14 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับ วันปฏิบัติการเพื่อแม่น้ำสากล (International Day of Action for Rivers) เด็กและเยาวชนในพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวินออกแถลงการณ์จากบ้านสบเมย ริมหาดแม่น้ำสาละวิน เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหามลพิษและผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลต่อแม่น้ำและวิถีชีวิตของชุมชน
แถลงการณ์เริ่มต้นด้วยคำสอนของบรรพบุรุษว่า
“ออ ที เกอ ตอที โอ๊ะ ก่อ เกอตอ ก่อ เอาะ ย๊ะ เกอ ตอ กวิดเอาะ เด้ เกอ ตอ เล”
ซึ่งมีความหมายเป็นคำเตือนให้ลูกหลานเคารพ รักษา และปกป้องสายน้ำที่เป็นแหล่งชีวิตของผู้คนและชุมชน




กลุ่มเยาวชนระบุว่า คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐและกลุ่มทุนหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อน การทำเหมืองแร่ รวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของ เขื่อนภูมิพล และโครงการ เขื่อนฮัตจี ซึ่งถูกผลักดันมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำ
ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่กำลังเผชิญปัญหามลพิษจากสารพิษที่ปนเปื้อนในแม่น้ำ ทั้งใน แม่น้ำสาละวิน และ แม่น้ำกก โดยมีการตรวจพบสารอันตราย เช่น สารหนู แคดเมียม และโลหะหนักในแหล่งน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชนอย่างชัดเจน
ข้อมูลจากพื้นที่ระบุว่า พบปลามีอาการป่วย การทำประมงของชุมชนได้รับผลกระทบ ขณะที่พืชผักริมตลิ่งมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน รวมถึงเกิดความกังวลด้านสุขภาพของประชาชน แม้หน่วยงานรัฐจะมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำ แต่ผลการตรวจจำนวนมากไม่ได้ถูกสื่อสารกลับมายังชุมชนอย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนขาดข้อมูลในการตัดสินใจ นอกจากนี้ หลายชุมชนยังไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น น้ำประปาที่สะอาด
เด็กและเยาวชนในพื้นที่ระบุว่า แม่น้ำคือบ้าน แหล่งอาหาร และวิถีชีวิตของชุมชน การรวมตัวกันในครั้งนี้จึงเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการปกป้องบ้านเกิดและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมยื่นข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 ประการ ได้แก่
- ให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เช่น ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) และค่าความเป็นกรดด่าง (pH) พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อชุมชนอย่างโปร่งใส
- ให้รัฐจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศแม่น้ำ และเยียวยาชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษ ทั้งด้านสุขภาพ วิถีชีวิต และอาชีพ
- ให้รัฐรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยจัดให้ชุมชนเข้าถึงน้ำประปาที่สะอาดและระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
- ให้รัฐบาลใช้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน และดำเนินมาตรการควบคุมหรือยุติกิจกรรมเหมืองแร่ที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำ ทั้งใน แม่น้ำสาละวิน และ แม่น้ำกก
ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนในพื้นที่ลุ่มน้ำย้ำว่า การปกป้องแม่น้ำไม่ใช่เพียงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ แต่คือการปกป้องอนาคตและวิถีชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาสายน้ำเหล่านี้
