เลือกตั้ง 69 เลือกคนของใจ๋: ถามว่าที่ สส. เชียงราย เขต 6 แก้ยังไงต่อกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเเม่สาย

Date:

อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซากของภาคเหนือ จากสถิติในช่วงปี 2567–2568 พบว่าเกิดเหตุน้ำท่วมในพื้นที่หลายครั้งทั้งจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง โดยที่บางปีสูงถึง 7–8 ครั้ง ปัญหาเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งชุมชน เขตเศรษฐกิจชายแดน และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ปี 2567 ชี้ให้เห็นว่า มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 10,499 ครัวเรือน และเสียชีวิต 3 ราย หลังฝนตกสะสมต่อเนื่องซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ โดยข้อมูลสะสมระหว่างวันที่ 9–11 กันยายน 2567 พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 20 ตำบล 46 หมู่บ้าน ครอบคลุมเขตเทศบาลนครเชียงราย ตลาดชุมชนเศรษฐกิจ 2 แห่ง และร้านค้า สถานประกอบการอย่างน้อย 92 แห่ง ขณะที่หน่วยงานรัฐต้องเร่งอพยพประชาชน เปิดศูนย์ช่วยเหลือ และระดมกำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์ฉุกเฉิน

หลังจากน้ำท่วมใหญ่ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า พบขยะตกค้างรวมประมาณ 68,000 ตัน ในเขตเทศบาลนครเชียงรายและเทศบาลตำบลแม่สาย และยังมีรายงานว่าจุดพักขยะชั่วคราวเต็มความจุ พร้อมกับระบบบำบัดน้ำเสียหลายแห่งได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ด้านเศรษฐกิจยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยหอการค้าจังหวัดเชียงรายประเมินว่า ภาพรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจของแม่สายซึ่งมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 60,000 ล้านบาทต่อปี และสร้างรายได้เฉลี่ยวันละกว่า 100 ล้านบาท ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นับเป็นความเสียหายหนักที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ขณะเดียวกันการท่องเที่ยว ถูกประเมินว่าความเสียหายอาจสูงถึง 10,000 ล้านบาท จากการปิดกิจการชั่วคราวของโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และธุรกิจบริการจำนวนมาก ส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของแม่สายและเชียงรายต้องเผชิญความท้าทายระยะยาว

จัดทำผังเมือง รื้อสิ่งกีดขวาง ตั้งศูนย์บัญชาการ และเยียวยา 9,000 บาท นี่คือสิ่งที่รัฐทำ แต่ยังไม่ทั่วถึง? 

หลังสถานการณ์น้ำท่วมแม่สายและหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยผ่านกองทุนซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยกำหนดหลักเกณฑ์ช่วยเหลือตามระดับความเสียหายของบ้านเรือนอย่างเป็นขั้นบันได

กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง หากประเมินมูลค่าความเสียหายเกิน 1 ล้านบาท จะได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 150,000 บาท ขณะที่บ้านที่เสียหายมูลค่า 500,000–700,000 บาท จะได้รับเงินเยียวยา 100,000 บาท ส่วนบ้านที่เสียหายบางส่วน หากประเมินความเสียหายเกิน 500,000 บาท จะได้รับเงินช่วยเหลือ 75,000 บาท และกรณีความเสียหายต่ำกว่า 100,000 บาท ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดสรรงบประมาณเยียวยาเพิ่มเติม ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวถูกวางไว้เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายเบื้องต้นของประชาชน หลังบ้านเรือนจำนวนมากในแม่สายและตัวเมืองเชียงรายได้รับความเสียหายจากตะกอนดิน โคลน และน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง

หลังเกิดอุทกภัยใหญ่ปลายปี 2567 กรมโยธาธิการและผังเมืองเริ่มศึกษาจัดทำแผนแม่บทปรับปรุงแม่น้ำสาย ใช้งบศึกษาระยะต้นปี 2568–2569 จำนวน 23.58 ล้านบาท และวางกรอบโครงการป้องกันน้ำท่วมถาวรตลอดลุ่มน้ำ ด้วยงบรวมประมาณ 2,950 ล้านบาท ครอบคลุมการก่อสร้างคันกั้นน้ำถาวร 3 ช่วง รวมความยาวกว่า 3.9 กิโลเมตร การพัฒนาระบบทางน้ำหลาก (Floodway) รองรับปริมาณน้ำสูงสุด 430 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การเวนคืนและจัดหาที่ดินรองรับการย้ายชุมชน รวมถึงการปรับปรุงระบบระบายน้ำหลัก โดยกำหนดกรอบเวลาดำเนินโครงการยาวถึงปี 2575

ขณะเดียวกัน หน่วยทหารช่างและกองทัพภาคที่ 3 ได้เข้าดำเนินมาตรการเร่งด่วน รื้อสิ่งปลูกสร้างริมตลิ่งบางส่วน ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำชั่วคราวและกึ่งถาวรสูงประมาณ 3 เมตร ตลอดแนวแม่น้ำสายระยะทางราว 3 กิโลเมตร พร้อมขุดลอกแม่น้ำรวกเพิ่มเติมอีก 32 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝนถัดไป

จังหวัดร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เร่งระบายน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราว ซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำที่ชำรุด และสนับสนุนงบฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ตามเกณฑ์ไม่เกิน ครัวเรือนละ 9,000 บาท

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฯ (ศปช.) รายงานว่า ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2567 จังหวัดเชียงรายได้โอนเงินเยียวยาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว 5,733 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 28.7 ล้านบาท ผ่านระบบพร้อมเพย์ของธนาคารออมสิน ภายใต้มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ที่กำหนดมาตรการเยียวยาพิเศษสำหรับพื้นที่ประสบภัยใน 57 จังหวัด ทั่วประเทศ

ในระดับพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาลเวียงพางคำ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้ใช้งบประมาณท้องถิ่นเร่งขุดลอกลำเหมือง ลำน้ำสาขา และท่อระบายน้ำ รวมถึงเสริมแนวคันดินและกำแพงกันน้ำชั่วคราว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน

ส่วนในปัจจุบันกรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างผลักดันโครงการก่อสร้างแนวพนังกั้นน้ำป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่สาย มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการป้องกันอุทกภัยในระยะยาว ทว่ารูปแบบโครงการที่เสนอให้ก่อสร้างพนังกั้นน้ำแบบ 2 ชั้น กำลังสร้างความกังวลในหมู่ประชาชน เนื่องจากอาจส่งผลให้พื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนประชาชนกว่า 840 หลัง ที่ตั้งอยู่ระหว่างแนวกำแพงทั้งสองต้องกลายสภาพเป็น ‘ทางน้ำผ่าน’ หรือ Floodway แทนที่จะได้รับการปกป้องเหมือนพื้นที่ชั้นใน

ข้อกังวลของตัวแทนชาวบ้านบ้านแม่สาย ตำบลเวียงพางคำ ปรากฏชัดผ่านรายงานข่าวของ สำนักข่าวชายขอบ ที่ระบุว่า แผนดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่ผลักภาระความเสี่ยงมาให้ผู้ที่อยู่ริมตลิ่ง โดยเฉพาะความกังวลที่ว่าหากน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2567 พื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นแอ่งรับน้ำที่ระบายออกไม่ได้ และที่สำคัญคือจนถึงขณะนี้ ภาครัฐยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการชดเชยหรือเยียวยาที่เป็นธรรมสำหรับผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการถูกปรับเปลี่ยนผังเมืองให้กลายเป็นพื้นที่รับน้ำตามกฎหมาย 

ส่องนโยบายแก้น้ำท่วมแม่สาย แต่ละพรรคเสนออะไรที่คาดว่าจะแก้ปัญหาเพื่อคนแม่สายบ้าง?

จากการสำรวจนโยบายหลักของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันในเขตภาคเหนือ ซึ่งประกาศนโยบายลงในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ พบการเสนอแนวทางเพื่อการจัดการน้ำในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และการรับมือภัยพิบัติฉับพลัน ที่สามารถเชื่อมโยงกับปัญหาน้ำท่วมแม่สายได้ดังนี้ 

พรรคประชาธิปัตย์ เสนอผังน้ำดิจิทัลและระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยเชื่อมข้อมูลดาวเทียม เซนเซอร์วัดระดับน้ำ และข้อมูลฝนแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์และแจ้งเตือนให้ประชาชนและท้องถิ่นเตรียมรับมือได้ทัน พรรคเพื่อไทย เสนอศูนย์สั่งการน้ำแห่งชาติ ระบบพยากรณ์เตือนภัยน้ำ และจัดทำแผนจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมรายพื้นที่ เชื่อมกับระบบข้อมูลน้ำแบบเรียลไทม์ พรรคภูมิใจไทย ชูกองทุนภัยพิบัติ ระบุรัฐจ่ายค่าประกันภัย 1,000 ต่อครัวเรือน เพื่อทำประกันกองทุนภัยพิบัติ รวมมูลค่าเกือบ 30,000 ล้านบาท เมื่อเกิดน้ำท่วม AI จับข้อมูลได้ จะจ่ายทันทีครัวเรือนละ 100,000 บาท

พรรคประชาชน เสนอสร้างระบบการจัดการภัยพิบัติใหม่บนฐานความเสี่ยง ระบุให้มีการบริหารจัดการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่ขั้นเตรียมการก่อนเกิดเหตุ ขณะเผชิญเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยแบ่งระบบเป็น 4 ส่วน คือ 1) ปฏิรูปโครงสร้างการจัดการภัยพิบัติและจัดทำแผนที่เสี่ยง 2) รื้อระบบการแจ้งเตือนและเตรียมการก่อนเกิดภัย 3) ยกระดับการเผชิญเหตุและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย 4) ปรับแก้การเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเป็นธรรม

ถามว่าที่ สส. เชียงราย เขต 6 เห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอแก้น้ำท่วมแม่สาย ดังต่อไปนี้ 

จากการรวบรวมบริบทปัญหาและแนวทางการจัดการของรัฐทั้งหมดที่กล่าวมา Lanner ได้สืบค้นข้อเสนอที่คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแม่สาย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในเขตเลือกตั้งที่ 6 เชียงราย ที่มีผู้สมัครรวม 8 คน ได้แก่ หมายเลข 1 จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม พรรคประชาชน หมายเลข 2 ธวัชชัย อภิวงค์ พรรครวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 3 อนันต์ แพทยานนท์ พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 4 ชัยยนต์ ศรีสมุทร พรรคเพื่อไทย หมายเลข 5 ภัทรวัลย์ ผลไพบูลย์ พรรคพลวัต หมายเลข 6 กฤษฎ์ชัยณัช วงศ์สมพฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 7 มลธิชา ไชยบาล พรรคกล้าธรรม และหมายเลข 8 บัณฑิต สุรินเปา พรรคไทยก้าวหน้า

โดย มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา (พชภ.) พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำหลากแม่สาย เคยจัดทำข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาต่อรัฐบาลโดยชี้ว่าการดำเนินการทั้งเรื่องป้องกัน เยียวยา และฟื้นฟู ไม่สามารถใช้แนวทางเดิมเช่นเดียวกับปัญหาน้ำท่วมทั่วๆ ไปแบบที่ผ่านมาได้ แต่เสนอให้รัฐ 

1. ถอดบทเรียนร่วมกันและกำหนดให้เชียงรายเป็นจังหวัดต้นแบบของการรับมือภัยพิบัติ
ภาคประชาชนชี้ชัดว่ารัฐต้องถอดบทเรียนน้ำท่วมแม่สาย โดยร่วมมือกับนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่ ตั้งแต่การจัดการระดับชาติ การจัดการระดับลุ่มน้ำ และระดับท้องถิ่น/ชุมชน เพื่อให้เชียงรายกลายเป็นจังหวัดต้นแบบของการรับมือภัยพิบัติ ที่จะมีการติดตามการเกิดภัยตลอดทั้งปี

2. จัดทำผังเมืองและ Zoning พื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ
จัดตั้งหน่วยงานเพื่อสำรวจและจัดทำแผนที่ความเปราะบางการเกิดภัยพิบัติ ในระดับจังหวัดร่วมกับชุมชน โดยกำหนดจุดปลอดภัยในการอพยพหรือรวมพล ควบคู่การสำรวจพื้นที่รุกล้ำลำน้ำ พื้นที่ระบายน้ำ (แก้มลิง) พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม เพื่อ Zoning พื้นที่รับน้ำ พื้นที่เสี่ยงภัย และกำหนดแบบแปลนสิ่งก่อสร้างที่เหมาะสมสอดคล้องกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้อีก 

3. จัดตั้งศูนย์เตือนภัยระดับชุมชน (Bottom Up) และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า Real-time
จัดตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อการฟื้นฟูในพื้นที่ ที่สามารถออกแถลงการณ์ภายในจังหวัดถึงความคืบหน้าของการปฏิบัติการขณะเกิดภัย และพัฒนาระบบแจ้งเตือนอุทกภัยให้ตรงกลุ่มผู้ประสบภัย พร้อมบอกวิธีการรับมือที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย เช่น ปริมาณและระดับน้ำที่จะมา การระบายน้ำ ระยะเวลาท่วมขัง รวมถึงพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติดินโคลนถล่ม ให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าและเตรียมตัวได้ทันการ

4. ให้อำนาจตัดสินใจท้องถิ่นเพื่อการจัดการภัยพิบัติในช่วงวิกฤต
กระจายอำนาจในการสั่งการให้ท้องถิ่นสามารถดูแลงบประมาณ รวมถึงระบบข้อมูลอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือ และลดขั้นตอนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่ออนุมัติเครื่องมือและอุปกรณ์การช่วยเหลือให้ทันท่วงทีในช่วงเร่งด่วน 

5. ปรับมาตรการฟื้นฟูหลังประสบภัยและพัฒนาแนวทางรับมือในระยะยาว
ลดขั้นตอนการพิสูจน์ความเสียหายที่ซ้ำซ้อน โดยพิจารณามาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมดินโคลนถล่มเป็นกรณีพิเศษต่างจากอุทกภัยทั่วไป ก่อนจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูอาชีพควบคู่การสนับสนุนการวิจัยและการศึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการรับมือกับภัยพิบัติ เพื่อสร้างแนวทางในการให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดวิกฤตที่มีประสิทธิภาพ

6. สร้างความร่วมมือข้ามพื้นที่ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค
วางแผนการจัดการลุ่มน้ำภายในประเทศ โดยบูรณาการข้ามเขตการปกครองระดับจังหวัดร่วมกัน ทั้งในกรณีที่เป็นเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ประตูระบายน้ำ ปริมาณฝน ฯลฯ และเร่งเจรจากับประเทศใกล้เคียงที่มีอาณาเขตติดกันอย่างเมียนมา เรื่องระบบแจ้งเตือนภัยและการให้ความช่วยเหลือร่วมกัน

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เลือกตั้งสุโขทัย: สนามสามมิตรของสมศักดิ์ เทพสุทิน

หากพูดถึงจังหวัดสุโขทัยต้องเริ่มจากชื่อของ สมศักดิ์ เทพสุทิน และเครือข่าย ‘กลุ่มสามมิตร’ ที่เป็นแกนกลางของโครงสร้างการเมืองของจังหวัดมาช้านาน เพราะสุโขทัยไม่ได้แข่งขันกันด้วยแบรนด์พรรคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นจังหวัดที่พลังของเพื่อไทยจำนวนมากในพื้นที่ยึดโยงอยู่กับเครือข่ายนำทางการเมืองที่มี สมศักดิ์เป็นคนวางฐาน...

เทศบาลนครเชียงใหม่ลงนาม MOU ‘แม่ข่าโมเดล’ เดินหน้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ฟื้นคลองแม่ข่า สร้างชุมชนยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)...