5 ปีที่คิดถึง – อานนท์ ตันติวิวัฒน์ นักข่าวทางเลือกผู้จุดไฟเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเราทุกคน

Date:

29 สิงหาคม 2566

ข้อความจากเพจ ประชาธรรมเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ได้รายงานว่า ต๊ะ อานนท์ ตันติวิวัฒน์ Taa Tantiwiwat ผู้สื่อข่าวประชาธรรม ได้จากไปอย่างสงบเมื่อเช้าวันที่ 29 สิงหาคม 2561 เวลา 8:23 น. ณ อาคารศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ประวัติของอานนท์ ตันติวิวัฒน์

นายอานนท์ ตันติวิวัฒน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “ต๊ะ” เป็นบุตรชายคนโตของนายวีระศักดิ์ ตันติวิวัฒน์ กับนางสาวจำนงค์ สนิทพันธ์ และมีน้องชาย 1 คน ชื่อ นายชัยวัฒน์ ตันติวิวัฒน์ หรือ “ตั้น” (เกิด 16 มิถุนายน พ.ศ. 2530)

อานนท์หรือ “ต๊ะ” เกิดเมื่อวันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 ที่โรงพยาบาลแม่และเด็ก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เขาจบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนสิริมังคลานุสรณ์เชียงใหม่ จากนั้นได้เข้าศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนนวมินทราชูทิศ พายัพ ในปี พ.ศ. 2540 จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปี พ.ศ. 2545 และมุ่งหวังที่จะเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่พลาดหวังจนตัดสินใจไปเรียนด้านนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

เขาผจญภัยในเมืองหลวงของไทยจนถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 จึงกลับมาอยู่บ้านกับแม่และน้องที่เชียงใหม่ เพื่อเตรียมตัวสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกครั้ง และในปี พ.ศ. 2547 เขาเข้าศึกษาภายใต้รั้วของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้สำเร็จ ในภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมกับเพื่อร่วมรุ่นจำนวน 25 คน

นอกจากวิชาเอกแล้ว วิชาโทเขาได้เลือกศึกษาด้านสังคมวิทยาจากคณะสังคมศาสตร์ และมักจะเลือกเรียนวิชาเลือกอิสระ (หรือที่เรียกกันติดปากว่า ตัวฟรี) ในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาและศาสนา เช่น วิชาพระพุทธศาสนา วิชาปรัชญาสังคม วิชาอภิปรัชญา (Metaphysic) เป็นต้น นอกเหนือจากด้านวิชาการแล้ว ชีวิตในช่วงมหาวิทยาลัยของอานนท์ได้ร่วมกิจกรรมของทางภาควิชา คณะและมหาวิทยาลัยอย่างมากมาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้หล่อหลอมความคิดทั้งทางด้านวิชาการและเครื่องมือทางความคิดของอานนท์ ซึ่งเป็นพื้นฐานการทำงานที่สำคัญของเขาต่อสังคมในภายหลัง

เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี พ.ศ. 2551 แล้ว อานนท์ได้เข้าทำงานร่วมกับกลุ่ม “เพื่อนร่วมงาน” หรือ “POP” องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ที่ทำงานด้านชุมชนเมืองกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในเมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องคลองแม่ข่าเน่าเสียซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของเมืองเชียงใหม่ที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้มาจนถึงปัจจุบัน

อานนท์เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวไม่อาจจะแก้ได้ด้วยพลังของชุมชนเพียงอย่างเดียว เนื่องจากปัญหามันเกิดขึ้นในระดับของโครงสร้างสังคมโดยรวมของเมืองเชียงใหม่ที่ใหญ่เกินกว่าพลังของของชุมชนเมืองเชียงใหม่จะเข้าไปจัดการได้ กอปรกับช่วงเวลาดังกล่าวโครงการด้านชุมชนเมืองกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในเมืองเชียงใหม่ใกล้สิ้นสุดโครงการ อานนท์จึงได้ไปทำงานใน “สำนักข่าวประชาธรรม (มูลนิธิสื่อประชาธรรม)” ในปลายปี พ.ศ. 2552 จากการชักชวนจากคนในสำนักข่าวฯ

สำนักข่าวประชาธรรมเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสื่อข่าวสารภาคประชาชน สนับสนุนแก่สื่อส่วนกลางและผู้สนใจ ด้วยการวิเคราะห์เจาะลึกถึงข้อเท็จจริงของสิ่งที่นำเสนออย่างรอบด้าน และนำเสนอออกสู่สาธารณะให้รับรู้และเข้าใจต่อประเด็นหรือปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น โดยอานนท์ได้ทำงานในมูลนิธิสื่อประชาธรรมมาจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2561)

ตลอดระยะเวลาในการทำงานดังกล่าว เขานำเสนอปัญหาเรื่องเมืองและการจัดการเมืองมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ด้วยความมุ่งหวังที่จะก่อให้เกิดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเมืองให้ได้มากที่สุด เพื่อหวังว่าองค์ความรู้ที่ได้นั้นจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการเมืองอื่น ๆ ต่อไป เพราะเขาเห็นว่าอนาคตของสังคมไทยจะต้องเข้าสู่ความเป็นสังคมเมืองมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่หรือเมืองเล็กก็ตาม การที่มีองค์ความรู้ในการจัดการเมืองที่กำลังเติบโตขึ้น จะช่วยให้เมืองเหล่านั้นเติบโตไปในทิศทางที่เอื้ออำนวยและเป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชนหรือท้องถิ่นนั้น ๆ มากกว่าที่จะเติบโตไปอย่างสะเปะสะปะและขาดความรู้ความเข้าใจในบริบทของแต่ละท้องถิ่น

นอกจากประเด็นเรื่องเมืองแล้ว อานนท์ยังติดตามประเด็นของคนจนเมือง รวมถึงประเด็นแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง งานเขียนของเขาเรื่อง “เมือง ผู้สูงวัยความเหงา ฆ่าตัวตายและคนไร้บ้าน” ได้รับรางวัลจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 2018 ซึ่งมีการมอบรางวัลในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2561 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังเที่ยงคืนของวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561 (หรือเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม) อานนท์ได้หมดสติล้มลงในบ้านของตนเอง แม้ว่าจะได้รับการปั๊มหัวใจให้กลับมาทำงานอีกครั้ง แต่เขายังคงนอนไม่ได้สติและร่างกายไม่มีการตอบสนอง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา และได้ออกเดินทางไกลไปยังภพโลกใหม่ในวันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ผลงานบางส่วนชวนอ่านของอานนท์ ตันติวิวัฒน์

เปิดรายงานเชิงลึก: เมื่อความเหงาเป็นเหมือนเงาของสังคม

เจาะ ‘พิงคนคร’ (1) : แนวคิด ‘องค์การมหาชน’ ปั้นเชียงใหม่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ?

คนไร้บ้านเชียงใหม่ เดอะซีรีส์: เปิดตัวน้ำยาอีเอ็ม -ผักอินทรีย์ ฝีมือคนไร้บ้านเชียงใหม่

เปิดกรณีศึกษา “จีน” ประกาศสงครามหมอกควัน ทุ่ม “7 ล้านล้านบาท” แก้ไขปัญหา

“TV ม้ง” ความหวังสื่อชนเผ่ายุคใหม่? : โอกาส ธุรกิจ เครือข่าย อัตลักษณ์ข้ามพรมแดน


อ้างอิงข้อมูลจาก มูลนิธิสื่อประชาธรรม

Lanner Editor
Lanner Editor
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

เลือกตั้ง 69 เลือกคนของใจ๋: ถามว่าที่ สส.เชียงใหม่ จะพาเศรษฐกิจเมืองไปทางไหน เมื่อนักท่องเที่ยวกลับมา แต่กิจการยังปิดตัวพุ่ง 

เชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวหลักของภาคเหนือ กำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากความเปราะบางเชิงโครงสร้างอย่างรอบด้าน หลังรายได้ของจังหวัดพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและบริการมากกว่า 70% ของรายได้รวม  ก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวมากกว่า...

คน ควาย ปลา นก พืชพันธุ์ ต้องรอด สมาคมแม่น้ำฯ ชี้เชียงรายปรับแผน ‘เวียงหนองหล่ม’ ‘เวียงหนองหล่ม’ ต้องยึดหลักรักษานิเวศมากกว่าแค่ขุดสระน้ำ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ประเสริฐ...

‘เสริมแรงเรียน’ ห้องเรียนแห่งความหวังกลางเมืองเชียงใหม่ กับคำถามต่อระบบว่า สถานะบุคคลควรกำหนดอนาคตเด็กหรือไม่

ทุกเช้าวันเสาร์ ภายในบ้านของชุมชนแรงงานข้ามชาติย่านช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ บ้านเช่าหลังเล็กถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ชั่วคราว ห้องเรียนแห่งนี้ไม่มีโต๊ะเรียน ไม่มีกระดานดำ มีเพียงพื้นที่จำกัดที่สะท้อนปัญหาการเข้าถึงการศึกษาของลูกหลานเเรงงานข้ามชาติ ซึ่งต้องเรียนรู้ท่ามกลางข้อจำกัดด้านทรัพยากร เวลา...

เลือกตั้ง 69 เลือกคนของใจ๋: ถามว่าที่ สส. น่าน ทำยังไงดีกับปัญหาสาธารณสุขที่เข้าถึงยาก

‘น่าน’ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างบริการสาธารณสุขสูงที่สุดในภาคเหนือ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะน่านมีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ภูเขาสูงและป่าไม้มากถึง 87.2% ของพื้นที่ทั้งหมด ขณะที่โครงสร้างระบบบริการสุขภาพของรัฐ มีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพียง 16...