เจาะตำนานผีล้านนา

31 ตุลาคม 2565 / เรื่อง : ปรัชญา ไชยแก้ว

“ผี” สิ่งลี้ลับที่หลายคนได้ยินแล้วคงต้องขนลุกขนพอง ผีเป็นสิ่งลี้ลับที่อยู่คู่กับทุกๆสังคมมาอย่างยาวนานปรากฏภาพความหลอกหลอนผ่าน ภาพยนตร์ หนังสือ และเรื่องเล่า ของแต่ละพื้นที่ทั่วโลกคล้ายกับเป็นวัฒนธรรมร่วมที่ทุกความเชื่อจะต้องมี

แต่ชาวล้านนานั้นมีความเชื่อและความผูกพันธ์กับผีแตกต่างออกไปจากผีในพื้นที่อื่น คนล้านนามีความเชื่อเกี่ยวกับผีในรูปแบบของสิ่งเหนือธรรมชาติที่คอยปกปักรักษาบ้านรักษาเมืองจากภัยอันตรายต่างๆ ที่ผสมผสานกับศาสนาพุทธได้อย่างกลมกล่อมลงตัว ซึ่งผีที่ปรากฏตามสื่อต่างๆที่พวกเรารับรู้นั้นมีความน่ากลัว เจ้าคิดเจ้าแค้น คอยหลอกหลอนสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้คน

ถึงจะพูดว่าชาวล้านนานับถือและบูชาผีอย่างที่กล่าวมา แต่ไม่ใช่ว่าผีที่ตามอาฆาตมาดร้ายชาวล้านนานั้นจะไม่มีเลย ยังมีภูติผีในตำนานล้านนาที่คอยหลอกหลอนผู้คนในพื้นที่ภาคเหนือมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ชวนทุกคนมาติดตามเรื่องเล่าตำนานความหลอน ในเทศกาล Halloween กับผีในล้านนาทั้ง 6 ผีไปพร้อมกัน

ผีกะ

ผีกะเป็นผีพื้นบ้านของคนล้านนา มีลักษณะคล้ายผีปอบ ชอบกินของคาวและของสด ชอบเข้าสิงผู้คน มีความดุร้ายและความว่องไว มักออกหากินเป็นฝูงตอนกลางคืน เวลาเข้าสิงผู้คนมักจะกินตับไตไส้พุงของชาวบ้าน สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวล้านนา ต้องคอยตามหมอผีประจำหมู่บ้านมาขับไล่ออกอยู่เป็นประจำ

โดยผีกะเป็นที่บูชาของผู้ที่เล่นอาคมหรือแม้กระทั่งอาชีพที่ต้องใช้หน้าตาในการหากิน ลิเกก็เป็นหนึ่งในอาชีพที่บูชาผีกะ มีลักษณะเหมือนลิงหรือค่างตัวเล็กๆ จะเกาะอยู่บนบ่าของผู้ที่บูชา โดยน้ำลายของผีกะนั้นจะทำให้คนที่ขี้เหร่กลายเป็นคนหล่อสวย โดยอิทธิฤทธิ์ของผีกะจะช่วยให้นักแสดงลิเกหน้าตาดีกว่าปกติตอนขึ้นแสดง แต่ถ้าหากเลี้ยงผีกะไม่ดี ปล่อยให้อดๆอยากๆ ผีกะก็จะเข้าสิงเจ้าของให้กลายเป็นครึ่งคนครึ่งภูติไล่กินตับไตไส้พุงชาวบ้านอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น

ผีกะนั้นมีสัตว์พาหนะประจำตัวอยู่คือ นกเค้าแมว ซึ่งจะออกหากินตอนกลางคืนเมื่อผีกะจะไปปรากฏตัวที่ไหนนกเค้าแมวก็จะไปปรากฏตัวล่วงหน้าก่อนเสมอ แต่บางตำนานก็บอกว่านกเค้าแมวนั้นไม่ถูกกันกับผีกะ เวลาผีกะปรากฏไปที่ไหนนกเค้าแมวก็จะแสดงการต่อต้านโดยการส่งเสียงออกมา

ผีม้าบ้อง

มีความเชื่อว่าเป็นผีกะที่อยู่มาอย่างยาวนานจนชรามาก มีฤทธิ์แกร่งกล้าสามารถแปลงกลายลักษณะเป็นครึ่งคนครึ่งม้าสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะท่อนบนเป็นมนุษย์ท่อนล่างเป็นม้ามีลักษณะคล้ายกับสัตว์แฟนตาซี Centaur ในเทพนิยายกรีก เป็นหนึ่งในผีที่ปรากฏผ่านเรื่องเล่าของคนในพื้นที่ตั้งแต่โบราณ เป็นผีป่าประเภทหนึ่ง

ตำนานเรื่องเล่าของผีม้าบ้องมีหลากหลายมาก แต่ที่สร้างความหวาดกลัวแก่คนในล้านนาอย่างมาก จนทำให้ผู้ปกครองหลายๆท่านไม่ยอมปล่อยให้เด็กหนุ่มวัยแรกรุ่นออกจากบ้านตอนกลางคืนเลยทีเดียว คือ ตำนานของลูกชายครอบครัวคนเลี้ยงม้าให้กับพระราชา เมื่อพ่อแม่เสียชีวิตลง ลูกชายจึงได้สืบทอดการดูแลม้าให้กับพระราชาต่อ แต่ใช้ชีวิตแบบขี้เหนียวอย่างมาก ไม่ทำบุญทำทาน ไม่แต่งงาน ขี้เหนียวจนนำหัวควายที่เหลือมาแทะกินจนเหลือแต่กระดูก ใช้ชีวิตแบบนั้นจนเสียชีวิต เมื่อเสียชีวิตด้วยความขี้เหนียวไม่ทำบุญทำทานไม่แต่งงาน ​ จึงเกิดความรู้สึกอิจฉาเด็กหนุ่มแรกรุ่น (บ่าวแถ่ว) ตอนกลางคืนมักแปลงกายเป็นผีม้าบ้อง ส่งเสียงร้องเหมือนม้าวิ่งออกไปตามถนน ออกไปทำร้ายเด็กหนุ่มแรกรุ่นที่ออกไปหาสาวๆ เวลากลางคืน โดยการเตะผ่าหมากเข้ากลางอัณฑะ บางครั้งหนักจนถึงแก่ชีวิต

อาหารมื้อโปรดของผีม้าบ้องคือของสดของคาว ไม่ว่าจะเป็น โครงกระดูกวัว ไข่ดิบ เลือดสด และซากสัตว์ โดยของโปรดที่ผีม้าบ้องชื่นชอบมากที่สุดคือหัวควายแห้ง หากเป็นจำพวกกระดูกนั้นผีม้าบ้องจะเลียกินกระดูกจนกระทั่งเรียบมันวาว ผีม้าบ้องมักปรากฏตัวในบ้านที่มีการคลอดลูก ถ้ามอดรอดผ่านรูใต้ถุนบ้านก็จะเห็นผีม้าบ้องมาเลียคาวเลือดที่เกิดจากการคลอดลูก

ผีปกกะโหล้ง

เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในป่า ตำนานเล่าว่าเกิดจากการที่เด็กถูกทิ้งให้อยู่ในป่าจากการทอดทิ้งของพ่อแม่ โดยเด็กที่ถูกทิ้งจะใช้ชีวิตไปตามยถากรรม เมื่ออยู่ไปนานวันเข้าก็จะปรับตัวให้กับสภาพแวดล้อม กลายร่างมีขนสีดำ เดินขากะเผลก โดยชื่อของผีปกกะโหล้งนั้นมาจากเสียงร้องและเดิน ซึ่งเวลาผีปกกะโหล้งเดิน จะได้เสียงว่า “ปกกะโหล้งๆ”

บางตำนานก็บอกว่าผีปกกะโหล้งนั้นเป็นชายแก่ผมยาวหนวกรกรุงรัง เดินขากะเผลก ชอบปรากฏตัวตอนกลางคืน ถ้าเป็นคนดีชอบทำบุญสุนทานผีปกกะโหล้งก็จะให้ทรัพย์เป็นการตอบแทน แต่ในขณะเดียวกันหากเป็นคนชั่วก็จะโดนหลอกและทำร้ายหมายปองถึงชีวิต

การหากินของผีปกกะโหล้งคือการดูดเลือดจากหัวแม่เท้า ถ้าหากใครเดินทางในป่าหรือหาของป่าและกลับบ้านไม่ทันก่อนช่วงเวลากลางคืนแล้วเผลอหลับ ผีปกกะโหล้งก็จะเข้ามาดูดกินเลือดที่หัวแม่เท้า เมื่อถูกผีปกกะโหล้งดูดกินเลือดที่หัวแม่เท้านั้นจะมีลักษณะสูบผอม ต้องให้หมอผีมารักษาหากรักษาไม่ทันท่วงทีก็อาจจะเสียชีวิตได้ 

ผีพลาย

ผีพรายใช้ชีวิตส่วนมากอยู่ในน้ำมากกว่าบนบก มักแสดงตนเป็นลักษณะเป็นผู้หญิงผมยาวสลวยพริ้วไปกับน้ำ ใส่เสื้อสีขาว บ้างก็แสดงตนเป็นแสงไฟสีแดง ปรากฏตัว ตอนโมงเช้า เที่ยงวัน หกโมงเย็น และเที่ยงคืน บ้างก็เชื่อว่าผีพราย เกิดจากการหมักหมมของซากพืชซากสัตว์และสิ่งมีชีวิตที่ขนาดเล็กที่เสียชีวิตแล้วจิตวิญญาณต่ำสุดจำนวนที่รวมร่างกันจนกลายเป็นวิญญาณ

ถิ่นที่อยู่ของผีพราย มักอาศัยอยู่ในคลองหรือหนองน้ำที่มีคนเสียชีวิตจำนวนมากๆ มักทำร้ายคนที่อยู่ในหรือบริเวณคลอง เหยื่อที่เสียชีวิตแล้วมักจะนำไปเป็นร่างของตนวนกลับไปกลับมา

ผีโพง

ผีโพงเป็นผีลักษณะคล้ายกับผีกระสือ แต่ผีโพงเป็นคำเรียกผีกระสือที่เป็นผู้ชาย มีลักษณะเป็นไฟสีแดงสลัวๆ ลอยอยู่บนอากาศ มักออกหากินตอนกลางคืน มักปรากฏตัวบ่อยในหน้าฝน ตามทุ่งนาและหนองน้ำ เพราะอาหารโปรดของผีโพงคือกบ เขียด ปลาสด รกเด็ก และเลือด ใช้เวลาตามล่าออกหากินประมาณ 3-4 ชั่วโมง

ลักษณะของผีโพงเมื่อกลับร่างที่เป็นคนปกติ สีผิวจะซีดเหลืองกว่าปกติ ปลายจมูกมีสีแดงเข้มกว่าคนทั่วไป ถ้าหากเป็นผู้หญิงปลายผมจะมีความหยิกงอและแห้งกร้าน ถ้าหากมองจมูกใกล้ๆจะเห็นเส้นแดวชัดเจน เนื่องจากเวลากลางคืนผีโพงใช้จมูกในการส่องแสง

ต้นกำเนิดของผีโพงนั้นตำนานเล่าว่าเกิดจากวิญญาณของคนที่เล่นคุณไสยมนต์ดำแล้วเกิดควบคุมวิชาของตนไม่ได้ ทำให้ของและมนต์ดำคุณไสยโดนใส่ตัวเกิดเป็นผีโพง บางตำนานก็บอกว่าผีโพงเกิดจากคนชั่วที่กลับชาติมาเกิดโดยต้องกินของสกปรกเป็นการชดใช้กรรม เช่น กบ เขียด เลือดสด รกเด็ก

ผีลิง

ข้อมูลของผีลิงนั้นมีค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังปรากฏผ่านเรื่องเล่าของผู้คนในท้องถิ่นอยู่บ้าง รูปร่างลักษณะคล้ายกับลิง มีขนสีน้ำตาลขึ้นตามลำตัว หางมีความยาวมากกว่ามากกว่าลำตัว มีนิ้วมือนิ้วเท้าเท่ากับคน แต่ลักษณะนิ้วจะยาวกว่าคล้ายกับลิง

โดยผีลิงก็ปรากฏผ่านหนังรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์อย่าง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ของผู้กำกับชื่อดัง อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่เล่าถึงเรื่องราวของผู้คนที่สูญหายแต่แล้ววันหนึ่งก็กลับมาหาลุงบุญมี ซึ่งลูกชายของลุงบุญมีก็กลับมาหาลุงบุญมีแต่มาในสภาพของผีลิง โดยหนังพยายามเปรียบเปรยว่าผีลิงคือคนที่มีความเชื่อเป็นคอมมิวนิสต์ สถานการณ์ทางการเมืองในยุคนั้นทำให้นักศึกษาที่เข้าป่านั้นกลายร่างเป็นผีลิง เป็นการสะท้อนสังคมว่าคนที่มีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างจากผู้มีอำนาจ จะถูกลดทอนกลายเป็นแค่สิ่งไม่มีชีวิตหรือผี

กองบรรณาธิการ Lanner เกิดและโตที่เชียงใหม่ มีความฝันบ้า ๆ ว่าอยากเป็นชาวประมง สอดส่องชีวิตผู้คนด้วยเลนส์ 576 ล้านพิกเซล และกลั่นกรองออกมาเป็นงานเขียน พบเจอได้ตามกิจกรรมทางการเมือง ที่ ลานท่าแพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง