รถแห่: วัฒนธรรม(ประชาชน)บันเทิงของคนชั้นกลางใหม่​

Date:

8 กันยายน 2565

30 สิงหาคม 2565 ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “รถแห่: วัฒนธรรม(ประชาชน)บันเทิงของคนชั้นกลางใหม่” โดยมีคุณจารุวรรณ ด้วงคำจันทร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากร​

คุณจารุวรรณ ด้วงคำจันทร์ กล่าวถึง “รถแห่อีสาน” ในฐานนะที่เป็น สหรสพสัญจร ข้ามพรมแดนวัฒนธรรมที่มีความเป็น “อีสานใหม่” ​

“รถแห่ : วัฒนธรรม(ประชาชน)บันเทิงของคนชั้นกลางใหม่”​

คุณจารุวรรณ ด้วงคำจันทร์ กล่าวถึงวัฒนธรรมรถแห่ ที่ถ้ามองด้วยมุมมองของชนชั้นกลางใหม่ ก็จะเห็นได้ว่า “รถแห่” สามารถเติบโต และพัฒนาฐานทุนทรัพย์ของตัวเองได้ โดยมีทั้งทุนทางเศษรฐกิจ และทุนทางสังคม จนกลายเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ๆของสังคมได้ภายในเวลาช่วง 5 ถึง 10 ปี นอกจากนี้ รถแห่ยังเติบโตจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สังคมอีสาน หรือแม้ได้ประวัติศาสตร์สังคมของประเทศในช่วงปัจจุบันจากการแพร่กระจายของตัววัฒนธรรมออกไปในหลายทิศทางและพื้นที่ กลายเป็นบันทึกความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน และวัฒนธรรมดนตรีในช่วงเวลาหนึ่งไป และในแง่มุมของประวัติศาสตร์สังคม ก็ทำให้เห็นบทบาทของผู้คนที่ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมด้วยเช่นกัน ​

“อีสาน กับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์”​

จากประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีในพื้นที่ภาคอีสาน จารุวรรณ กล่าวว่านั่นทำให้เห็นว่าดินแดนอีสานนั้นมีผู้คนเคลื่อนย้าย และรับส่งวัฒนธรรมไปมาอยู่ตลอด ซึ่ง “ความเป็นอีสาน” ที่ถูกจำกัดความโดย จารุวรรณ ว่าเป็นวัฒนธรรมลาวที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสำนึกร่วมในความเป็นลาว แต่อาศัยอยู่ในไทย ก็เป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างจากทั้งของลาวและไทย ถูกสร้าง และส่งต่อมาด้วยเช่นกัน​

“ดนตรีรถแห่ : ท่วงทำนองที่สะท้อนความเป็นอยู่ของผู้คน”​

จารุวรรณ กล่าวต่อถึงวัฒนธรรมทางดนตรีของอีสาน ที่มักจะเชื่อมโยงกับประสบการณ์และการใช้ชีวิตของคนอีสาน ที่ถึงแม้อีสานจะเป็นดินแดนที่มีความหลากหลาย และผู้คนก็ทั้งรับวัฒนธรรมจากภายนอกและส่งออกไป แต่ก็ยังเลือกฟังแนวดนตรีที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของตน อย่างเช่นแคน ที่เป็นเครื่องดนตรีที่มีความเชื่อมโยงกับชีวิตของคนอีสาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านความบันเทิง พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ หรือแม้แต่วัสดุที่ใช้ทำแคนก็สามารถหาได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ จารุวรรณ ยังกล่าวถึงความเชื่อมโยงของแคนและแรงงานพลัดถิ่น ที่ถูกพูดถึงโดย ไพบูลย์ แพงเงิน ในฐานะที่เป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้แรงงานพลัดถิ่นรู้สึกเสมือนได้กลับบ้านเกิดเมื่อได้ยินเสียงของแคน​

“ดนตรีรถแห่ กับการสร้างตัวตนในยุคสมัยใหม่”​

ต่อมาจารุวรรณ กล่าวถึงพัฒนาการของรถแห่ เพื่อการหาอัตลักษณ์ของตัวเองในยุคสมัยใหม่ โดยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านต่างๆที่ช่วยส่งเสริมให้ดนตรีของรถแห่เด่นชัดขึ้นมาได้ในสังคมนอกพื้นที่ ซึ่งจะเห็นได้จากความโด่งดังผ่านคำถามที่ทุกคนก็น่าจะเคยได้ยินและนึกขึ้นเองว่าบทเพลงที่เราได้ฟังอยู่ “ในเวอร์ชั่นรถแห่” มันเป็นยังไง นอกจากนี้ในช่วงปี 2550 ผู้ประกอบการรถแห่ก็เริ่มที่จะใช้ประโยชน์จากดนตรีสมัยใหม่ ผนวกเข้ากับทั้งดนตรีแห่กองยาว และหมอลำซิ่งสำเร็จรูป ที่ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชม และเป็นที่ยอมรับทั้งจากคนใน และนอกอีสาน ​

“คอนเสิร์ตรถแห่” ความบันเทิงจากอีสานส่งตรงสู่เมืองกรุงฯ​

หลังจากที่ได้อธิบายรูปแบบ และขอบเขตการทำงานของรถแห่ในพื้นที่อีสาน จารุวรรณ ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของรถแห่ ที่เข้ามามอบความบันเทิงให้กับคนในเมืองใหญ่นอกพื้นที่อีสานในรูปแบบของ “คอนเสิร์ตรถแห่” โดยจะเปิดเป็นพื้นที่ที่แสดงดนตรีด้วยรถแห่ และเก็บค่าเข้างานจำนวน 120-140 บาท ซึ่ง จารุวรรณ กล่าวว่ามีจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ใช้เวลาที่ไม่ได้รับงานในพื้นที่เข้ามารวมตัวจัดงานแสดงในเมืองใหญ่ เพื่อชดเชยความเสียหายจากวิกฤตการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ รถแห่ยังมีการเติบโตในพื้นที่ออนไลน์ ที่ช่วยประหยัดทรัพยากรของผู้ประกอบการรถแห่ ส่งผลให้สามารถรับงานได้มากกว่า 20 งานภายใน 1 เดือน ซึ่งความโด่งดังจากการรับงานจำนวนมากนี้ยังช่วยส่งผลให้มีกลุ่มทุนสนใจเข้าเป็นสปอนเซอร์ในการจัดคอนเสิร์ตรถแห่ที่ จารุวรรณ ได้กล่าวไปข้างต้นอีกด้วย ซึ่ง จารุวรรณ ได้สรุปในส่วนนี้ไว้ ว่าการมาถึงของยุคดิจิตอล ไม่ได้ผลักวัฒนธรรมหรือคนอีสานให้ออกห่างไปจากส่วนกลางมากเหมือนแต่ก่อน แต่กลายเป็นความเชื่อโยงระหว่างโลกออนไลน์และพื้นที่การแสดงที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เป็นพื้นที่พิเศษที่ผู้ประกอบการรถแห่ใช้รวมกลุ่มกัน และยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้อุปสงค์ และอุปทานมาบรรจบกันได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องผ่าน “นายหน้า” เหมือนอย่างแต่ก่อนอีกด้วย​

จารุวรรณ ได้สรุปในช่วงท้ายของการบรรยายว่า “รถแห่” ได้เผยความเป็นตัวตนของตัวเองผ่านรากวัฒนธรรมเก่าที่ซ้อนทับกับวัฒนธรรมใหม่ๆ โดยการใช้เทคโนโลยีร่วมสมัยผสานเข้ากับดนตรีอีสาน สร้างสุนทรียทางดนตรีที่มีความเฉพาะตัวของตัวเองได้สำเร็จ และยังช่วยให้รถแห่สามารถปรับตัว เพื่อรับมือกับวิกฤตต่างๆ และกลับมายืนหยัดได้อีกครั้งหลังผ่านพ้นวิกฤตเหล่านั้นไป​

ภาพ : Bus & Truck​

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

‘เมื่อแม่น้ำกำลังพูด’ River Resistance ศิลปะแสดงสดนานาชาติเชียงราย 2569 ริมแม่น้ำกก 12–16 มีนาคม

แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง คือสายน้ำข้ามพรมแดนที่หล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดเชียงรายมาอย่างยาวนาน สายน้ำเหล่านี้ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหาร การเดินทาง และเศรษฐกิจ หากยังเป็นรากฐานของความทรงจำและวัฒนธรรมของชุมชนที่ตั้งบ้านแปงเมืองริมลำน้ำ...

สมการอำนาจใหม่ภาคเหนือตอนล่างการเติบโตของบ้าน ‘ไทยเศรษฐ์’  จากเจ้าพ่อสะแกกรัง สู่เกมอำนาจลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เรื่อง: ปองภพ ดั่นสมานฉันท์ชัย การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวเลขในสภา หากยังขยับแผนที่อำนาจของบ้านใหญ่หลายหลังในภาคเหนือตอนล่าง หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาที่สุดคือการขยายตัวของ ‘บ้านไทยเศรษฐ์’ จากจังหวัดอุทัยธานีเข้าสู่นครสวรรค์อย่างเป็นรูปธรรม การที่...

ตรวจรอบสองแม่น้ำสาละวิน พบสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุด ตะกอนดินปนเปื้อนสูง เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อาหาร

1 มีนาคม 2569 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ เผยผลติดตามคุณภาพน้ำแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขาเป็นครั้งที่สอง โดยพบว่าสารหนูในน้ำเกินค่ามาตรฐานทุกจุดตรวจ ขณะที่ตะกอนดินมีการสะสมโลหะหนักในระดับสูง...

อุทธรณ์สู้คดีเขื่อนปากแบง ภาคประชาสังคมจี้ศาลใช้หลักป้องกันไว้ก่อน คุ้มครองสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง

2 มีนาคม 2569 ที่ ศาลปกครองเชียงใหม่ กลุ่มรักษ์เชียงของ และเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง พร้อมทนายความจาก มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน...