เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เมื่อคืนวันที่ 9 มีนาคม 2569 หลัง เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน สมาชิกกลุ่ม ‘ไทยไม่ทน’ โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะเข้าไปพูดคุยและทำร้ายร่างกายต่อชายชาติพันธุ์กะเหรี่ยงรายหนึ่ง บริเวณหน้าร้านบาร์โฮสแห่งหนึ่ง ในพื้นที่พัทยาใต้ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากพนักงานชาวไทยในพื้นที่อ้างว่าถูกชายชาติพันธุ์กะเหรี่ยงซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานตบหน้า จึงร้องเรียนไปยังกลุ่มดังกล่าว ก่อนที่เฮียตี๋และทีมงานจะลงพื้นที่เรียกมาพูดคุย ซึ่งในคลิปแรกชายคนดังกล่าวได้ขอโทษและรับปากว่าจะยุติปัญหา
ต่อมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความในกลุ่ม ‘คนเมืองกาญจน์ 2 (สำรองคนเมืองกาญจน์2รีเทิร์น)’ โดยระบุว่า ชายที่ปรากฏในคลิปเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง พร้อมระบุว่าเจ้าตัวเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องทำงานเลี้ยงดูแม่และส่งน้องเรียน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีพฤติกรรมเป็นนักเลง
อย่างไรก็ตาม เฮียตี๋ระบุว่าในวันถัดมาชายคนเดิมยังมีปัญหากับพนักงานในร้านอีก จึงพาทีมงานไปที่ร้านเพื่อ ‘ตักเตือน’ ก่อนจะเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย โดยภายหลังเจ้าตัวโพสต์คลิปชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ยอมรับว่าได้ตบชายคนดังกล่าว 2 ครั้ง โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาเพื่อ ‘ปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย’ และกล่าวว่า “บางครั้งถ้าไม่ถึงขั้นศาลเตี้ยบ้าง เขาก็คงไม่เข็ดหลาบ” คำพูดดังกล่าวได้จุดกระแสถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงและทัศนคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์
ด้าน สุนารี วารีขจรผล คอนเทนต์ครีเอเตอร์ช่อง Sunaree travel alone ช่องสื่อออนไลน์ที่นำเสนอแง่มุมที่หลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ สะท้อนมุมมองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมองว่า การเหมารวมว่าคนชาติพันธุ์ไม่ใช่คนไทยจะสามารถปฏิบัติยังไงก็ได้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และเป็นการแบ่งแยกทางสังคม พร้อมระบุว่าหากมีผู้กระทำผิดจริง ควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งตัดสินหรือลงโทษกันเอง
“ถ้าคนคนนั้นทำผิดจริง ก็ควรให้กฎหมายเป็นผู้กำหนดบทลงโทษ เพราะทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ถูกทำร้ายต่างก็เป็นคนคนหนึ่งในประเทศไทยเหมือนกัน เราไม่ได้สูงกว่าใคร และก็ไม่ได้ต่ำกว่าใคร”
เธอยังตั้งข้อสังเกตว่า แนวคิดเรื่อง ‘คนไทยแท้’ อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ คนในสังคมไทยล้วนมีที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ไม่ได้มีไทยแท้หนึ่งเดียว
นอกจากนี้ ยังมองว่าในช่วงหลังมีกระแสที่ปลุกอคติเรื่องเชื้อชาติขึ้นมา ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการสื่อสารและความเข้าใจในสังคมที่ยังไม่เพียงพอ รวมถึงการให้คุณค่ากับความแตกต่างทางชาติพันธุ์อย่างไม่เท่าเทียม มีการแบ่งแยกความเป็นคนออกจากกัน ทำให้บางกลุ่มลดทอนคุณค่าของผู้อื่นเพื่อยกระดับตัวเอง
ทั้งนี้ สุนารีมองว่า สังคมไทยจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ผ่านนโยบาย กฎหมาย และการสื่อสารของสื่อกระแสหลัก เพื่อย้ำว่ากลุ่มชาติพันธุ์ก็เป็นประชากรส่วนหนึ่งของประเทศไทยเช่นเดียวกัน
“กลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจ และเพิ่งถูกนับรวมเป็นประชากรของรัฐสมัยใหม่ในภายหลัง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ใช่คนไทย หรือถูกทำให้ไม่มีตัวตน”
