ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าลงพื้นที่บรรยาย “ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น”​

Date:

31/05/2022

28 พฤษภาคม 2565 รศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ลงพื้นที่บรรยายในโครงการ “ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น” ณ ห้องประชุมเอื้องหลวง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง​

ปิยบุตร แสงกนกกุล เริ่มต้นการบรรยายว่า “หากจะเกิดการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ต้องดำเนินการรื้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องใหม่ทั้งหมด ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเป็นตัวเสริมให้ท้องถิ่นบริหารจัดการตนเอง ที่ผ่านมาท้องถิ่นขาดศักยภาพ จึงต้องร้องขอทรัพยากรจากส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง ร่างรัฐธรรมนูญของคณะก้าวหน้า หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น ถือเป็นยาแรงในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น”​

“ท้องถิ่นกลายเป็นท่อผ่านงบประมาณให้ส่วนกลาง งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่หมดไปกับการจ่ายเงินเดือนและงานฝากที่รัฐบาลสั่งการมา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องหางบประมาณ เป็นนักเขียนโครงการของบประมาณ แทนที่จะเป็นนักพัฒนา ปัญหาของท้องถิ่นนอกจากไม่มีอำนาจ คือ ไม่มีเงิน” สอดคล้องกับมาตรา มาตรา 253 ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. ที่คณะก้าวหน้า นำเสนอว่า “เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการเงินการคลัง และมีงบประมาณที่เพียงพอในการจัดทําบริการสาธารณะตามหน้าที่และอํานาจ ให้มีกฎหมายกําหนดรายรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญดังต่อไปนี้ (1) การกําหนดอํานาจในการจัดเก็บภาษีและรายได้อื่น (2) การให้อํานาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกู้เงินและการออกพันธบัตร (3) การกําหนดให้รัฐบาลมีหน้าที่ในการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น โดยพิจารณาจากจํานวนประชากร รายได้ ความสามารถในการจัดทําบริการสาธารณะของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง และความเท่าเทียมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการดําเนินการตามวัตถุประสงค์เฉพาะกิจของเงินอุดหนุนหรือตามข้อตกลงที่ได้ทํากับรัฐบาล”​

ปิยบุตรย้ำถึงความสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ฯ ว่า “หากร่างรัฐธรรมนูญผ่าน จะเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองทั้งหมด รัฐบาลกลางดำเนินการเฉพาะเรื่องที่เป็นผลโดยตรงกับทั้งรัฐ” ซึ่งตามมาตรา 251 ในร่างรัฐธรรมนูญ ฯ ของคณะก้าวหน้า มีการบัญญัติไว้ว่า “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอํานาจโดยทั่วไปในการจัดทําบริการสาธารณะในระดับท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น โดยไม่รวมเรื่องดังต่อไปนี้ (1) ภารกิจทางทหารและการป้องกันประเทศ (2) ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (3) การดําเนินงานเกี่ยวกับกิจการระหว่างประเทศ (4) การดําเนินงานของธนาคารกลางและระบบเงินตรา (5) บริการสาธารณะอื่นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวมทั้งประเทศ ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด”​

ปิยบุตรกล่าวทิ้งท้ายว่า “ที่ผ่านมา เราเกิดการกระจายอำนาจที่เน้นการเลือกตั้ง ส่งผลให้เป็นเพียงการเปิดสนามท้องถิ่นให้นักการเมือง ทั้งยังไม่มีความยึดโยงกับการมีส่วนร่วมของภาคพลเมือง เป็นมิติการกระจายอำนาจราชการให้ท้องถิ่น ไม่ใช่การไหลอำนาจไปสู่พลเมืองโดยตรง อันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การกระจายอำนาจมีชีวิตชีวา”​

ทั้งนี้ มาตรา 4 ในร่างรัฐธรรมนูญ ฯ ของคณะก้าวหน้า มีการบัญญัติไว้ว่า “ภายในสองปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะรัฐมนตรีจัดทํา แผนการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค ภายในห้าปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค”​

หากสนใจสามารถศึกษาและลงชื่อสนับสนุนได้ที่ https://progressivemovement.in.th/campaign-decentralization/ ปัจจุบันมีผู้ลงชื่อสนับสนุนแล้วกว่า 25,013 รายชื่อ ภายหลังจากการที่มีการนำเสนอแคมเปญดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565​

#Lanner

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

Come Play with Us ชวนไปดูผลงานของ 15 ศิลปิน ในกรอบเล็กๆ ที่เล่าเรื่องไม่เล็ก ที่หางปุย อาร์ตสเปซ เชียงราย

เชียงรายยังคงขยับตัวอย่างต่อเนื่องในฐานะเมืองศิลปะร่วมสมัย และในจังหวะเดียวกันนั้น พื้นที่ขนาดเล็กอย่าง Hangpui Art Space (หางปุย อาร์ตสเปซ) ก็กำลังเปิดพื้นที่ให้กับความเคลื่อนไหวของศิลปินรุ่นใหม่ผ่านนิทรรศการ...

‘อ่อเส๊อะเกอะเม’ กลับมาอีกครั้ง ชวนล้อมวงกินข้าวในงาน ‘Get Rotate มาGet ครั้งที่ 2’

คำเชิญเรียบง่ายอย่าง “อ่อเส๊อะเกอะเม” ซึ่งเป็นภาษาปกาเกอะญอที่แปลว่า “มากินข้าวกัน” ถูกหยิบมาใช้เป็นแนวคิดหลักของการจัดงาน ‘Get Rotate มาGet ครั้งที่...

‘คนอยู่กับป่า’ 700 ชีวิตรวมตัวทวงสิทธิที่เชียงดาว จี้แก้กฎหมายป่าอนุรักษ์ ย้ำยกเลิกแนวคิด ‘ป่าปลอดคน’

24 มีนาคม 2569 ประชาชนกว่า 700 คน ในนามสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ...

เชิญพิจารณา: กรมประมงกับการตรวจโลหะหนักในปลา เมื่อความเสี่ยงไม่ได้หยุดอยู่ที่ ‘ค่ามาตรฐาน’

เขียน: สืบสกุล กิจนุกร ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา ภายหลังเกิดสถานการณ์การปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำกก (เชียงใหม่–เชียงราย) แม่น้ำสาละวิน (แม่ฮ่องสอน)...