แรงงานภาคเหนือ ยื่นข้อเสนอถึงกระทรวงแรงงาน ‘Decent Work’ เรียกร้องยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน

Date:

24 ตุลาคม 2568 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายแรงงานภาคเหนือเข้ายื่นหนังสือข้อเสนอ Decent Work หรือ งานที่มีคุณค่า ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผ่านแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องในวัน Decent Work สากล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับมาตรฐานแรงงานของไทยให้สอดคล้องกับหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 8 ว่าด้วย ‘การส่งเสริมงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ’

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือระบุว่า แม้ ILO จะนิยาม Decent Work ว่าเป็นงานที่ตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของคน แต่แรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติยังเผชิญปัญหาสิทธิสวัสดิการไม่เท่าเทียม ค่าจ้างต่ำ การจ้างงานไม่มั่นคง และการเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน

โดยเครือข่ายฯ เสนอข้อเรียกร้องเร่งด่วน 2 ประการ ได้แก่

1. สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ของนายจรัส คุ้มไข่น้ำ ที่เสนอให้ลดชั่วโมงการทำงานจาก 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหลือ 40 ชั่วโมง และเพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปีจาก 6 วันเป็น 10 วัน โดยได้รับสิทธิเมื่อทำงานครบ 120 วัน

2. สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ของนางสาววรรณวิภา ไม้สน ที่เสนอให้แรงงานหญิงสามารถลาเมื่อมีประจำเดือนโดยได้รับค่าจ้าง

นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ร่วมกับองค์กรภาคี ยังได้จัดทำข้อเสนอ 8 หมวดสำคัญ ครอบคลุมสิทธิแรงงานทุกกลุ่ม ได้แก่

หมวด 1 งานที่มีรายได้เป็นธรรม: รัฐต้องเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน ยุติ “การขโมยค่าจ้าง” เพิ่มจำนวนพนักงานตรวจแรงงานเป็น 1 ต่อ 10,000 คน และพัฒนาระบบร้องเรียนออนไลน์ พร้อมปรับค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 700 บาทต่อวัน และคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มกับแรงงานสร้างสรรค์ให้ได้รับความเป็นธรรม

หมวด 2 ความปลอดภัยในการทำงาน: รัฐและรัฐสภาต้องแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 อย่างเป็นระบบ ห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากการเผา และเพิ่มโทษนายจ้างที่ละเมิดสิทธิแรงงาน รวมถึงเพิกถอนสิทธิประโยชน์จาก BOI

หมวด 3 ความมั่นคงทางสังคม: ขยายประกันสังคมแบบถ้วนหน้า เพิ่มเงินสมทบนายจ้างเป็น 15% พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านบุตร บำนาญ และรักษาพยาบาล จัดรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (UBI) อย่างน้อยเดือนละ 3,000 บาท และเก็บภาษีความมั่งคั่งจากผู้มีทรัพย์สินเกิน 30 ล้านบาท

หมวด 4 การพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน: กำหนดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 32 ชั่วโมง หรือ 4 วันต่อสัปดาห์ เพิ่มวันลาพักร้อน 25 วัน และสิทธิลาประจำเดือน ลาครอบครัว และลาหยุดจากภาวะหมดไฟ

หมวด 5 การยอมรับทางสังคม: เสนอให้ยกเลิก พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี เพื่อให้แรงงานบริการทางเพศได้รับสิทธิแรงงานอย่างเท่าเทียม พร้อมจัดตั้งศูนย์ดูแลเด็กฟรี และพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเข้าถึงแรงงานทุกกลุ่ม

หมวด 6–7 เสรีภาพแรงงาน: รัฐต้องให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการรวมตัวและเจรจาต่อรองของแรงงานทุกอาชีพ

หมวด 8 ความเท่าเทียมทางเพศ: รัฐต้องยุติการเลือกปฏิบัติทางเพศในที่ทำงาน จัดสวัสดิการใหม่ เช่น ผ้าอนามัยฟรี เงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าถึงอายุ 18 ปี และค่าตอบแทนผู้ดูแล (Care Income)

เครือข่ายฯ ย้ำว่า “ข้อเสนอทั้งหมดนี้คือเสียงจากแรงงานภาคเหนือที่ต้องการเห็นรัฐบาลดำเนินนโยบายแรงงานบนหลัก งานที่มีคุณค่า รายได้ที่เป็นธรรม และชีวิตที่มั่นคงอย่างมีศักดิ์ศรี”

ด้าน อังคณา เตชะโกเมนท์ ตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำลังพิจารณาร่างกฎหมายอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสูงสุดแก่แรงงาน พร้อมยืนยันว่า “ไม่ว่านายจ้างจะยกเหตุผลใดมา ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงจะหาข้อโต้แย้งเพื่อให้แรงงานได้รับประโยชน์สูงสุด”

ในประเด็น ‘ลาได้เมื่อเป็นเมนส์’ อังคณากล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังหาวิธีพิสูจน์และรวบรวมข้อมูลร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นหลักฐานตอบโต้ข้อโต้แย้งจากฝั่งนายจ้างที่ตั้งคำถามว่า “จะรู้ได้อย่างไรว่าพนักงานเป็นเมนส์และไม่สามารถทำงานได้” โดยย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องของแรงงานฝ่ายเดียว แต่เกี่ยวข้องกับประเด็นสุขภาพของผู้หญิงด้วย ส่วนประเด็น ‘แรงงานบริการทางเพศ’ กระทรวงแรงงานยืนยันพร้อมให้ความคุ้มครองทันที หากอาชีพนี้ได้รับการรับรองทางกฎหมาย

ท้ายสุด ตัวแทนกระทรวงแรงงานขอบคุณเครือข่ายแรงงานที่เสนอให้จัดทำโครงการร่วมกับส่วนกลางเพื่อสนับสนุนการตรวจแรงงานเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างรอคำตอบจากส่วนกลางถึงความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เลือกตั้งอุตรดิตถ์: ฐานเพื่อไทยยังแน่น แต่เริ่มมีรอยขยับช้าๆ ของพรรคประชาชนในสนามที่ยังไม่เปิดเต็มที่

การเลือกตั้ง สส. จังหวัดอุตรดิตถ์รอบนี้ มี 3 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัครรวม 23 คน...

เลือกตั้งลำพูน: เกมช่วงชิง ‘เครือข่ายท้องถิ่น’ หลังความสัมพันธ์พรรค–บ้านใหญ่เริ่มคลายตัว

การเลือกตั้ง สส. จังหวัดลำพูนรอบนี้ แม้จะมีเพียง 2 เขตเลือกตั้ง แต่กลับเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อ่านเกมการเมืองยากที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ความสัมพันธ์เชิงซ้อนระหว่าง...

ปาร์ตี้-ปิกนิก-บาร์วิชาการ-วงถกเข้มๆ เชียงใหม่ม่วนจอย ‘เห็นชอบ’ รัฐธรรมนูญใหม่ จวนกั๋นไปม่วนไปจอยกับ 4 กิจกรรม ก่อน 8 กุมภา

ปลายเดือนนี้เชียงใหม่มี 4 กิจกรรมที่ชวนให้ปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 กับเรื่องประชามติ 8 กุมภานี้ หลุดออกจากกรอบห้องเรียนและห้องประชุม แล้วมาอยู่ในที่ที่คนธรรมดาเดินเข้าไปนั่งคุยได้จริง...

เลือกตั้งพิษณุโลก: ประชาชนหวังทวงแชมป์ ท่ามกลางดงบ้านใหญ่ และศึกภูมิใจไทยที่ใกล้ชี้ชะตา

พิษณุโลกเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ไม่มีบ้านใหญ่หลังใดสามารถเถลิงอำนาจขึ้นมาควบคุมคะแนนการเลือกตั้งได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทำให้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมารวมถึงครั้งนี้ มีผู้สมัครมากหน้าหลายตาจากหลายบ้านลงสมัครชิงชัยในสนามแข่งขัน  ในการเลือกตั้งรอบนี้ 5 เขตของพิษณุโลกมีผู้ลงสมัครรวม 34 คน โดยเฉลี่ยแต่ละเขตจะมีผู้สมัครทั้งสิ้น 6-9...