
เชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวหลักของภาคเหนือ กำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากความเปราะบางเชิงโครงสร้างอย่างรอบด้าน หลังรายได้ของจังหวัดพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและบริการมากกว่า 70% ของรายได้รวม
ก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี แต่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ว่า ช่วงปี 2563–2564 จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างรุนแรง โดยปี 2563 มีผู้เยี่ยมเยือนเหลือเพียงประมาณ 6.07 ล้านคน จากกว่า 11 ล้านคนในปีก่อนหน้า
แม้การผ่อนคลายมาตรการเดินทางในปี 2565 จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัว จาก 3.8 ล้านคนในปี 2564 เป็น 8.9 ล้านคนในปี 2565 แต่กว่าตัวเลขจะกลับสู่ระดับก่อนโควิด ก็ใช้เวลาจนถึงปี 2567 อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของ ‘จำนวนคน’ ในแง่นี้ ไม่ได้แปลตรงตัวเป็นการฟื้นของ ‘เศรษฐกิจฐานธุรกิจ’
| จำนวนนักท่องเที่ยว (คน) | ไตรมาส 1 (ม.ค.-มี.ค.) | ไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย.) | ไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.) | ไตรมาส 4 (ต.ค.-ธ.ค.) | รวมทั้งปี |
| 2562 | 3,034,867 | 2,276,438 | 1,980,596 | 3,873,959 | 11,165,860 |
| 2563 | 2,193,643 | 175,536 | 1,120,084 | 2,578,774 | 6,068,037 |
| 2564 | 1,060,415 | 574,056 | 291,759 | 1,931,079 | 3,857,309 |
| 2565 | 2,184,926 | 1,900,243 | 1,920,615 | 2,927,780 | 8,933,564 |
| 2566 | 2,959,708 | 2,467,764 | 2,225,994 | 3,346,396 | 10,999,862 |
| 2567 | 3,209,348 | 2,651,133 | 2,161,796 | 3,450,929 | 11,473,206 |
| 2568 | 3,330,014 | 2,783,310 | 2,219,337 | 3,622,588 | 11,955,249 |
ท่องเที่ยวโต แต่ธุรกิจทยอยปิด

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ปี 2567 ภาคท่องเที่ยวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็น 9.6% ของ GRP ภาคเหนือ และเกี่ยวข้องกับแรงงานถึง 46% ของภาคบริการ โดยเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางรับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 64% ของทั้งภาค และครอบครองเม็ดเงินใช้จ่าย 73%
นักท่องเที่ยวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 10,383 บาทต่อคนต่อทริป สูงกว่านักท่องเที่ยวไทยเกือบสองเท่า กลุ่มหลักคือ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ขณะที่นักท่องเที่ยวยุโรป–อเมริกาเข้าพักนานและใช้จ่ายสูงกว่า
แต่ในอีกด้าน ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าชี้ว่า การเลิกกิจการในเชียงใหม่กลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยครึ่งปีแรกของปี 2567 ภาคเหนือมีการปิดกิจการสะสม 926 ราย คิดเป็นเกือบ 1 ใน 6 ของทั้งประเทศ ขณะที่ทั้งปี 2567 เชียงใหม่มีการเลิกกิจการมากถึง 1,061 ราย สูงสุดในภาคเหนือ และในปี 2568 ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 1,000 ราย
ในแง่นี้ รายงานของสื่อ Today ระบุว่า เพียง 5 เดือนแรกของปีเดียวกัน ร้านอาหารในเชียงใหม่ปิดตัวไปแล้วกว่า 40%
| รายได้จากการท่องเที่ยว (ล้านบาท) | ไตรมาส 1 (ม.ค.-มี.ค.) | ไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย.) | ไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.) | ไตรมาส 4 (ต.ค.-ธ.ค.) | รวมทั้งปี |
| 2562 | 31,372.25 | 21,879.46 | 21,816.25 | 35,602.37 | 110,670.33 |
| 2563 | 21,896.75 | 1,219.41 | 7,929.33 | 18,693.31 | 49,738.80 |
| 2564 | 7,407.62 | 3,817.32 | 1,481.35 | 12,046.90 | 24,753.19 |
| 2565 | 13,774.86 | 12,339.04 | 12,938.11 | 22,429.08 | 61,481.09 |
| 2566 | 23,744.75 | 21,305.88 | 21,437.29 | 29,894.92 | 96,382.84 |
| 2567 | 28,623.66 | 24,603.90 | 22,075.84 | 31,540.76 | 106,844.16 |
| 2568 | 29,930.82 | 25,602.44 | 22,715 | 33,249.43 | 111,497.79 |
| จำนวนการจดทะเบียนเลิกกิจการ (ราย) | ทั้งประเทศ | 17 จังหวัดภาคเหนือ | เชียงใหม่ |
| 2563 | 20,920 | 2,188 | 826 |
| 2564 | 19,326 | 2,120 | 856 |
| 2565 | 20,765 | 2,513 | 878 |
| 2566 | 23,380 | 2,581 | 899 |
| 2567 | 23,679 | 2,831 | 1,061 |
| 2568 | 22,783 | 2,872 | 1,052 |
เมื่อ PM2.5 กลายเป็นต้นทุนซ่อนเร้นของการท่องเที่ยว
ท่ามกลางความพยายามฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว เชียงใหม่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐแก้ไม่ตก โดยเฉพาะวิกฤตมลพิษอากาศ เดือนมีนาคม 2567 เชียงใหม่ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลกจากปัญหา PM2.5 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว การใช้ชีวิตของประชาชน และการดำเนินธุรกิจ
ในบริบทนี้ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจึงไม่ใช่แค่เรื่อง ‘ดึงคนเข้าเมือง’ แต่เป็นคำถามว่าระบบเศรษฐกิจเมืองรองรับแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตได้หรือไม่
รัฐอัดแคมเปญ–ขยายสนามบิน–ดันอีเวนต์ แต่การท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตามเป้า เพราะอากาศเป็นพิษ?

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การแก้ปัญหาการท่องเที่ยวซบเซาของภาครัฐ มักปรากฏชัดผ่านบทบาทการทำงานของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่ในฐานะผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศ
ตั้งแต่ปี 2565–ปัจจุบัน ททท. ออกแผนงานและโครงการหลายด้านเพื่อหวังเพิ่มเป้าผู้มาเยือนและเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ อาทิ 14 สิงหาคม 2565 ททท. เปิดแคมเปญ ‘Chiangmai Booster Shot’ ร่วมกับ Robinhood ตั้งเป้าสร้างเงินหมุนเวียนในเชียงใหม่ มากกว่า 40 ล้านบาท และดันอัตราการเข้าพักโรงแรมปี 2565 ไม่น้อยกว่า 55% ให้สอดรับเป้าท่องเที่ยวในประเทศปี 2565 ที่ตั้งเป้านักท่องเที่ยว 160 ล้านคน-ครั้ง รายได้รวม 656,000 ล้านบาท
ขณะที่ปีถัดมา 12 มกราคม 2567 ททท. เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยวเชียงใหม่ เพิ่มขีดความสามารถสนามบินจาก 8 ล้านคน เป็น 18 ล้านคน/ปี โดยเพิ่มเที่ยวบิน สัปดาห์ละ 100 เที่ยวบิน ให้มีเที่ยวบินตรงต่างประเทศ 606 เที่ยวบิน/เดือน รวม 109,440 ที่นั่ง พร้อมเปิดรถโดยสารใหม่ 3 เส้นทาง เชื่อมแหล่งท่องเที่ยว 7 แห่ง และผลักดันโครงการ LRT เชื่อมสนามบิน–เมือง–แหล่งท่องเที่ยว
ส่วน 5 กันยายน 2568 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่และ ททท. เร่งแก้วิกฤต หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีน ลดลงกว่า 30% ด้วยการดันแคมเปญ ‘12 เดือน 12 เทศกาล’ ตั้งเป้านักท่องเที่ยวทั้งปี 16 ล้านคน รายได้ 160,000 ล้านบาท พร้อมพัฒนาท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เช่น สุขภาพ กีฬา ศิลปะ และยั่งยืน
และล่าสุด 12 มกราคม 2569 ททท. เปิดแผนท่องเที่ยวปี 2569 ภายใต้แนวคิด ‘Amazing 5 Economy’ ตั้งเป้ารายได้รวม 3 ล้านล้านบาท ทั่วประเทศ ขณะที่ด้านเชียงใหม่ ททท. ร่วมจังหวัดจัดงาน ‘เชียงใหม่ Night Market’ (17 ม.ค.–1 มี.ค. 2569) รวม 6 สัปดาห์ คาดสร้างรายได้ ไม่น้อยกว่า 186 ล้านบาท และเปิดรถรับ-ส่งฟรี 4 เส้นทาง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวกลางคืน
คู่ขนานกับการทำงานของภาครัฐ 2 พฤษภาคม 2568 อดีตผู้แทนจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ใช้กระบวนการรัฐสภาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการท่องเที่ยว หลังตัวเลขผู้มาเยือนจากต่างชาติในขณะนั้นลดลงต่อเนื่อง โดยอ้างข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เดือนมีนาคม 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยลดลง 9% เมื่อเทียบปีก่อน และเสนอให้รัฐปรับมาตรการฟรีวีซ่า เพิ่มการคัดกรองนักท่องเที่ยว และยกระดับภาพลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและพยุงรายได้ภาคท่องเที่ยวเชียงใหม่ในระยะสั้นและระยะยาว
อย่างไรก็ดี แม้การอัดแคมเปญและอีเวนต์ดูเหมือนจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ในระยะสั้น แต่ข้อมูลเชิงโครงสร้างยังสะท้อนว่าการฟื้นตัวยังไม่เต็มรูปแบบ ซ้ำแล้วยังมีปัจจัยแทรกซ้อนอย่าง PM2.5 ที่ทำให้โจทย์ฟื้นเศรษฐกิจเชียงใหม่ไม่ได้อยู่แค่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องขยับไปสู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้บนความยั่งยืนของทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ส่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเขตภาคเหนือ แต่ละพรรคเสนออะไรเพื่อช่วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่บ้าง?

จากการสำรวจนโยบายหลักของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันในเขตภาคเหนือ ซึ่งประกาศนโยบายลงในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ พบการนำเสนอนโยบายเพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่สามารถเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาการท่องเที่ยวเชียงใหม่ซบเซาได้จากหลายพรรค โดยมีเนื้อหาและจุดเน้นแตกต่างกันดังนี้
พรรคเพื่อไทย ผลักดัน Wellness Destination ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ (High Value Tourism) มากกว่าปริมาณ เพื่อสร้างรายได้ทั้งปีด้วยการเป็นฮับสุขภาพ และมุ่งผลักดันเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลาง Soft Power และอีเวนต์ระดับโลก เช่น คอนเสิร์ต, เทศกาลนานาชาติ
พรรคประชาชน เสนอฟื้นฟูการท่องเที่ยว ด้วยการเจาะตลาดกลุ่มรายได้สูง ควบคู่ส่งเสริมการเที่ยวเมืองรอง ชูปรับงบอีเวนต์โฆษณามาลงทุน ‘งานหลังบ้าน’ สร้างแหล่งท่องเที่ยว Man-made และอัดฉีดเมืองรอง พร้อมเจาะตลาด Niche Market ที่ทำเงินสูงเพื่อกระจายรายได้
พรรคไทยสร้างไทย ชู World Class Destination ระบุสร้างรายได้จากพื้นฐานความเข้มแข็งเดิมด้วยอาหารคุณภาพและเกษตรแปรรูป, ท่องเที่ยว World Class Destination, Global Wellbeing Hub, ศูนย์แปรรูปและขนส่งสินค้าเกษตร และเติมพลังให้ Thainess มีแต้มต่อก้าวสู่ Soft Power บนเวทีโลก
พรรคประชาธิปัตย์ เสนอเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวยั่งยืน ยกระดับการท่องเที่ยวไทยจาก ‘ปริมาณ’ สู่ ‘มูลค่า’ ด้วยข้อมูล เทคโนโลยี สุขภาพ และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เช่น การส่งเสริม Wellness & Longevity Destination
ขณะที่พรรคอื่นๆ เช่น พรรคกล้าธรรม ชูนโยบายปั้นท่องเที่ยวสู้จน ฝึกอาชีพให้ผู้สูงอายุเป็นอาสาสมัครท่องเที่ยว พรรคภูมิใจไทย ตั้งเป้าเพิ่มระยะเวลาการพำนักและจำนวนการใช้จ่าย ระบุเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวสู่ 6 ล้านล้านบาททั่วประเทศ พรรคพลังประชารัฐ เสนอการใช้กองทุนกระตุ้นรายได้ชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้โดยตรงจากการท่องเที่ยว เป็นต้น
ถามว่าที่ สส.เชียงใหม่ เห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับการท่องเที่ยว

จากการรวบรวมบริบทปัญหาและแนวทางการจัดการของรัฐทั้งหมดที่กล่าวมา Lanner ได้สืบค้นข้อเสนอที่คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาการท่องเที่ยวเชียงใหม่ซบเซา โดยพบข้อเสนอจากทั้งนักวิชาการ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และภาคประชาสังคม ได้แก่
1. ทำให้การจัดการมลพิษอากาศเป็นวาระจังหวัด ก่อนผลักดันอีเวนต์
เร่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางอากาศ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือนก่อนริเริ่มโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยเฉพาะการเร่งแก้ PM2.5 เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวหดหาย
2. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม เพื่อดึงดูดตลาดต่างชาติคุณภาพสูง
พัฒนาการท่องเที่ยวตามทัศนะนักท่องเที่ยวยุคใหม่ เน้นความสะดวก ความปลอดภัย และคุณภาพสิ่งแวดล้อม ควบคู่กิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ เช่น งานเทศกาล, อาหารพื้นเมือง, วิถีชีวิตชุมชน และเทรนด์รักสุขภาพ
3. สร้างเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ชุมชน ลดความเปราะบางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขตเมือง
พัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนให้เป็น Destination ใหม่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งให้โครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งจังหวัด และกระจายรายได้ที่กระจุกออกจากตัวเมือง
4. สร้างมาตรฐานการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะที่ทั่วถึงและเป็นมิตร
สร้างระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อสนามบิน-เมืองเก่า-แหล่งท่องเที่ยวหลัก ด้วยรถเมล์ไฟฟ้า (EV bus) ที่ช่วยลดมลพิษ พร้อมมาตรการจัดการรถแดงและรถเช่าเล็ก เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและกระจายการเดินทางสู่ชุมชนรอบนอก
