มช. ดัน ‘มรดกภูมิปัญญาชาติพันธุ์’ สู่กฎหมายอากาศสะอาด-โลกร้อน คืนสิทธิที่ดินเปลี่ยน ‘ผู้บุกรุก’ เป็น ‘ผู้พิทักษ์ป่า’

Date:

14 มกราคม 2569 ที่สวนอัญญา จังหวัดเชียงใหม่ ภาควิชาสังคมศาสตร์กับการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเวทีเสวนาส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายในหัวข้อ ‘เปลี่ยนงานวิจัย เป็นนโยบาย: มรดกภูมิปัญญาด้านสิ่งแวดล้อมชาติพันธุ์ กับทางรอดจากวิกฤตโลกรวน’ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาเชิงรุก ที่มุ่งยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เครื่องมือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับชาติ

ผลการวิจัยสะท้อนว่า การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและการสร้างความยั่งยืนของระบบนิเวศ  คือการคืนสิทธิและคุณค่าให้แก่ภูมิปัญญาชาติพันธุ์ ผ่านเครื่องมือ ‘มรดกสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน’ (Everyday Environmental Heritage: EEH) ที่มองว่าการอนุรักษ์ต้องปรับเปลี่ยนได้ตามโลกที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่กฎเหล็กที่หยุดนิ่ง งานวิจัยยังระบุด้วยว่านโยบายแบบสั่งการในอดีตมักทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่มั่นคงในที่ดินจนขาดความร่วมมือ ข้อเสนอนี้จึงมุ่งหวังให้รัฐดึงชุมชนมาเป็นพันธมิตรในการดูแลป่าอย่างถูกกฎหมาย เพื่อเปลี่ยนความระแวงให้กลายเป็นพลังในการรักษาทรัพยากรอย่างยั่งยืน 

3 แนวทางหลัก ยกระดับสิทธิชาติพันธุ์สู่กฎหมายสิ่งแวดล้อม

ในเชิงปฏิบัติ งานวิจัยเสนอให้ใช้ สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (ตาม พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568) เป็นกลไกกลาง เชื่อมโยงกับร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด และร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

1. ปลดล็อกเงื่อนไขกองทุนสิ่งแวดล้อม เปิดทางให้ชุมชนที่ดูแลต้นน้ำและจัดการไฟป่า เข้าถึงกองทุนภูมิอากาศและกองทุนอากาศสะอาดได้ แม้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน

2. เร่งแก้ปัญหากรรมสิทธิ์ด้วย One Map สอบทานสิทธิรายแปลงเพื่อยุติสถานะ “ผู้บุกรุก” และเปลี่ยนให้ชุมชนเป็น “ผู้พิทักษ์ป่า” อย่างเต็มภาคภูมิ

3. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ส่งเสริมรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีฉลากรับรองการดูแลสิ่งแวดล้อม

ดึงเยาวชนและชุมชนร่วมตัดสินใจ ลดอคติ-สร้างความรับผิดชอบ

ข้อเสนอยังเน้นการมีส่วนร่วมในเขตควบคุมมลพิษ เพื่อป้องกันไม่ให้นโยบายแก้ปัญหาฝุ่นควันส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรดั้งเดิมอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนเครือข่าย Forest Youth Voices ให้คนรุ่นใหม่ในพื้นที่เป็นตัวแทนเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมจริง ซึ่งจะช่วยลดอคติทางชาติพันธุ์และสร้างความโปร่งใสในการทำงานของภาครัฐ

เวทีเสวนา ยังเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนจากภาคนโยบายและผู้เชี่ยวชาญ โดยมี เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ตัวแทนพรรคประชาชน และ ดร.อชิชญา อ๊อตวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญและอดีตคณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ร่วมถกเถียงแนวทางนำนโยบายจากงานวิจัยไปใช้จริง เพื่อรับมือวิกฤตโลกรวนและปัญหามลพิษที่กระทบต่อชุมชนอย่างรอบด้าน

ดร.อชิชญา เน้นความสำคัญของการผลักดันกฎหมายหลัก ได้แก่ พ.ร.บ.อากาศสะอาด และกฎหมายเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษ (PRTR) เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมชี้ว่าความท้าทายหลังการเลือกตั้งคือการทบทวนร่างกฎหมายค้างอยู่ หากสามารถปรับปรุงและเดินหน้าประกาศใช้ได้ ย่อมดีกว่าการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

ขณะที่เลาฟั้งระบุว่า การใช้งานวิจัยเชิงประจักษ์เป็นฐานผลักดันกฎหมาย จะช่วยรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการป่าอย่างยั่งยืน เปิดทางให้รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณได้ถูกต้อง และเป็นกุญแจสำคัญสู่การกระจายอำนาจการดูแลทรัพยากรสู่ท้องถิ่นในอนาคต

เวทีเสวนาในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่าง องค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับนโยบาย โดยข้อเสนอทั้งหมดจะถูกรวบรวมและนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้ภูมิปัญญาชาติพันธุ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การรับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

‘เมื่อแม่น้ำกำลังพูด’ River Resistance ศิลปะแสดงสดนานาชาติเชียงราย 2569 ริมแม่น้ำกก 12–16 มีนาคม

แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง คือสายน้ำข้ามพรมแดนที่หล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดเชียงรายมาอย่างยาวนาน สายน้ำเหล่านี้ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหาร การเดินทาง และเศรษฐกิจ หากยังเป็นรากฐานของความทรงจำและวัฒนธรรมของชุมชนที่ตั้งบ้านแปงเมืองริมลำน้ำ...

สมการอำนาจใหม่ภาคเหนือตอนล่างการเติบโตของบ้าน ‘ไทยเศรษฐ์’  จากเจ้าพ่อสะแกกรัง สู่เกมอำนาจลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เรื่อง: ปองภพ ดั่นสมานฉันท์ชัย การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวเลขในสภา หากยังขยับแผนที่อำนาจของบ้านใหญ่หลายหลังในภาคเหนือตอนล่าง หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาที่สุดคือการขยายตัวของ ‘บ้านไทยเศรษฐ์’ จากจังหวัดอุทัยธานีเข้าสู่นครสวรรค์อย่างเป็นรูปธรรม การที่...

ตรวจรอบสองแม่น้ำสาละวิน พบสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุด ตะกอนดินปนเปื้อนสูง เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อาหาร

1 มีนาคม 2569 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ เผยผลติดตามคุณภาพน้ำแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขาเป็นครั้งที่สอง โดยพบว่าสารหนูในน้ำเกินค่ามาตรฐานทุกจุดตรวจ ขณะที่ตะกอนดินมีการสะสมโลหะหนักในระดับสูง...

อุทธรณ์สู้คดีเขื่อนปากแบง ภาคประชาสังคมจี้ศาลใช้หลักป้องกันไว้ก่อน คุ้มครองสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง

2 มีนาคม 2569 ที่ ศาลปกครองเชียงใหม่ กลุ่มรักษ์เชียงของ และเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง พร้อมทนายความจาก มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน...