การเลือกตั้ง สส. จังหวัดลำปางรอบนี้ มี 4 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัครรวม 32 คน (เขต 1 = 9 คน, เขต 2 = 7 คน, เขต 3 = 9 คน, เขต 4 = 7 คน) ตัวเลขผู้สมัครที่หนาแน่นนี้สะท้อนว่า ลำปางไม่ใช่สนามที่ถูกผูกขาดด้วยพรรคเดียวแบบเบ็ดเสร็จ แต่เป็นจังหวัดที่ ‘เกมอำนาจหลายชั้น’ ซ้อนทับกันอยู่ ทั้งการแข่งขันระดับพรรค การเมืองบ้านใหญ่ และแรงแทรกจากเครือข่ายระดับชาติอย่าง ‘ผู้กองธรรมนัส’ ที่พยายามขยายอิทธิพลเข้ามาในพื้นที่
สนามนี้ของลำปางจึงเป็นเสมือนการช่วงชิงกันระหว่าง พรรคประชาชน ที่กำลังรักษาพื้นที่ที่ชนะมาได้ กับ เพื่อไทย-บ้านโล่ห์สุนทร ที่พยายามทวงคืนฐานเดิม และขณะเดียวกันก็มีแรงกดดันจากภายนอก คือเครือข่ายสหายผู้กอง ที่เคยทดสอบกำลังมาแล้วในสนามนายก อบจ. ทั้งยังพร้อมจะเป็นตัวแปรคอยสั่นสมการเดิมในระยะยาว

เขต 1 ประชาชน vs เพื่อไทย บ้านโล่ห์สุนทรกับภารกิจทวงคืนเก้าอี้
เขตเลือกตั้งที่ 1 เป็นสนามรีแมตช์ที่ชัดที่สุดในลำปาง ทิพา ปวีณาเสถียร แชมป์เก่าจากพรรคประชาชน ยังลงสมัครในพื้นที่เดิม และต้องเจอกับคู่แข่งคนเดิมคือ กิตติกร โล่ห์สุนทร ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยที่เคยได้คะแนนอันดับ 2 ในครั้งก่อน นี่เป็นเขตที่สะท้อนสงคราม การยึด-ทวงคืน แบบเป็นรูปธรรม เพราะฝั่งพรรคประชาชนกำลังพิสูจน์ว่า ชัยชนะครั้งก่อนเป็นการ ‘ยึดพื้นที่ได้จริง’ ไม่ใช่แค่ผลจากจังหวะการเมือง ขณะที่ฝั่งเพื่อไทยและบ้านโล่ห์สุนทรต้องการกู้พื้นที่ที่ถือเป็นฐานสำคัญกลับคืน
โจทย์สำคัญของเขต 1 จึงไม่ใช่แค่ใครชนะ แต่คือเพื่อไทยจะดึงคะแนนกลับได้แค่ไหนจากฐานเก่า และพรรคประชาชนจะรักษาความได้เปรียบเดิมไว้ได้ หรือจะถูกบีบให้สูสีขึ้น และหากเขตนี้กลับมาสูสีหรือพลิกได้ จะเป็นสัญญาณว่า ‘บ้าน’ เริ่มรวมคะแนนได้แน่นขึ้นจากแรงส่งการเมืองท้องถิ่นและความมั่นใจจากสนาม อบจ.
เขต 2 เพื่อไทยส่ง ‘คนจากบ้าน’ ลงชนพรรคประชาชน ที่ใช้ยุทธศาสตร์ ‘ผู้สมัครเชิงนโยบาย’
เขตเลือกตั้งที่ 2 ธนาธร โล่ห์สุนทร จากพรรคเพื่อไทย ต้องลงชิงชัยกับผู้สมัครที่ถูกจับตาจากพรรคประชาชน คือ สุวิภา กุศลจูง นักนโยบายฝ่ายท้องถิ่นคณะก้าวหน้า และอดีตผู้ช่วย ศิริกัญญา ตันสกุล
นี่คือเขตที่สะท้อนความต่างของ ‘วิธีชนะ’ ระหว่างสองขั้วอย่างชัดเจน เพราะฝั่งเพื่อไทยเดินเกมแบบ ‘เครือข่ายบ้านใหญ่’ วางคนที่เชื่อมโยงฐานอำนาจเดิม ขณะที่ฝั่งพรรคประชาชนใช้ผู้สมัครที่มีภาพ ‘งานนโยบาย-งานพื้นที่’ และมีภูมิหลังในทีมการเมืองสายก้าวหน้า
เขตนี้จึงเป็นสนามวัดว่า ลำปางจะให้รางวัลกับแบรนด์บ้าน-เครือข่าย หรือ แบรนด์นโยบาย-แนวคิดใหม่ มากกว่ากัน และหากสุวิภาทำคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำ ก็จะสะท้อนว่าพรรคประชาชนเริ่มขยายฐานนอกเขตที่เคยชนะได้จริง ไม่ใช่แค่ยืนอยู่เฉพาะบางพื้นที่

เขต 3 แชมป์เก่าพรรคประชาชน ปะทะอดีต ส.อบจ. เพื่อไทยลงชน–เกมท้องถิ่นถูกดันขึ้นเวทีชาติ
เขตเลือกตั้งที่ 3 ชลธานี เชื้อน้อย แชมป์เก่าพรรคประชาชน ต้องเจอกับผู้สมัครหน้าใหม่จากเพื่อไทยอย่าง บุญเลิศ แสนเทพ อดีต ส.อบจ. ลำปาง เขตอำเภอแม่ทะ
การส่งอดีต ส.อบจ. มาลงสนาม สส. เป็นสัญญาณว่าเพื่อไทยกำลังยกระดับเครือข่ายท้องถิ่น มาชนตรงๆ กับแชมป์เก่าพรรคประชาชน และหวังใช้ความได้เปรียบจากฐานเสียงในพื้นที่ระดับอำเภอที่ยึดโยงกับระบบท้องถิ่นเดิม ดังนั้น เขต 3 จึงกลายเป็นสนามวัดว่า พรรคประชาชนจะรักษาฐานเดิมที่ชนะมาได้ด้วยความนิยมระดับชาติและภาพลักษณ์ของพรรคได้หรือไม่ เมื่อเจอกับคู่แข่งที่มีทุนท้องถิ่น และหากการแข่งขันครั้งนี้สูสีขึ้น ก็จะสะท้อนว่าเพื่อไทยเริ่มกลับมาใช้เครื่องมือเดิมได้ผลในลำปางอีกครั้ง
เขต 4 สลับขั้วน่าจับตา อดีตประชาชนไปเพื่อไทย เจอผู้สมัครใหม่จากพรรคเดิม
เขตเลือกตั้งที่ 4 คือเขตที่น่าสนใจที่สุดในเชิงสัญลักษณ์ เพราะ รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ประกาศวางมือจากพรรคประชาชนก่อนย้ายมาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย และต้องเจอกับผู้สมัครหน้าใหม่จากสังกัดเก่าอย่าง บอนด์ สุริยะ แพทย์ปลูกผมประจำ Vdesign Hair โรงพยาบาลวิภาวดี ที่ลงสมัครครั้งแรกในนามพรรคประชาชน
นี่คือสนามที่ทำให้คำถามว่า ‘คะแนนจะไปกับพรรค หรือไปกับคน’ ยิ่งชัด เพราะรภัสสรณ์มีทุนเดิมจากการเป็นที่รู้จักในนามพรรคประชาชน แต่เลือกเปลี่ยนเสื้อ ขณะที่พรรคประชาชนส่งหน้าใหม่เพื่อยืนยันว่า แบรนด์พรรคยังเดินได้แม้คนเดิมย้ายออก
ด้วยเหตุนี้ ผลเลือกตั้งของเขต 4 จึงจะสะท้อนสิ่งสำคัญว่า การย้ายพรรคของผู้สมัครจะพาคะแนนตามไปได้จริงหรือไม่ หรือฐานเสียงที่เคยสนับสนุน จะเป็นฐานที่ผูกกับพรรคมากกว่าตัวบุคคล
ภาพรวมลำปาง เพื่อไทยมีแรงส่งเพิ่ม แต่ต้องแข่งทั้งกับพรรคประชาชนและแรงแทรกผู้กอง
ภาพใหญ่ของลำปางคือการช่วงชิงกันระหว่าง บ้านโล่ห์สุนทร–เพื่อไทย กับพรรคประชาชน โดยมีแรงแทรกของเครือข่ายผู้กองธรรมนัสที่พยายามขยายอิทธิพลเข้ามา ซึ่งเคยทดสอบกำลังในสนามนายก อบจ. ด้วยการส่ง ดาชัย เอกปฐพี คนใกล้ชิดลงแข่งกับ ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร ทว่าแม้บ้านโล่ห์สุนทรจะยังรักษาตำแหน่งไว้ได้ แต่การถูกท้าทายก็สะท้อนชัดว่า ‘มีคู่แข่งนอกระบบเดิม’ ที่พร้อมสั่นฐานในอนาคต
ในสนาม สส. รอบนี้ เพื่อไทยจึงมีกำลังใจจากชัยชนะในสนามท้องถิ่น และยังมีฐานคะแนนเดิมที่ไม่ได้หายไป ทำให้มีโอกาสลุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตที่เป็นรีแมตช์และเขตที่ส่งคนมีทุนท้องถิ่นลงชนโดยตรง ดังนั้น 3 สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้ คือ
1. เพื่อไทยจะทวงคืนเขต 1 ได้หรือไม่ และทวงคืนแบบ ‘ชนะขาด’ หรือ ‘เฉือน’
2. พรรคประชาชนจะรักษาเขตที่ครองอยู่ได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเจอคู่แข่งที่มีทุนท้องถิ่น
3. เขต 4 จะเป็นตัวชี้วัดเรื่อง ‘คะแนนไปกับคนหรือพรรค’ ซึ่งสำคัญต่อการจัดทัพรอบต่อไปของทุกฝ่าย
เลือกตั้งลำปางรอบนี้จึงไม่ใช่แค่เลือกคนเข้าสภา แต่คือการวัดว่าใครกำลัง ‘ยึดพื้นที่’ ใครกำลัง ‘ทวงคืน’ และใครกำลัง ‘สอดแทรก’ เพื่อปูทางสู่สมการการเมืองครั้งหน้า
สามารถดู [ชุดข้อมูล] ผู้สมัคร สส. 17 จังหวัดภาคเหนือ จาก 70 เขต–33 พรรค–558 คน ทั้งหมดได้ที่ https://www.lannernews.com/11012569-01/
