เริ่ม 1 ตุลา เผด็จการทหารเมียนมาหักภาษีรายได้ 10% จากชาวเมียนมานอกประเทศ ภาคประชาชนสวนเอาเปรียบแรงงานหลายล้านคน

Date:

หนังสือพิมพ์ของเผด็จการทหารเมียนมาประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 กันยายน ให้แรงงานเมียนมาในต่างประเทศต้องจ่ายภาษีรายได้จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในต่างประเทศเริ่มบังคับใช้ในเดือนตุลาคม นโยบายนี้เกิดขึ้นจากการแก้ไขกฎหมายการเก็บภาษีของสหภาพซึ่งมักประกาศแก้ไขปีละครั้งในโดยคณะทหารในวันที่ 12 กันยายนและมีผลบังคับใช้จากวันที่ 1 ตุลาคมถึง 31 มีนาคมของปีถัดไป 

กฎหมายที่แก้ไขใหม่ระบุว่าผู้มีรายได้ในต่างประเทศต้องเสียภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากการแลกเปลี่ยนค่าเงินที่ได้ในต่างประเทศโดยไม่หักลบการเว้นภาษี ยกเว้นรายได้ของชาวเมียนมาที่อาศัยในต่างประเทศ

เผด็จการทหารแก้ไขอนุมาตรา 4 ของอนุมาตรา 31 ของกฎหมายการเก็บภาษีของสหภาพ ในตัวบทของกฎหมายที่แก้ไขใหม่ปี 2023 การยกเลิกมาตรานี้แสดงให้เห็นว่าภาษีรายได้รายหัวที่เป็นค่าเงินต่างประเทศที่ชาวพม่าผู้อาศัยในประเทศนั้นได้รับการยกเว้น

นอกจากนี้ภายหลังการลดหย่อนภาษีรัฐเก็บภาษี 2 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ โดยภาษีเงินได้ภายในประเทศจะถูกเก็บอนุตามมาตรา 19 ซี ของกฎหมายการเก็บภาษีของสหภาพโดยไม่นับรวมการลดหย่อน

อูอ่องจอ ที่ปรึกษาเครือข่ายสิทธิแรงงานข้ามชาติ (Migrant Workers’ Rights Network:MWRN) กล่าวว่าคณะทหารกำลังพยายามขูดรีดแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาด้วยการเก็บภาษีเนื่องจากอุปสรรคที่เพิ่มขึ้นและวิกฤตการที่เกิดจากการบริหารผิดพลาด

“ฉันจะส่งเงินกลับบ้านทางอื่นและฉันจะไม่จ่ายภาษีรายได้” ทันลวิน แรงงานข้ามชาติหญิงกล่าว

ต้นเดือนกันยายนรัฐมนตรีแรงงานของเผด็จการทหารออกคำสั่งให้แรงงานภายนอกประเทศต้องโอนค่าแรง 25 เปอร์เซ็นต์ของพวกเขาให้ครอบครัวผ่านระบบธนาคารที่เป็นทางการ แรงงานภายนอกประเทศต้องโอนค่าแรง 25 เปอร์เซนต์ หนึ่งครั้งต่อเดือนหรือสามเดือนตามที่ตกลงกันระหว่างแรงงานและบริษัทนายหน้า 

กลุ่มทำงานช่วยเหลือและแรงงานข้ามชาติชี้ให้เห็นว่าคำสั่งของคณะทหารที่บังคับเก็บภาษีและส่งค่าแรงนั้นเอาเปรียบแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาหลายล้านคน ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐเผด็จการทหารในรัฐมอญได้ตรวจตราการแลกเปลี่ยนเงินตราและจับกุมผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 5 คน ใน 3 เมือง


ข้อมูล

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ชั่วชีวิตที่ยังต้องรอคอย เมื่อ ‘สัญชาติไทย’ คือบัตรผ่านประตูสู่ความเป็นมนุษย์ที่บ้านแม่หาด

ในประเทศไทย การเข้าถึงบริการสาธารณสุขของรัฐมักถูกนิยามว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พลเมืองพึงได้รับอย่างเท่าเทียม ทว่าในโลกของความเป็นจริง สิทธินี้กลับมี ‘กำแพงทางทะเบียน’ เป็นตัวกั้นสำหรับผู้ที่ตัวตนไม่ถูกยอมรับในระบบของรัฐ  การเจ็บป่วยจึงไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตด้านสุขภาพ แต่คือภาระทางเศรษฐกิจและบททดสอบการจัดการชีวิตที่หนักหน่วงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า “เวลาไปโรงพยาบาล หนูต้องใช้เงินเยอะกว่าปกติ...

ภาคเหนือเริ่มตั้งศูนย์ประชามติ กระจาย 17 จังหวัด รวม 80 แห่ง เชียงใหม่มากสุด 26 แห่ง แต่หลายเขตยังขาดศูนย์รณรงค์ เปิดรับอาสาร่วมตั้งศูนย์เพิ่ม

เครือข่ายภาคประชาชนในภาคเหนือเริ่มตั้งศูนย์รณรงค์ประชามติ กระจายตามร้านหนังสือ คาเฟ่ ร้านยา ตลาด โรงเรียน บ้านในชุมชน และสำนักงานเครือข่าย เพื่อเป็นจุดให้ข้อมูล...

[ชุดข้อมูล] เปิดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งภาคเหนือกว่า 9.4 ล้าน พบยอด Gen Y มาแรงกว่า 2.6 ล้าน

ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดให้...

รัฐใหม่ในเงาความขัดแย้ง กอทูเลประกาศเอกราช เป็นฉันทามติ หรือการแอบอ้างสิทธิดินแดนบรรพชน?

เรื่อง: กุลธิดา กระจ่างกุล รัฐบาลกอทูเล (Government of Kawthoolei: G.O.K.) ออกแถลงการณ์ประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากรัฐเมียนมาอย่างเป็นทางการ พร้อมสถาปนา...