การเลือกตั้ง สส. จังหวัดตากรอบนี้ มี 3 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัครรวม 24 คน (เขต 1 = 9 คน, เขต 2 = 7 คน, เขต 3 = 8 คน) ตัวเลขผู้สมัครที่หนาแน่นสะท้อนว่า ตากเป็นสนามที่เปิดให้ผู้เล่นหลายค่ายลงมาชิงชัย โดยเฉพาะเมื่อจังหวัดนี้เคยสร้างกระแสพรรคส้มในภาคเหนือด้วยการคว้า 2 เก้าอี้ในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอแม่สอด แต่รอบนี้โจทย์ใหญ่ของพรรคประชาชนไม่ใช่การบุกเพิ่ม หากเป็นการรักษาชัยชนะเดิม ในช่วงมรสุมที่กระแสพรรคจากส่วนกลางค่อยๆ แผ่วลง
คำถามสำคัญสำหรับการแข่งขันที่ตาก จึงต้องถามว่าฐานที่พรรคประชาชนเคยเอาชนะ เป็นฐานที่ยึดด้วยแบรนด์พรรค หรือยึดด้วยเครือข่ายพื้นที่ที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นศึกสองชั้น คือ 1) พรรคประชาชนต้องรักษาเขตเดิมในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และ 2) ขณะเดียวกัน เพื่อไทยและภูมิใจไทยกำลังจัดทีมใหม่ ผ่านผู้สมัครเดิมที่เปลี่ยนเสื้อ รวมถึงการขยับของกลุ่มท้องถิ่น โดยเฉพาะแม่สอดที่เครือข่ายแข่งขันกันเองจนเกิดแรงสั่นสะเทือน

เขต 1 ส้ม vs น้ำเงิน ตัวเลข 21,704 คือฐานจริงที่พร้อมกลับมา
เขตเลือกตั้งที่ 1 แชมป์เก่าจากพรรคประชาชน คริษฐ์ ปานเนียม ต้องลงชิงชัยกับคู่แข่งคนเดิมจากภูมิใจไทยอีกครั้ง นั่นคือ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ซึ่งครั้งก่อนทำคะแนนได้ถึง 21,704 คะแนน ตัวเลข 21,704 สำคัญเพราะทำให้เขต 1 ไม่ใช่การชนะขาดของพรรคประชาชน แต่เป็นเขตที่มีฐานคู่แข่งชัด ซึ่งพร้อมจะขยับขึ้นได้ทันทีหากบรรยากาศการเมืองเปลี่ยน หรือหากฝั่งแชมป์เก่าถูกบีบด้วยปัจจัยท้องถิ่น
โจทย์สำคัญของเขตนี้จึงอยู่ที่การจับตาว่า พรรคประชาชนจะรักษาฐานคะแนนเดิมให้คงรูปต่อไปได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อกระแสการเมืองของพรรคยังไม่แรงเท่าเดิม ขณะที่อีกด้านก็ต้องคอยจับตาว่า ภูมิใจไทยจะใช้ฐาน 21,704 เป็นบันได ‘ทวงคืนเขต’ กลับมาได้ หรือยังเป็นได้แค่กดให้สูสี จะอย่างไรก็ดี หากช่องว่างคะแนนแคบลงหรือเกิดการพลิกผล เขต 1 จะกลายเป็นสัญญาณว่าฐานส้มในตากเริ่มมีแรงสั่นสะเทือนขึ้นจริง
เขต 2 เพื่อไทยจับผู้ท้าชิงอันดับ 2 เปลี่ยนเสื้อใหม่ ส่วนประชาชนหมดลุ้น บททดสอบว่าคะแนนจะไหลตามพรรคหรือไหลตามคน
แต่เดิมเขตเลือกตั้งที่ 2 มี รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ เป็นแชมป์เก่าที่หวังย้ำชัยจากพรรคประชาชน แต่เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา แชมป์เก่ากลับสะดุดด้วยเหตุการณ์ใหญ่ เมื่อเจ้าตัวถูกตำรวจไซเบอร์เข้าควบคุมตัวที่บ้านพักในข้อหาพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ทำให้ไม่สามารถลงแข่งขัน ขณะที่พรรคก็ไม่สามารถหาตัวผู้สมัครแทนได้ทัน ในเขตนี้ ผู้ท้าชิงคนสำคัญอย่าง วราทิต ไชยนันทน์ อดีตผู้สมัครพรรคเพื่อชาติที่ได้คะแนนอันดับ 2 ในครั้งก่อน ซึ่งรอบนี้ย้ายมาลงในนาม พรรคเพื่อไทย จึงมีแนวโน้มที่จะคว้าชัยโดยง่าย เพราะด้วยฐานเสียงเดิมของเจ้าตัว บวกกับกระแสนิยมของพรรค ก็คงเป็นการยากหากจะมีใครทัดเทียมได้
กลยุทธ์ดึงผู้สมัครเดิมมาย้ายค่าย คือสูตรท้าชิงที่เพื่อไทยใช้ในหลายพื้นที่ โดยดึงคนที่เคยมีคะแนนจริง เข้ามาอยู่ในเสื้อพรรคใหญ่ เพื่อเร่งเวลาในการทวงพื้นที่โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ ทำให้เขต 2 ไม่ได้แข่งกันที่พรรคอย่างเดียว แต่แข่งกันที่คำถามสำคัญว่า คะแนนของวราทิตเป็นคะแนนที่ผูกกับตัวบุคคล/เครือข่ายเดิม หรือจะยิ่ง ‘บวกเพิ่ม’ จากโลโก้เพื่อไทยได้จริง และหากวราทิตทำคะแนนขยับขึ้นจากครั้งก่อนอย่างมีนัย ก็จะเป็นสัญญาณว่าเพื่อไทยเริ่ม ‘จัดทีมใหม่แล้วได้ผล’ ขณะที่อีกด้าน เขต 2 ก็กลายเป็นเขตที่พรรคประชาชนหมดลุ้น
เขต 3 ตัวเต็งชัดใต้ร่มสหายผู้กอง–กล้าธรรมคุมแชมป์เก่า แต่ต้องระวังการรุมกินโต๊ะจากสองค่าย
เขตเลือกตั้งที่ 3 ภาพชัดว่า ภาคภูมิ บูลย์ประมุข แชมป์เก่าจากพลังประชารัฐที่ปัจจุบันสังกัดพรรคกล้าธรรม กลับมาลงสมัครอีกครั้งในสีเสื้อเดียวกับผู้กองธรรมนัส ทำให้เขตนี้ถูกมองว่าเป็นเขตที่ตัวเต็งชัดที่สุดของจังหวัด เพราะโครงสร้างเครือข่ายของสหายผู้กองยังทำงานเป็นระบบ และมีแรงหนุนเชิงอำนาจระดับชาติ
อย่างไรก็ตาม เขต 3 ไม่ใช่ทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะมีผู้ท้าชิงจากสองฝั่งที่สะท้อนการขยับตัวของคู่แข่งเชิงโครงสร้าง คนแรกคือ ปรัชญา ปุณหะกิจ ผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคประชาชน เจ้าของธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง (ฐานเศรษฐกิจพื้นที่) และ ชัยณรงค์ มะเดชะ อดีตผู้สมัครภูมิใจไทยอันดับ 3 ครั้งก่อน ที่รอบนี้ย้ายมาสังกัดเพื่อไทย
การที่ชัยณรงค์ย้ายค่ายมาเพื่อไทยสะท้อนการรวบคะแนนฝ่ายตรงข้ามให้เหลือแกนเดียวมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสสู้กับแชมป์เก่าที่เครือข่ายแข็งแรง แต่คำถามคือจะรวบได้จริงแค่ไหน และจะตัดคะแนนกันเองระหว่างผู้ท้าชิงหรือไม่
พรรคประชาชนต้องพิสูจน์ว่า ชนะครั้งก่อน = ยึดพื้นที่ได้จริง ไม่ใช่แค่กระแส และ ‘แม่สอด’ คือจุดเปราะบางของสมการ
ตากเป็นจังหวัดที่พรรคประชาชนเคยสร้างภาพการเปลี่ยนแปลงชัด ด้วยชัยชนะ 2 เขตในอำเภอเมืองและแม่สอด แต่รอบนี้สมการไม่เหมือนเดิม เพราะเขต 2 พรรคไม่มีตัวผู้สมัครอีกต่อไป บวกกับมีสัญญาณการจัดระเบียบความสัมพันธ์ภายในในพื้นที่ โดยเฉพาะแม่สอด ที่การเมืองท้องถิ่นเกิดการแข่งขันกันเองภายในเครือข่าย จนแชมป์เก่าระดับเทศบาลรักษาเก้าอี้ไม่ได้เลย ซึ่งนี่เป็นตัวบ่งชี้ว่าเครือข่ายเดิมกำลังสั่นคลอน การเลือกตั้ง สส. รอบนี้จึงอาจไม่ได้ตัดสินด้วยกระแสพรรคล้วนๆ แต่ตัดสินด้วยว่ากลุ่มไหนคุมเครือข่ายพื้นที่ได้จริง
ดังนั้น หากจะอ่านผลเลือกตั้งตาก จึงต้องดู 3 จุดพร้อมกัน คือ เขต 1 และเลข 21,704 ของภูมิใจไทยจะบีบให้สูสีหรือพลิกได้ไหม, เขต 2 การย้ายค่ายของผู้ท้าชิงมาเพื่อไทยในขณะที่แชมป์เก่าไม่อยู่ จะทำให้คะแนนรวมก้อนได้จริงหรือไม่ และ เขต 3 กล้าธรรมจะชนะขาดตามโครงสร้างสหายผู้กอง หรือจะถูกสองฝ่ายรุมกินคะแนนจนเกมตึงขึ้น
สนามแข่งขันที่ตากรอบนี้ เป็นบททดสอบสำคัญของพรรคประชาชนในจังหวัดที่เคยชนะ ว่าผู้สมัครในพื้นที่จะยังรักษาฐานที่มั่นในสภาวะไร้แรงส่งจากส่วนกลางได้หรือไม่ ขณะที่เพื่อไทย–ภูมิใจไทย กำลังใช้วิธีจัดทัพใหม่เพื่อทวงคืนพื้นที่ รวมถึงกล้าธรรมที่ขยับมาคุมเขต 3 ด้วยเครือข่ายระดับชาติที่หนุนหลังอย่างชัดเจน
สามารถดู [ชุดข้อมูล] ผู้สมัคร สส. 17 จังหวัดภาคเหนือ จาก 70 เขต–33 พรรค–558 คน ทั้งหมดได้ที่ https://www.lannernews.com/11012569-01/
