เปิดข้อมูลการใช้น้ำมันไทยในภาวะสงคราม ‘แม่ฮ่องสอน’ มีจำนวนปั๊มและรถต่ำสุดในภาค ขณะที่ สุโขทัย-เพชรบูรณ์ มีความหนาแน่นของรถต่อปั๊มน้อยสุดในประเทศ

Date:

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วิกฤตสงครามตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พลังงานไทย โดยหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น กำแพงเพชรและพิจิตร พบเกษตรกรประสบปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอต่อการใช้งานเครื่องจักรและระบบสูบน้ำ หลังหลายปั๊มจำกัดการเติมไม่เกิน 700 บาทต่อคันและต่อแกลอน ขณะที่บางพื้นที่ในพิจิตรต้องรอคิวเติมน้ำมันนาน 4–5 ชั่วโมง และหลายปั๊มเปิดขายได้เพียง 2–3 ชั่วโมงก่อนน้ำมันหมด

ส่วนในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง ยังคงพบการจำกัดการเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งสาธารณะ เช่น บริษัทเดินรถโดยสาร Greenbus Thailand ที่เพิ่งประกาศปรับเงื่อนไขการให้บริการชั่วคราวเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง 

ข้อมูลจาก Rocket Media Lab เผยให้เห็นความหนาแน่นของปริมาณปั๊มน้ำมันและรถที่ใช้น้ำมันในแต่ละจังหวัด ซึ่งพบว่า จากข้อมูลผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ปี 2568 ประเทศไทยมีปั๊มน้ำมันรวม 25,267 แห่ง โดยใน 17 จังหวัดภาคเหนือพบจังหวัดที่มีปั๊มน้ำมันมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ ซึ่งมีปั๊มน้ำมันทั้งหมด 922 แห่ง ตามมาด้วย เพชรบูรณ์ 768 แห่ง และนครสวรรค์ 659 แห่ง ในขณะที่จังหวัดที่มีปั๊มน้ำมันน้อยที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ แม่ฮ่องสอน จำนวน 84 แห่ง ตามมาด้วย น่านและแพร่ ที่มีจำนวนปั๊มเท่ากัน 222 แห่ง และพะเยา 227 แห่ง

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงยังพบว่า ประเทศไทยมีรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 44,835,503 คัน โดยในภาคเหนือพบจังหวัดที่มีรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ จำนวน 1,660,135 คัน เชียงราย 841,031 คัน และนครสวรรค์ 623,759 คัน ในขณะที่จังหวัดที่มีรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงน้อยที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ แม่ฮ่องสอน จำนวน 85,332 คัน อุทัยธานี 195,949 คัน และน่าน 265,374 คัน 

เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงจากทั่วประเทศแล้ว แม่ฮ่องสอน ยังเป็นจังหวัดที่มีปริมาณรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงน้อยที่สุดในประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันต่อปั๊มน้ำมันยังพบอีกว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันจำนวน 1,774.47 คัน ต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง โดยหากแยกเป็นจังหวัด พบว่าจังหวัดในภาคเหนือที่มีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันต่อปั๊มน้ำมันมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ ซึ่งมีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมัน 1,800.58 ต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง ตามมาด้วย เชียงราย 1,589.85 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง และแพร่ 1,246.11 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง

ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันต่อปั๊มน้ำมันน้อยที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สุโขทัย ซึ่งมีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมัน 616.69 ต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง ตามมาด้วย เพชรบูรณ์ 646.77 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง และกำแพงเพชร 687.65 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันต่อปั๊มน้ำมันกับทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว สุโขทัยและเพชรบูรณ์ ยังเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันต่อปั๊มน้ำมันน้อยที่สุด 2 อันดับแรกของประเทศ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ชุมชนเหนือเตรียมเข้าร่วมเวทีแก้กฎหมายป่าอนุรักษ์ 24 มี.ค. ชี้เป็น ‘เดิมพันสิทธิ’ หลังบังคับใช้กว่า 5 ปี

ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายป่าอนุรักษ์ในภาคเหนือ เตรียมเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขกฎหมายในวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยเครือข่ายสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.)...

วิกฤตน้ำมันภาคเหนือ-ชายแดนแม่สอด คิวล้น จำกัดเติม งดเติมรถพม่า กระจายขาดช่วง แม้รัฐยืนยันมีสำรอง 96 วัน 

19 มีนาคม 2569 วิกฤตสงครามตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พลังงานไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือ พื้นที่เกษตรกรรม และแนวชายแดน ซึ่งยังคงเห็นภาพประชาชนแห่เติมและกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพออย่างน้อย...

ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านแม่หมีแถลง ‘เปิดป่า–เปิดแนวกันไฟ-ค้านปิดป่าเหมาเข่ง’ ยุตินโยบายห้ามเผาแบบไม่แยกแยะ

เรื่องและภาพ: กัญญ์วรา หมื่นแก้ว 18 มีนาคม 2569 ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านแม่หมี ตำบลหัวเมือง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง...