เลาฟั้ง ส.ส.พรรคประชาชน ชี้นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า คือการเยียวยาความผิดพลาด ไม่ใช่การยกป่าให้นายทุน

Date:

หลังจากร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าผ่านวาระ 1 ในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสคัดค้านและตั้งข้อกังวลจากบางฝ่ายว่า อาจเป็นการเปิดทางให้ผู้มีอิทธิพลและนายทุนได้รับประโยชน์ ขณะที่ เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และหนึ่งในกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมาย ออกมาชี้แจงย้ำว่า กฎหมายนี้มีเป้าหมายเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าในอดีต

เลาฟั้ง ซึ่งเคยทำงานด้านกฎหมายสิทธิชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาอย่างยาวนาน กล่าวว่า “อย่าเอาความกลัวและอคติมาปั่นเพื่อขัดขวางการคืนความเป็นธรรมให้แก่ชาวบ้าน คนจน และคนชายขอบในสังคมนี้ถูกกระทำมากพอแล้ว การนิรโทษกรรมไม่ใช่การยกป่าให้นายทุน แต่คือการเยียวยาความผิดพลาดที่รัฐเคยทำไว้”

เขายังชี้แจงกรณีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า หลังถูกวิจารณ์ว่ากฎหมายอาจเอื้อประโยชน์ให้นายทุนผู้บุกรุก และทำให้รัฐสูญเสียพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น โดยในฐานะผู้เสนอและกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมาย ได้ตอบคำถามเป็นข้อ ๆ ดังนี้

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายการนิรโทษกรรมตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2541 ขัดกับหลักการกฎหมายหรือไม่: เลาฟั้งอธิบายว่า การกำหนดจุดเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2541 เป็นเพราะวันนั้นมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่อนผันไม่ให้จับกุมดำเนินคดีผู้ที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า ต่อมา ครม. ยังมีมติในทำนองเดียวกันอีกหลายครั้ง รวมถึงคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 ที่คุ้มครองประชาชนที่ทำกินในพื้นที่เดิมไม่ให้ถูกจับกุม ดังนั้น กลุ่มที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาก่อนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว รัฐบาลตั้งใจไม่ให้ถูกดำเนินคดีตั้งแต่แรก และพวกเขาไม่ควรถูกยึดที่หรือถูกดำเนินคดีในภายหลัง

การนิรโทษกรรมและการพิสูจน์สิทธิ์ เลาฟั้งระบุว่า การนิรโทษกรรมไม่ขัดกับหลักกฎหมาย เพราะไม่มีข้อห้ามไว้ การล้างความผิดเดิมจะช่วยปลดล็อกให้เจ้าหน้าที่นำที่ดินพิพาทเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมายได้ ขณะที่หลายพื้นที่ชาวบ้านทำกินมานาน บางรายมีหลักฐานขึ้นทะเบียนตามมติ ครม. 11 พ.ค. 2542 แต่กลับถูกยึดที่ไปอย่างไม่เป็นธรรม

เป็นการให้โบนัสผู้กระทำผิดหรือไม่ “ไม่ใช่โบนัส แต่เป็นการคืนสิทธิที่พวกเขามีอยู่เดิมซึ่งถูกพรากไป โดยคำสั่ง คสช. ที่ไม่ใช่กฎหมายปกติ” เลาฟั้งย้ำ

จะทำให้ป่าลดลงหรือไม่ เจ้าตัวยืนยันว่า “ป่าไม่ลดลงแม้แต่ตารางนิ้ว” เพราะพื้นที่ที่ได้รับนิรโทษกรรมเป็นไร่ นา สวนยาง หรือบ้านอยู่อาศัย ไม่ใช่พื้นที่ป่าเดิม อีกทั้งเมื่อชาวบ้านมีสิทธิ์มั่นคง จะยิ่งส่งเสริมให้ใช้ที่ดินอย่างยั่งยืนและเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น

นายทุนหรือนักการเมืองได้ประโยชน์หรือไม่ เลาฟั้งย้ำว่า ร่างกฎหมายกำหนดชัดว่าผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นผู้ครอบครองที่ดินมาก่อนตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 หรือคำสั่ง คสช. 66/2557 เท่านั้น ขณะที่นายทุนและผู้บุกรุกใหม่ไม่เข้าเงื่อนไข อีกทั้งยังมีคณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัดกลั่นกรองอย่างรอบคอบ

พื้นที่ที่ใช้ผิดวัตถุประสงค์ กรณีภูทับเบิกหรือม่อนแจ่ม เลาฟั้งชี้ว่าหลายครั้งชาวบ้านถูกกล่าวหาว่าเป็นนายทุน ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ การปรับใช้ที่ดินจากการเกษตรเป็นการท่องเที่ยวไม่มีกฎหมายห้ามชัดเจน และยังช่วยลดสารเคมี เพิ่มรายได้ชุมชน

การเยียวยาที่ผ่านมา เขาปฏิเสธกระแสข่าวว่าชาวบ้านเคยได้รับการชดเชยหรือจัดสรรที่ดินครอบครัวละ 25 ไร่ โดยยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง ไม่มีการชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น”

เร่งผลักดันเพราะหวังผลการเมืองหรือไม่ เลาฟั้งชี้แจงว่า ร่างกฎหมายนี้มีการศึกษาและยกร่างมาตั้งแต่ปี 2566 และถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระตามปกติ ไม่ใช่วาระซ่อนเร้น แต่จำเป็นต้องเร่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไร้ที่ดินและชีวิตล่มสลาย

จะสูญเสียพื้นที่ป่าเพิ่มหรือไม่ เขาอธิบายว่า ผู้ได้รับผลกระทบกว่า 90% เป็นชาวบ้านที่อยู่มาก่อนประกาศเขตป่า ไม่ใช่นายทุนหรือผู้บุกรุกใหม่ เช่น กรณีม่อนแจ่มที่ชาวบ้านอยู่มาก่อนปี 2500 แต่เพิ่งประกาศป่าสงวนในปี 2507 อีกทั้งที่ดินไม่ได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์โดยอัตโนมัติ ต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ก่อน

เหตุผลที่กองทัพและกระทรวงทรัพย์ออกมาคัดค้าน เลาฟั้งระบุว่า แม้จะรับฟังข้อเสนอแนะและความกังวลจากทุกฝ่าย แต่ก็ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุผลที่บางคนจากกองทัพและกระทรวงทรัพย์ฯ ออกมาต่อต้าน อาจเป็นความพยายามปกปิดความผิดพลาดจากการใช้อำนาจเผด็จการในอดีต ที่อ้างว่าจะจัดการกับนายทุน แต่กลับกลายเป็นการใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานชาวบ้าน ทำให้คนจนและชุมชนชนบทได้รับความเดือดร้อนทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ไม่ได้เปิดช่องให้ชาวบ้านผู้เสียหายใช้เป็นสิทธิ์ในการฟ้องร้องเอาผิดเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการย้อนหลังแต่อย่างใด

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

อุทธรณ์สู้คดีเขื่อนปากแบง ภาคประชาสังคมจี้ศาลใช้หลักป้องกันไว้ก่อน คุ้มครองสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง

2 มีนาคม 2569 ที่ ศาลปกครองเชียงใหม่ กลุ่มรักษ์เชียงของ และเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง พร้อมทนายความจาก มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน...

เมื่อบ้านใหญ่เคลื่อนพรรค การขยายตัวกล้าธรรมจากพะเยาสู่ภูมิภาค

เรื่อง: ปองภพ ดั่นสมานฉันท์ชัย การขยายตัวของพรรคกล้าธรรมนอกจังหวัดพะเยา ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำว่า ‘พรรคหน้าใหม่’ เพียงอย่างเดียว แม้ชื่อพรรคจะเพิ่งปรากฏในสนามเลือกตั้งไม่นาน แต่เงาของ ธรรมนัส...

Wednesday, I’m in Love (with Movie) พูดคุยกับ อ.แป๊ก – พุทธชาติ หงสกุล เจ้าของ ‘พุธฉาย’ โรงหนังทางเลือกแห่งใหม่ใจกลางเมืองเชียงใหม่

เรื่อง: บดินทร์ เทพรัตน์ภาพ: บดินทร์ เทพรัตน์ และพุทธชาติ หงสกุล ปัจจุบัน Micro Cinema...

จาก ‘ทางสัญจร’ สู่ ‘ข้อกล่าวหา’ ฟังเสียงคนบ้านขุนแม่สอง ข้อถกเถียงถนนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวม ท่ามกลางวาทกรรมคุ้มครองป่า

เรื่อง: วรรณวิษา พะเลียง  จากกรณีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางในพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้ และอาจถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของชุมชน เมื่อวันที่ 26...