เวทีสัญจร “พรรคการเมืองฟังเสียงคนจน”ครั้งที่ 6​

Date:

19/06/2022

วันที่ 17 มิถุนายน 2565 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ​ สมัชชาคนจนและภาคีเครือข่ายได้จัดเวทีสัญจร “พรรคการเมืองฟังเสียงคนจน”โดยเวทีสัญจรในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ประเด็นหลักในเวทีคือเรื่องของสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง,แนวคิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น,LGBTQ และรัฐสวัสดิการ​

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นัทมน คงเจริญ คณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวเปิดและกล่าวต้อนรับว่าพรรคการเมืองคือตัวแทนประชาชน ต้องฟังเสียงของประชาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เห็นว่าการพูดคุยเพื่อรื้อปรับระบบให้เอื้อกับประชาชน เพื่อเข้าให้ถึงกลไกของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ควรทำ ถึงแม้จะมีการเลือกตั้ง แต่การเมืองคือการรับฟังตลอดเส้นทางตามวิถีทางประชาธิปไตย​

มีการเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนประชาชนได้พูดถึงข้อเสนอต่อพรรคการเมืองโดยมีประเด็นสำคัญดังนี้​

1.สิทธิชุมชนและการจัดการทรัพยากร โดย พรชิตา ฟ้าประทานไพร เสนอในประเด็นสิทธิที่อยู่อาศัย สิทธิสถานะบุคคล การมีส่วนร่วมในโครงการของรัฐ สิทธิการเสรีภาพการรวมกลุ่ม สิทธิการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร และข้อเสนอสิทธิในที่ดินของประชาชน​

2.สิทธิทางการเมือง พินิจ ทองคำ ตัวแทนกลุ่มสิทธิทางการเมือง เสนอเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนและการตรวจสอบอำนาจของรัฐ ยุติการใช้อำนาจของรัฐที่มิชอบ ที่ไม่เป็นไปตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นสาธารณะได้อย่างมีอิสระรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ ทุกหมวด ทุกมาตรา ให้ความสำคัญของการดำรงอยู่ของรัฐธรรมนูญและต้องบัญญัติเรื่องของการต่อต้านการรัฐประหาร​

3.การกระจายอำนาจ กาญจนา นัดอู่ทรัพย์ ย้ำว่าต้องมีเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด อปท.มีอิสระในการกำหนดนโยบาย มีการกระจายอำนาจในการจัดการที่ดินและทรัพยากร แบ่งภาษีอย่างเป็นธรรม​

4.ความหลากหลายทางเพศ ชนาธิป เพ็งตะคุ นำเสนอว่าทุกพรรคการเมืองต้องกำหนดนโยบายและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สิทธิความหลากหลายทางเพศ การสมรสเท่าเทียม​

5.แรงงานและสวัสดิการ สุชาติ ตะกูลหูทิพย์ จากเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ เสนอในเรื่องของสิทธิแรงงานที่ควรได้รับการปฏิบัติเท่ากัน โดยไม่มีการแบ่งแยก เพราะแรงงานคือกลไกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจและสังคมเคลื่อนไปได้​

6.สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง โดย วิไลลักษณ์ เยอเบาะ สนับสนุนกฎหมายชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อให้เป็นกลไกในการแก้ปัญหาและจัดการตนเอง ที่นำไปสู่การสร้างความยุติธรรมและการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม​

มีตัวแทนจากพรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยสร้างชาติ, พรรคประชาชาติ, พรรคประชาธิปัตย์, และพรรคสามัญชน เข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแนวทางการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอในประเด็นต่างๆ โดยทุกพรรคการเมืองเห็นว่าทั้ง 6 ประเด็นที่เสนอ เป็นปัญหาสำคัญและต้องนำไปแก้ไขในระบบรัฐสภาต่อไป​

มีการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนที่ร่วมเวทีได้พูดถึงปัญหา ข้อเสนอในประเด็นต่างๆ และการตั้งคำถามต่อพรรคการเมือง โดยมีสาระสำคัญคือ สภาพลเมือง,รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า,การแก้ปัญหาเรื่องผลผลิตทางการเกษตร การเปิดโอกาสเรื่องสุราชุมชน,กฎหมายการรวมกลุ่มที่เป็นอุปสรรคในการรวมกลุ่มเรียกร้องของชาวบ้าน,การลดความเหลื่อมล้ำ,ยุติการสร้างเขื่อนและการพัฒนาในโครงการของรัฐที่เอื้อผลประโยชน์ในกับนายทุน,ย้ายอำนาจให้ผู้ว่าสามารถเถิกถอนสิทธิที่ดินเหมือนแต่ก่อน,การกำหนดสัดส่วนผู้หญิงในพรรคการเมืองและรัฐมนตรี ไม่ควรถูกจำกัดสิทธิในทุกๆ เรื่อง ,สิทธิชาติพันธุ์ การได้รับสัญชาติและสวัสดิการ สิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัย ,รัฐธรรมนูญประชาชน,สิทธิในการเรียนฟรี บำนาญถ้วนหน้า,สิทธิชุมชน,พนักงานบริการทางเพศ​

รองศาสตราจารย์ สมชาย ปรีชาศิลปะกุล หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สรุปแนวนโยบายรัฐธรรมนูญประชาชน โดยแบ่งออกเป็น 3 ใจความสำคัญได้แก่ 1.รัฐธรรมนูญที่อยู่บนฐานของสิทธิของผู้คนที่ถูกละเลย คนที่ถูกละเลยไม่ใช่คนกลุ่มเล็กๆ แต่มีจำนวนมหาศาล นี่คือคนที่รัฐไม่เห็นหัว ทุกคนคือคนที่ทำให้สังคมเดินไปได้ 2.ทุกคนกำลังเรียกร้องอำนาจที่ถูดเอาไปโดยรัฐ รัฐทำให้มันออกไปจากมือประชาชน เราต้องมีสิทธิเสรีภาพทางการเมือง 3.ข้อเสนอของพวกเรามีความสำคัญคือความเสมอภาคอย่างเท่าเทียม​

“รัฐธรรมนูญที่เราเรียกร้องคือรัฐที่มีบทบาทปรับความสัมพันธ์ของรัฐกับประชาชน ประชาชนต้องได้รับความสำคัญจากรัฐ นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายในโครงสร้างรัฐแบบนี้ เราต้องคิดถึง สว. องค์กรอิสระ ที่เป็นภาระของประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนไปไม่ได้กับรัฐธรรมนูญปี 60 มันเหลืออยู่ทางเดียวคือเราต้องทำรัฐธรรมนูญประชาชน เราต้องปักหมุดหมายเอาไว้ รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยต้องเกิดจากบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย ปัจจุบันมีความเป็นไปได้ เราต่างได้รับกลิ่นอายของการเปลี่ยนแปลง”​

“แผ่นดินนี้พวกเราเป็นผู้สร้าง​
ร่วมถากทางงอกงามตามวิสัย​
หล่อฝันเลี้ยงรดด้วยเหงื่อไคล​
แผ่นดินใหม่ที่เราฝันมันต้องมา”​

โดยสามารถรับชม Facebook Live ​ ย้อนหลัง ตลอดทั้งงานได้ที่ https://www.facebook.com/lanner2022/videos/479121097317231​



ภาพ: สุรยุทธ รุ่งเรือง​

#Lanner

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ละลานล้านนา: สองสายจีน ริมปิง ฮ่อ–แต้จิ๋ว กับประวัติศาสตร์เชียงใหม่

เรื่อง: ปวีณา หมู่อุบล  เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ในพื้นที่ที่มีคนเชื้อสายจีนอาศัยอยู่หนาแน่นก็มักจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ และหนึ่งในนั้นก็คือเชียงใหม่ นั่นก็เพราะเป็นเมืองที่ได้มีการติดต่อค้าขายกับชาวจีนมาตั้งแต่ในยุคจารีตเรื่อยมาจนสมัยเป็นมณฑลเทศาภิบาล รวมถึงมีคนจีนจำนวนมากอพยพเข้ามาตั้งรกรากและสั่งสมฐานะทางเศรษฐกิจ จนเกิดเป็นชุมชนชาวจีนขึ้นในทั้งสองฝั่งแม่น้ำปิง คือในย่านสันป่าข่อย...

‘เมื่อแม่น้ำกำลังพูด’ River Resistance ศิลปะแสดงสดนานาชาติเชียงราย 2569 ริมแม่น้ำกก 12–16 มีนาคม

แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง คือสายน้ำข้ามพรมแดนที่หล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดเชียงรายมาอย่างยาวนาน สายน้ำเหล่านี้ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหาร การเดินทาง และเศรษฐกิจ หากยังเป็นรากฐานของความทรงจำและวัฒนธรรมของชุมชนที่ตั้งบ้านแปงเมืองริมลำน้ำ...

สมการอำนาจใหม่ภาคเหนือตอนล่างการเติบโตของบ้าน ‘ไทยเศรษฐ์’  จากเจ้าพ่อสะแกกรัง สู่เกมอำนาจลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เรื่อง: ปองภพ ดั่นสมานฉันท์ชัย การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวเลขในสภา หากยังขยับแผนที่อำนาจของบ้านใหญ่หลายหลังในภาคเหนือตอนล่าง หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาที่สุดคือการขยายตัวของ ‘บ้านไทยเศรษฐ์’ จากจังหวัดอุทัยธานีเข้าสู่นครสวรรค์อย่างเป็นรูปธรรม การที่...

ตรวจรอบสองแม่น้ำสาละวิน พบสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุด ตะกอนดินปนเปื้อนสูง เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อาหาร

1 มีนาคม 2569 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ เผยผลติดตามคุณภาพน้ำแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขาเป็นครั้งที่สอง โดยพบว่าสารหนูในน้ำเกินค่ามาตรฐานทุกจุดตรวจ ขณะที่ตะกอนดินมีการสะสมโลหะหนักในระดับสูง...