เชิญพิจารณา: ข้อสังเกตต่อคำแถลงของกรมควบคุมมลพิษ กรณีแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง

Date:

เรื่อง: สืบสกุล กิจนุกร

กรณีที่อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลงว่า ‘คุณภาพน้ำแม่น้ำกกอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย’ และพบสารหนูต่ำกว่าค่ามาตรฐาน จนสามารถทำกิจกรรมทางน้ำบางประเภทได้นั้น ควรถูกพิจารณาอย่างรอบด้าน มากกว่าการยึดเพียงถ้อยแถลงเชิงตัวเลข

เพราะสถานการณ์แม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางเทคนิค หากแต่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสาธารณะ ระบบนิเวศ และความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งลุ่มน้ำ การประกาศว่า ‘ปลอดภัย’ จึงต้องอธิบายกระบวนการตรวจวัด ความต่อเนื่องของข้อมูล และผลกระทบระยะยาวอย่างโปร่งใส

ในเชิงวิพากษ์ มีอย่างน้อย 4 ประเด็นสำคัญที่ควรถูกตั้งคำถามอย่างเร่งด่วน ดังนี้

1. ความย้อนแย้งของกระบวนการตรวจสอบ

ที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ สื่อสารชัดเจนว่าการตรวจสารโลหะหนักด้วยชุดทดสอบภาคสนาม (test kit) เป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น และจำเป็นต้องยืนยันผลด้วยการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน จึงจะถือเป็นข้อสรุปทางการ

แต่ในการแถลงข่าวครั้งล่าสุด กลับมีการอ้างอิงผลจากชุดตรวจภาคสนาม พร้อมสรุปทันทีว่าสารหนูต่ำกว่าค่ามาตรฐาน คำถามจึงอยู่ที่ว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักวิชาการที่หน่วยงานเคยยืนยันเองหรือไม่ และมีผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการรองรับแล้วหรือยัง หากยังไม่มีการยืนยันจากแล็บ การสรุปผลเช่นนั้นอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงานในระยะยาว

2. การตรวจเพียงบางจุด กับคำถามเรื่องทั้งระบบลุ่มน้ำ

จากข้อมูลการแถลงของกรมควบคุมมลพิษ ยังไม่ปรากฏรายละเอียดชัดเจนว่ามีการเก็บตัวอย่างกี่จุด และครอบคลุมแม่น้ำสาย รวก และโขงหรือไม่ ทั้งที่แม่น้ำเหล่านี้เป็นระบบนิเวศเดียวกัน การประเมินเฉพาะบางช่วงจึงอาจไม่สะท้อนภาพรวมทั้งลุ่มน้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น ผลการตรวจครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 13–16 มกราคม 2569 เคยระบุว่าจุดสะพานท่าตอน (KK1) และสะพานแม่นาวาง (KK2) พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน เช่นเดียวกับแม่น้ำสายทั้ง 3 จุดตรวจที่เกินค่ามาตรฐานเช่นกัน ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจุดเดียว

ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง ‘วันนี้น้ำปลอดภัยหรือไม่’ แต่คือ แนวโน้มการปนเปื้อนในระยะยาวเป็นอย่างไร การแถลงครั้งนี้ได้เปรียบเทียบกับข้อมูลย้อนหลังหรือไม่ และครอบคลุมทั้งระบบลุ่มน้ำ หรือจำกัดอยู่เพียงบางจุดของแม่น้ำกกเท่านั้น

3. คำแนะนำกิจกรรมทางน้ำ กับความเสี่ยงจากตะกอน

กรมควบคุมมลพิษ ประเมินว่าน้ำอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และอธิบดีแนะนำว่าสามารถพายเรือ เดินลุยน้ำ หรือจัดกิจกรรมของปางช้างได้ แต่ยังไม่ควรว่ายน้ำ เนื่องจากเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสู่ร่างกายโดยตรง

ทว่า ประเด็นที่ยังไม่มีคำอธิบายชัดเจนคือ ความเสี่ยงจาก ‘ตะกอนใต้ท้องน้ำ’ ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมโลหะหนัก การเดินลุยน้ำ ล่องแพเปียก หรือการให้ช้างลงแม่น้ำ อาจทำให้ตะกอนฟุ้งกระจายขึ้นสู่คอลัมน์น้ำ และเพิ่มโอกาสสัมผัสสารปนเปื้อน

ยิ่งในบริบทการเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะกิจกรรมแพเปียกที่มีการกระโดดและสาดน้ำโดยตรง คำแนะนำว่า ‘ทำกิจกรรมได้บางประเภท’ อาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริง และอาจเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ หากยังไม่มีการประเมินความเข้มข้นของโลหะหนักในตะกอนอย่างเป็นระบบ

4. ความไม่สอดคล้องของคำแนะนำเรื่องการบริโภคปลา

กรมควบคุมมลพิษ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานหัวปลาและตับปลา เนื่องจากเป็นอวัยวะที่สะสมโลหะหนักสูงสุด ข้อแนะนำนี้สะท้อนว่า ยังมีความกังวลต่อการสะสมสารพิษในห่วงโซ่อาหาร

อย่างไรก็ตาม บางหน่วยงานกลับเสนอให้หลีกเลี่ยงการจับและบริโภคปลาในแหล่งน้ำเสี่ยงโดยรวม คำถามจึงอยู่ที่ว่า การออกคำแนะนำครั้งนี้ได้ประสานข้อมูลกับกรมประมง และกรมอนามัย แล้วหรือไม่ และมีการประเมินความเสี่ยงในระดับทั้งลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบหรือยัง

ความไม่สอดคล้องของคำแนะนำระหว่างหน่วยงาน อาจสร้างความสับสนแก่ประชาชน และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม

ข้อเรียกร้อง: การตัดสินใจต้องอยู่บนฐานข้อมูลและความร่วมมือ

การประกาศว่าน้ำปลอดภัยและสามารถทำกิจกรรมได้ โดยเฉพาะในช่วงที่จังหวัดเชียงรายกำลังเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ไม่ใช่เพียงประเด็นทางเทคนิค หากมีนัยต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยว ภาพลักษณ์จังหวัด และความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนจำนวนมาก

ดังนั้น ทุกการตัดสินใจควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่โปร่งใส ครบถ้วน และผ่านการหารืออย่างเป็นทางการระหว่างกรมควบคุมมลพิษ จังหวัดเชียงราย หน่วยงานสาธารณสุข กรมประมง นักวิชาการ ภาคประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้ข้อสรุปมีความรอบด้านและตรวจสอบได้

ในภาวะวิกฤตสิ่งแวดล้อม ความเร่งรีบในการสร้าง ‘ความมั่นใจ’ อาจสวนทางกับหลักความระมัดระวัง (precautionary principle) ที่ควรใช้เป็นกรอบนำทาง เพราะแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่กิจกรรม หากเป็นระบบชีวิตของผู้คนทั้งลุ่มน้ำ การสื่อสารและการตัดสินใจจึงควรตั้งอยู่บนความรับผิดชอบร่วมกัน มากกว่าการแถลงฝ่ายเดียวแล้วปล่อยให้สังคมแบกรับภาระการตัดสินใจเอง

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เก้าอี้ สส. เขต กับจำนวนบ้านใหญ่สัมพันธ์กันไฉน? เมื่อบ้านใหญ่สังกัดพรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งในเขตภาคเหนือกว่า 86%

หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ชี้ชัดว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เพียงแต่ก้าวขึ้นมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งที่ได้ สส. เขตมากที่สุดถึง 174...

ตรวจพบสารหนูสะสมในร่างกายชาวบ้านริมน้ำกก 16 จาก 90 ตัวอย่าง นักวิชาการ มฟล.–มรภ.เชียงราย เสนอรัฐเร่งสื่อสารความเสี่ยง–ประกาศโรคเฝ้าระวัง

สำนักข่าวชายขอบรายงานว่าเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมลักษณวรรณ อ.เมือง จ.เชียงราย ในการประชุมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะโดยชุมชน กรณีศึกษาผลกระทบจากสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก...

‘Flexitarian’ เปลี่ยนโปรตีน เปลี่ยนโลก เมื่อคำตอบไม่ได้อยู่ในคอก แต่อยู่ในจานอาหารและการกิน

ในยุคที่วิกฤตสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘ระบบอาหาร’ กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึงหนึ่งในสามของโลก สะท้อนให้เห็นว่าสุขภาพของมนุษย์กับสุขภาพของโลกเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก การปรับเปลี่ยนสู่การกินแบบ Flexitarian หรือการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงในบางมื้อ จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อยืดอายุสุขภาพของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการชะลอวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพในเชิงเศรษฐกิจ...