นวลคำ ขะยอมแดง สุภาพชนคนเมือง

30 POSTS
ชนชั้นกลางระดับล่างที่ค่อนมาทางปีกซีกซ้ายในทางเศรษฐกิจการเมือง ร่ำเรียนมาทางด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ชื่นชอบประเด็นทางสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และการเมืองร่วมสมัย เป็นคนให้ความสนใจประเด็นล้านนาคดีทั้งในมิติประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรมและวรรณกรรมล้านนา (อยู่บ้างเล็กน้อย) แม้ตัวเองไม่ใช่คนดีย์แต่ยังคงมีการครุ่นคิดและสงสัยว่า ตัวเองนั้นเป็นนักกิจกรรม (Activist) และเป็นผู้นิยมมาร์กซ (Marxist) อยู่หรือเปล่า

Exclusive articles:

ก๊อนเก๊าเล่าล้านนา: อำลาด้วยอาลัย ศิลปินนักร้องเพลงไตย ผู้ขับเคลื่อนการเมืองวัฒนธรรมผู้ยิ่งใหญ่นาม “จายสายมาว”

เรื่อง: นวลคำ ขะยอมแดง สุภาพชนคนเมือง “จายสายมาว” ชื่อเสียงเรียงนามนี้คงเป็นที่คุ้นหูหรืออยู่ในความทรงจำของผองคนชนไทใหญ่ในฐานะศิลปินเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด “จาย” หรือ “ชาย”นั้น เป็นคำนำหน้านามเรียกชื่อของ “พ่อชายคนไตย” เฉกเช่นเดียวกับคนว่า “นาง” ซึ่งเป็นคำนำหน้านามเรียกชื่อของ “แม่ญิงคนไตย” ดังนั้น จายสายมาวจึงเป็นนามเรียกขานของผู้ชายที่มีชื่อว่า “สายมาว” อันเป็นนามที่สัมพันธ์กับ “ลุ่มน้ำมาว” อันเป็นแผ่นดินถิ่นเกิดของเขา ทั้งนี้ ผลงานเพลงของเขาไม่ต่ำกว่า 50 อัลบั้มของจายสายมาวนั้น ก็น่าจะเป็นสิ่งยืนยันถึงการได้รับความนิยมชมชอบที่แฟนเพลงมีต่อตัวเขาได้ดีซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลงานการสร้างสรรค์จากตัวของเขาเอง...

ก๊อนเก๊าเล่าล้านนา: นโยบายด้านภาษีที่ไม่ลงรอยกับวิถีชีวิตชาวนาสู่การต่อต้านของชาวนาและกบฏพญาผาบ

เรื่อง: นวลคำ ขะยอมแดง สุภาพชนคนเมือง การปฏิรูประบบราชการแผ่นดินจากดินแดนประเทศราชล้านนามาสู่การปกครองในรูปแบบมณฑลพายัพของรัฐบาลสยาม ดำเนินการผ่านการรวมศูนย์อำนาจและลดทอนอำนาจจากเหล่าบรรดาเจ้านายท้องถิ่นในล้านนาตามขนบของรัฐจารีตแบบดั้งเดิมเพื่อดำเนินการจัดการปกครองตามขนบของรัฐสมัยใหม่เข้ามาแทนที่ โดยมีการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านภาษีในรูปแบบใหม่ซึ่งได้มีการปรับปรุงหลายวาระในเรื่องกฎเกณฑ์ ข้อบังคับและพระราชบัญญัติที่ประกาศออกมานับแต่ปี พ.ศ.2427  สิ่งเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อผู้คนทั่วไปในสังคมล้านนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชาวนา” ที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อแบกรับภาระในด้านภาษีที่มีมากเกินกว่ากำลัง สำหรับชนชั้นนำในสังคมล้านนานั้นก็ถือได้ว่ามีสถานะเป็นผู้กอบโกยผลประโยชน์จากแรงงานและและผลผลิตส่วนเกินในรูปของภาษีอากร นั่นจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญด้านเศรษฐกิจที่มากำหนดทิศทางของประวัติศาสตร์ในมุมมองแบบซ้าย ๆ ให้ชนชั้นผู้ทำการผลิตอย่างเช่น พวกชาวนาและชนชั้นผู้ปกครองอย่างพวกเจ้านาย กลายมาเป็นเป็นปฏิปักษ์ต่อกันหลายพื้นที่โดยชาวนาได้มีปฏิกิริยาต่อต้านผ่านรูปแบบวิธีการต่าง ๆ ต่อนโยบายด้านภาษีที่ออกเป็นกฎหมายจากผู้ปกครองจากส่วนกลางและรัฐบาลสยามที่สร้างผลกระทบมาสู่สังคมท้องถิ่นล้านนาโดยสิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตจากสังคมดั้งเดิมแบบชาวนาที่เน้นการผลิตเพื่อขายให้เปลี่ยนเข้าสู่ระบบการค้าและเงินตราผ่านเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในช่วงเวลาต่อมา นโยบายด้านภาษีรูปแบบใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในสังคมท้องถิ่นล้านนาเกิดขึ้นผ่านการเปลี่ยนการเก็บภาษีจากผลผลิตเป็นเก็บเป็นเงินที่ใช้ระบบผูกขาดและจัดเก็บโดยเจ้าภาษีนายอากรซึ่งการให้อำนาจผูกขาดแก่เจ้าภาษีนั้นได้มีผลทำให้ชาวนาต้องรับภาระหลายด้าน เช่น การหาตัวเงินมาเสียภาษีแล้วยังถูกเจ้าภาษีนายอากรขูดรีดต่ออย่างหนักอีกเพื่อชดเชยกับการที่ได้สูญเสียเงินค่าประมูลจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังได้มีการเพิ่มประเภทภาษีและเพิ่มอัตราภาษีที่จัดเก็บมากขึ้นส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาการต่อต้านจากเหล่าผู้คนในสังคมชาวนาที่ได้มีการต่อต้านขัดขวางด้วยรูปแบบวิธีการหลายอย่าง ตลอดจน มีการพูดคุยในเชิงที่ไม่พอใจดังปรากฏหลักฐานในคำกราบทูลของเจ้าบุรีรัตน์ว่า "ภาษีต้นพลูนั้น ราษฎรปลูกพลูยังไม่ทันเก็บใบได้...

ก๊อนเก๊าเล่าล้านนา: เศรษฐกิจในสังคมล้านนาจากสนธิสัญญาเชียงใหม่ถึงการเดินทางมาของรถไฟและก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

ล้านนาเป็นดินแดนที่ถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรสยาม แต่เดิมมีสถานะเป็นหัวเมืองประเทศราชมาตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์และถูกรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อทำการปฏิรูปด้านการเมืองการปกครองโดยเรียกอาณาบริเวณดินแดนล้านนาว่าเป็น “มณฑลพายัพ” ซึ่งมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งของพระราชอาณาเขตที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือสุดของของราชอาณาจักรสยามโดยมีอาณาเขตติดต่อกับรัฐเพื่อนบ้านของสยามซึ่งมีสถานะเป็นรัฐอาณานิคมในกำกับของมหาอำนาจชาติตะวันตกในขณะนั้นได้แก่ พม่าในฐานะส่วนหนึ่งของอาณานิคมอินเดียที่อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษ มลายูที่เป็นดินแดนอาณานิคมซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษและลาวพืชเป็นดินแดนอาณานิคมซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้ ลักษณะภูมิประเทศของดินแดนล้านนาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สูงประกอบด้วยเทือกเขาและพื้นที่ว่างระหว่างหุบเขาซึ่งมีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย โดยเทือกเขาที่มีขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ตอนกลางของภูมิภาคได้วางแนวสันปันน้ำแบ่งทิศทางการไหลของแม่น้ำในพื้นที่ออกเป็น 3 ระบบด้วยกัน ได้แก่ ระบบที่ 1 แม่น้ำที่ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น แม่น้ำปิง วัง ยมและน่าน ระบบที่ 2  แม่น้ำที่ไหลลงแม่น้ำสาละวิน...

ก๊อนเก๊าเล่าล้านนา : ว่าด้วยเรื่องราวจาก “เจ้าพระยา” สู่ “พิงคนที” จากนิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณีของ “สุนทรภู่” สู่คร่าวซอเรื่องพระอภัยมณีของ “พระยาพรหมโวหาร”

เรื่อง: นวลคำ ขะยอมแดง สุภาพชนคนเมือง วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี นอกจากจะเป็นวันต่อต้านยาเสพติดแล้ววันดังกล่าวนี้ยังตรงกับ “วันสุนทรภู่” อันเป็นวันที่มักจะอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คนหากเมื่อย้อนกลับไปหวนถึงชีวิตช่วงวัยเรียน ตัวผู้เขียนเองหรือใครก็ตามที่เคยเป็นเด็กนักเรียนสายกิจกรรมเจ้าประจำของกลุ่มสาระวิชาภาษาไทยของโรงเรียน ก็มักจะไม่พลาดหลายสิ่งอย่างที่สร้างโอกาสให้แสดงความสามารถพิเศษด้านทักษะการใช้ภาษาไทย อย่างเช่น การแต่งกลอนวันสุนทรภู่ การประกวดเขียนเรียงความ การโต้วาที ฯลฯ พอผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาแล้วมีการย้อนกลับไปตั้งคำถามว่า เหตุใดระบบการศึกษาไทยจึงต้องให้พื้นที่ความรู้เพื่อสร้างการรู้จักมักคุ้น แต่เพียงกวีหรือนักเขียนแค่ไม่กี่คน ไม่กี่ยุคสมัยและไม่กี่รูปแบบ เช่น เรามักรู้จักมักคุ้นและให้การจดจำกวีในยุคต้นรัตนโกสินทร์เพียงแค่...

ก๊อนเก๊าเล่าล้านนา: สามัญชนคนเมืองล้านนาอย่าง “ย่าบุญ” ตะแหลวเมืองล้านนาบนหน้าปัดวิทยุในความทรงจำ

“…..ปุ๋นดีงืดล้ำ อึ่งขบงูต๋าย บ้านเมืองวุ่นวาย ป้อจายนุ่งซิ่น ปู๊เมียผีต๋าย ซ้ำมาเยี๊ยะปลิ้น แป๋งปามาน ใส่ต๊อง ปล๋าแห้งในไฟ    จักไปอยู่ต๊อม ตั้งเหยี่ยนส้อม บนดอย นกแอ่นฟ้า    ต๋ายเปื้อคมหอย งัวแม่มอย ไล่ขบเสือแผ้ว…..” ถ้อยคำที่มีลักษณะเป็นคำประพันธ์ประเภท “คร่าว” หรือบทร้อยกรองของล้านนาที่ผู้เขียนยกขึ้นมาตอนต้นของบทความนี้ หากถูกอ่านด้วยน้ำคำ สำเนียงและเสียงในภาษาของคนเมืองอย่างถูกวรรคถูกตอนแล้ว คงอาจสร้างความคุ้นเคยในน้ำเรียงเสียงปากส่วนผู้ที่มักอ่านคร่าวบทสั้นๆนี้ผ่านผ่านทางหน้าปัดวิทยุ ในหลายช่วงเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงข่าวเช้า ในพื้นที่เมืองเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง เมื่อราวสองถึงสามทศวรรษที่ผ่านมา นี่จึงเป็นบทตั้งต้นก่อนเข้ารายการวิทยาของผู้ประกาศท่านหนึ่งซึ่งมักจะมีเอกลักษณ์ในการนำเสนอเนื้อหาสาระและข่าวสาร...

Breaking

‘ไม่มีใครสูงกว่าใคร’ เสียงสะท้อนคนทำสื่อชาติพันธุ์ ปมทำร้ายชายกะเหรี่ยง เมื่อ ‘ความรักชาติ’ ถูกใช้เป็นข้ออ้างของ ‘ความรุนแรง’

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เมื่อคืนวันที่ 9 มีนาคม 2569 หลัง เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน สมาชิกกลุ่ม ‘ไทยไม่ทน’...

สกน.แถลงทวงคืนสิทธิชาติพันธุ์ เดินหน้าดันกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิต เตือนมาตรการปิดป่า-ล่าแม่มดไฟป่าละเมิดสิทธิชุมชน

9 มีนาคม 2569 สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ออกแถลงการณ์ ‘ทวงคืนสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ ยืนยันสิทธิชุมชน’ เรียกร้องให้รัฐเร่งขับเคลื่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์...

เชียงใหม่จัดกิจกรรมวันสตรีสากล เดินขบวนเปิดพื้นที่ความเท่าเทียมทางเพศ ส่งเสียงเรียกร้องการยอมรับอัตลักษณ์ของทุกคน

8 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ที่ลานสังคีต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เครือข่ายด้านสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศ...

สายไฟ สายเน็ต และสายป่าน ใครเลี้ยงลมหายใจให้ KK Park

เรื่อง: ณัฐชลี สิงสาวแห ริมแม่น้ำเมยที่ขดตัวตามพรมแดนไทย-เมียนมา ทัศนียภาพขุนเขาอันสงบเงียบถูกตัดเฉือนด้วยอาณาจักรคอนกรีตมหึมาที่ผุดขึ้นราวกับสิ่งแปลกปลอมภายใต้นาม 'เคเค พาร์ค' (KK Park) แม้ภายนอกจะถูกฉาบไว้ด้วยวาทกรรมเมืองใหม่แห่งโอกาส...
spot_imgspot_img