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ในพื้นที่ที่มีคนเชื้อสายจีนอาศัยอยู่หนาแน่นก็มักจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ และหนึ่งในนั้นก็คือเชียงใหม่ นั่นก็เพราะเป็นเมืองที่ได้มีการติดต่อค้าขายกับชาวจีนมาตั้งแต่ในยุคจารีตเรื่อยมาจนสมัยเป็นมณฑลเทศาภิบาล รวมถึงมีคนจีนจำนวนมากอพยพเข้ามาตั้งรกรากและสั่งสมฐานะทางเศรษฐกิจ จนเกิดเป็นชุมชนชาวจีนขึ้นในทั้งสองฝั่งแม่น้ำปิง คือในย่านสันป่าข่อย...