เลือกตั้งกำแพงเพชร: การจัดระเบียบบ้านใหญ่หลังพรรคแตก และพรรคประชาชนที่ยังอยู่โหมด ‘ปักหมุด’

Date:

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้ามองการเมืองกำแพงเพชรแบบ ‘แผนที่อำนาจ’ มากกว่าดูแค่โลโก้พรรค จะเห็นภาพชัดว่าการแข่งขันจริงอยู่ที่ ‘การจัดระเบียบบ้านใหญ่ใหม่หลัง พปชร. แตก’ มากกว่ากระแสพรรคระดับประเทศ

จากเขตเลือกตั้งทั้งหมด 4 เขต และ 30 ผู้สมัคร (เขต 1 = 7 คน, เขต 2 = 6 คน, เขต 3 = 9 คน, เขต 4 =8 คน) ตัวเลขนี้สะท้อนนัยสองอย่างพร้อมกัน คือ 1) การแข่งขันที่ยังหนาแน่น และ 2) การเปิดพื้นที่ให้ ‘หน้าใหม่ เข้ามาลองชนโครงสร้างเดิม ทว่าในความหนาแน่นนั้น แกนหลักก็ยังเป็นการชิงพื้นที่ของการเมืองบ้าน ‘เหนือ-ใต้’ ที่ฝังรากมานาน 

‘เหนือบ้านลิกค์-ใต้บ้านรัตนากร/วรากร’ และพรรคที่เป็นแค่ ‘เสื้อ’

เมื่อมองในภาพรวม กำแพงเพชรยังถูกแบ่งเป็น ‘เค้ก’ แบบภูมิศาสตร์การเมืองค่อนข้างชัด คือ ทิศเหนือ บ้านลิกค์กุมพื้นที่กินคะแนน (โกสัมพีนคร–พรานกระต่าย–ลานกระบือ และบางส่วนของเมือง/ไทรงาม) ขณะที่ ทิศใต้ เค้กอีกก้อนที่ถูกครองด้วยเครือข่ายบ้านวรากร/รัตนากร

ดังนั้น การย้ายพรรคจากพรรคพลังประชารัฐ ไปพรรคกล้าธรรม จึงอาจไม่ใช่ตัวแปรหลักต่อคะแนน สำหรับผู้สมัครที่มีฐานบ้านใหญ่แน่นอยู่แล้ว เพราะ ‘แบรนด์บ้าน’ ยังทำงานหนักกว่าแบรนด์พรรค

เขต 1 ‘ไผ่ ลิกค์’ กับโจทย์ใหม่–ไม่ใช่แพ้ชนะ แต่คือ ‘โดนเจาะฐานได้แค่ไหน’

เขต 1 เด่นตรงที่เป็นการเจอกันระหว่าง แชมป์เก่าอย่าง ไผ่ ลิกค์ ที่ตอนนี้ย้ายออกจากพลังประชารัฐ ไปสังกัดพรรคกล้าธรรม กับ ปริญวัฒน์ ทวีกิจศิรพงษ์ ผู้สมัครพรรคประชาชน ที่มีดีกรีเคยลงสนามระดับท้องถิ่น (ส.อบจ. ขาณุวรลักษบุรี)

แต่ประเด็นสำคัญคือ ในการแข่งขันนี้ พรรคประชาชนอาจไม่จำเป็นต้อง ‘ชนะ’ เพื่อให้ได้เก้าอี้เพิ่มในจังหวัด แต่ต้องทำให้เกิดสิ่งสำคัญกว่า นั่นคือ ‘การเจาะฐาน’ บ้านลิกค์ให้เกิดรอยร้าว และสร้างการจดจำแบรนด์พรรคในพื้นที่ที่ยัง ‘ตีไม่เข้า’ ซึ่งหากทำได้ คะแนนที่เพิ่มขึ้นแม้แพ้ก็มีนัย เพราะเท่ากับเป็นการปักหมุดว่าเขตเหนือไม่ได้ปิดตาย 100%

อย่างไรก็ดี การชิงชัยของไผ่ในครั้งนี้อาจไม่ง่ายนัก เพราะเจ้าตัวตกเป็นที่จับจ้องของสังคมหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงหลังมานี้ ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษจากการมีวิวาทะทางการเมืองบ่อยครั้งกับ สส. คนดังพรรคประชาชน อย่าง ไอซ์ รักชนก ซึ่งอาจพลิกกระแสให้คนท้องที่ตีกลับแชมป์เก่าอย่างไผ่ได้ทุกเมื่อ

เขต 2 ‘สามเส้า’ ที่น่าสนใจกว่าคู่แข่ง–สนามทดสอบการคืนบ้านของรัตนากร

เขต 2 เป็นสนามที่สะท้อน ‘การจัดทัพของบ้านใหญ่’ ที่ชัดเจนที่สุด เพราะมีทั้ง เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ (อดีต สส. 2 สมัย) ในสีเสื้อของพรรคกล้าธรรม, ธนากร รัตนากร ลูกชายของ วราเทพ รัตนากร ที่หวนคืนพรรคเพื่อไทย และ สุกิจ ศุภกิจเจริญ อดีตผู้สมัคร สส. เขต 1 พรรคประชาชน ที่ย้ายมาลงเขต 2 การแข่งขันในเขต 2 จึงไม่ใช่แค่การแข่งกันว่าใครดัง แต่เป็นการแข่งกันว่าเครือข่ายไหนสามารถคุมพื้นที่ได้จริง

ฝั่งรัตนากรมีแรงส่งการคืนบ้านและมีภาพรวมบ้านใหญ่ที่ยังเคลื่อนไหว ขณะที่เพชรภูมิเป็นตัวแทนสายเดิมที่ปรับเสื้อเข้ากล้าธรรม ส่วนพรรคประชาชนในเขตนี้ เหมือนกำลังทดลองย้ายหมาก เพื่อหาจังหวะที่เหมาะกว่าเดิม แต่ก็เสี่ยงเรื่องความต่อเนื่องฐานเสียง

เขต 3 การส่งไม้ต่อของแชมป์เก่า–การเมืองตระกูล และการกลับบ้านเชิงสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย

เขต 3 เป็นเขตเดียวที่เกิดการเปลี่ยนตัวผู้ครองเก้าอี้ในเชิงบุคคล เมื่อ อนันต์ ผลอำนวย ส่งลูกชาย อย่าง ‘นพพล’ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ลงสมัครรับเลือกตั้งแทนในพื้นที่เดิม ภายหลังที่เจ้าตัวย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐกลับบ้านเก่า ซึ่งก็คือพรรคเพื่อไทย 

การย้ายสังกัดเมื่อพรรคเดิมไม่มั่นคง สะท้อนว่าการอยู่พรรคใหญ่ ให้ความชอบธรรมและเป็นเครื่องมือทางการเมืองได้มากกว่า แต่แก่นแท้คือการรักษาเขตเดิมด้วยการสืบทอดทุนทางสังคม (ชื่อเสียง เครือข่าย ความสัมพันธ์ในพื้นที่) ไม่ว่าป้ายพรรคจะเป็นอะไร

เขต 4 การรีแมตช์ที่มี ‘ตัวเลข’ ค้ำความชอบธรรมของผู้ท้าชิง

เขต 4 คือสนามที่อ่านง่ายแต่สำคัญ เพราะเป็นการ ‘รีแมตช์’ กัน ระหว่าง แชมป์เก่า ปริญญา ฤกษ์หร่าย ที่ย้ายจากพรรคพลังประชารัฐไปพรรคกล้าธรรม กับ ธานันท์ หล่าวเจริญ คู่แข่งเดิมที่เคยได้ถึง 21,741 คะแนน ซึ่งครั้งนี้สังกัดพรรคโอกาสใหม่

ตัวเลข 21,741 ทำให้การกลับมารอบนี้ไม่ใช่การลองใหม่เฉยๆ แต่คือการยืนยันว่าเขต 4 มีฐานเสียงที่พร้อมต่อรองกับแชมป์เก่าอยู่จริง อย่างไรก็ดี ในการเลือกตั้งครั้งก่อน ธานันท์ ลงสมัครในพรรคที่มีกระแสระดับชาติอย่างเพื่อไทย แต่ในครั้งนี้ เพื่อไทยส่ง สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ มาแทนที่ 

สนามกำแพงเพชรครั้งนี้จึงไม่ใช่บทพิสูจน์ของโลโก้พรรค แต่เป็นบททดสอบว่า หลังพรรคเดิมแตก บ้านใหญ่จะจัดวางตัวเองใหม่อย่างไร และพรรคใหม่/ผู้ท้าชิงจะเจาะกำแพงอำนาจท้องถิ่นเข้าไปได้ลึกแค่ไหน เพราะเมื่อบริบทพรรคเดิมแตก เสียงที่เคยแพ้ไปก็อาจไหลได้มากขึ้น 

สามารถดู [ชุดข้อมูล] ผู้สมัคร สส. 17 จังหวัดภาคเหนือ จาก 70 เขต–33 พรรค–558 คน ทั้งหมดได้ที่ https://www.lannernews.com/11012569-01/ 

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

8 กุมภานี้ เราไม่ได้แค่ ‘เลือกคนที่รัก พรรคที่ใช่’ แต่เรากำลังเลือกกติกา เพื่อสถาปนา ‘สิทธิชุมชน’

เรื่อง: พชร คำชำนาญ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งทั่วไป ท่ามกลางบรรยากาศหาเสียงที่คึกคักเหมือนทุกครั้ง แต่ปีนี้มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน และเกิดขึ้นวันเดียวกัน...

เทาทั้งแผ่นดิน (สีม่วงไม่รับ)

เรื่อง: อรรถจักร สัตยานุรักษ์  เชื่อได้ว่าการแจกเงินเพื่อซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ สูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะแค่การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพิ่งผ่านไป ก็มีคนออกมายืนยันว่าจ่ายเงินหัวละพันบาทแล้ว ทำไมจึงมีการจ่ายเงินซื้อเสียงและจ่ายกันมากขึ้น การจ่ายเงินครั้งนี้จะไม่กระมิดกระเมี้ยนอย่างที่ผ่านมาเพราะบรรดานักการเมืองที่ซื้อเสียงได้ประเมินอย่างชัดเจนแล้วว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นไม่ได้คิดหรือเจาะจงทำงานเพื่อจับการซื้อเสียงให้ได้ คณะกรรมการฯ จะทำหน้าที่เพียงแค่การจัดการเลือกตั้งให้ดำเนินไปได้เท่านั้น...

เชิญพิจารณา: ช่องว่างนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง 8 กุมภา กับบททดสอบนโยบายรัฐไทยต่อวิกฤตแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง

เรื่อง: สืบสกุล กิจนุกร การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง อาจไม่ใช่เพียงการเลือกตัวแทนทางการเมืองตามวาระปกติ หากแต่เป็นการตัดสินใจต่อคำถามใหญ่กว่านั้นว่า...

มช. ดัน ‘มรดกภูมิปัญญาชาติพันธุ์’ สู่กฎหมายอากาศสะอาด-โลกร้อน คืนสิทธิที่ดินเปลี่ยน ‘ผู้บุกรุก’ เป็น ‘ผู้พิทักษ์ป่า’

14 มกราคม 2569 ที่สวนอัญญา จังหวัดเชียงใหม่ ภาควิชาสังคมศาสตร์กับการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเวทีเสวนาส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายในหัวข้อ...