นวลคำ ขะยอมแดง สุภาพชนคนเมือง

30 POSTS
ชนชั้นกลางระดับล่างที่ค่อนมาทางปีกซีกซ้ายในทางเศรษฐกิจการเมือง ร่ำเรียนมาทางด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ชื่นชอบประเด็นทางสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และการเมืองร่วมสมัย เป็นคนให้ความสนใจประเด็นล้านนาคดีทั้งในมิติประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรมและวรรณกรรมล้านนา (อยู่บ้างเล็กน้อย) แม้ตัวเองไม่ใช่คนดีย์แต่ยังคงมีการครุ่นคิดและสงสัยว่า ตัวเองนั้นเป็นนักกิจกรรม (Activist) และเป็นผู้นิยมมาร์กซ (Marxist) อยู่หรือเปล่า

Exclusive articles:

แด่ “จรัลล้านนา” ว่าด้วยการประกอบสร้างและผลิตซ้ำอัตลักษณ์ความเป็นล้านนาของศิลปินอย่าง จรัล มโนเพ็ชร

บทความนี้ไม่ได้จัดวางบทบาทและสถานะของ “จรัล มโนเพ็ชร” ว่าเป็นผู้สร้างอัตลักษณ์ความเป็นล้านนาที่ดำรงอยู่อย่างแน่นิ่งตายตัวแต่อย่างใด การนำเสนอของบทความนี้ต้องการที่จะสร้างและสานต่อบทสนทนากับบทความที่ถูกเขียนขึ้นก่อนหน้า ซึ่งได้มีความพยายามในการวิเคราะห์และตรวจตราการสร้างอัตลักษณ์ผ่านบทเพลงของจรัล ผ่าน “มโนทัศน์ล้านนาไทยที่อีหลักอีเหลื่อ” โดยที่ผู้เขียนเองก็ไม่ได้วางอยู่บนการมีเจตจำนงที่จะนำเสนอข้อโต้แย้งต่องานเขียนก่อนหน้า หากแต่ปรารถนานำพาผู้อ่านบทความให้ขยับขยายแง่มุมเพื่อมองให้เห็นฉากหลัง   ของเรื่องราวและเรื่องเล่าที่มีต่อศิลปินล้านนาท่านนี้ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับบริบทของยุคสมัย ท่ามกลางสภาพเงื่อนไขทางสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจการเมืองที่ห้อมล้อมกล่อมเกลาให้เขาได้ สร้างสรรค์ผลงานเพื่อเป็นจิ๊กซอว์ในทางประวัติศาสตร์ดนตรีล้านนาให้เป็นส่วนหนึ่งของ“การประกอบสร้างอัตลักษณ์ความเป็นล้านนา” มิใช่เพียง “การสร้างอัตลักษณ์ความเป็นล้านนา” ในฐานะองค์ประธานทางประวัติศาสตร์ (Historical subjects) ผู้ยิ่งใหญ่อย่างตรงไปตรงมาแบบนั้นเลยเสียทีเดียว ผู้เขียนขอเริ่มต้นชี้ชวนให้ผู้อ่านได้ขบคิดและพิจารณาต่อคำว่า “อัตลักษณ์ความเป็นล้านนา” ในฐานะแนวคิดที่สะท้อนถึงการประกอบสร้างทางวัฒนธรรมที่สามารถอธิบายเชื่อมโยงควบคู่กับการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม นั่นเป็นเพราะว่าวัฒนธรรมล้วนเป็นสิ่งที่ถูกประกอบสร้างขึ้นมา...

ประวัติศาสตร์สังคมพหุวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่เมืองและชานเมืองเชียงใหม่: หม้อหลอมรวมใบใหญ่ในกระแสธารทุนนิยม การพัฒนาเมืองและผู้คนที่หลากหลาย

ความนำ “เชียงใหม่” ดินแดนที่ใครๆ ต่างก็มีความฝันใฝ่อยากใคร่มาอยู่เหย้า เมืองที่มีรากเหง้าและภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่สืบต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ในอดีตเชียงใหม่เคยมีฐานะเป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองทางด้านวัฒนธรรม การค้าในภาคพื้นทวีป ทั้งยังมีความมั่นคงทางการเมืองซึ่งมีฐานะเป็นรัฐอิสระที่สร้างและแผ่ขยายชุมชนทางการเมืองในราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมาอย่างแข็งขัน (โดยเฉพาะช่วงรัฐจารีตยุคราชวงศ์มังราย) พญามังรายปฐมกษัตริย์ของเมืองแห่งนี้ได้เลือกชัยภูมิที่มีความเหมาะสมอันเป็นอาณาบริเวณใกล้เคียงอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มระหว่างเทือกเขาผีปันน้ำอยู่ด้านทิศตะวันออกและเทือกเขาถนนธงชัยอยู่ด้านทิศตะวันตกโดยมีแม่น้ำแม่ปิง (รวมทั้งแม่น้ำสาขา ได้แก่ น้ำแม่แตงและน้ำแม่กวง) เงื่อนไขและปัจจัยทางภูมิศาสตร์ดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อการสร้างระบบชลประทานแบบเหมืองฝายที่หล่อเลี้ยงสังคมเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพในพื้นที่ที่เรียกว่าแอ่งเชียงใหม่-ลำพูน และพื้นที่ใกล้เคียงอาณาบริเวณแถบนี้มาอย่างยาวนาน (รัตนาพร เศรษฐกุล, 2549 : 3-5)   ผู้เขียนขอนำเสนอข้อเขียนที่สะท้อนประเด็นประวัติศาสตร์สังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่เมืองเชียงใหม่และส่วนขยายจากพื้นที่ของเมืองออกสู่พื้นที่ชานเมืองภายใต้ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในแต่ละช่วงยุคสมัยได้สร้างผลกระทบต่อผู้คนที่อยู่เหย้าเฝ้าอาศัยเป็นในพื้นที่ทางสังคมดังกล่าวซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ตลอดจนเป็นสร้างหม้อหลอมรวมทางสังคมวัฒนธรรมที่มีพลวัตซี่งสามารถพัดพาเอาผู้คนหลากหลายชาติพันธ์ให้เข้ามาสู่พื้นที่แห่งนั้นอีกด้วย เมืองเชียงใหม่ได้ให้ภาพสะท้อนของความเปลี่ยนแปลงที่ว่ามานี้ได้ดีที่สุดจากจุดเริ่มต้นที่ว่า ……เราต้องเข้าใจว่า...

ฮ่วมฮอมปอย ฮ้อยฮอยเก่า : เล่าประวัติและพัฒนาการ “เมืองเชียงของ” และ “ผู้คนเมืองแห่งน้ำของ” 

เรื่อง: นวลคำ ขะยอมแดง สุภาพชนคนเมือง แม่น้ำคือชีวิตและมิใช่เป็นเพียงรางน้ำหรือท่อส่งน้ำแต่อย่างใด ทว่าความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ส่วนหนึ่งได้มีการตักตวงใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างแม่น้ำเกิดมีขึ้นผ่านรูปแบบของเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า การระเบิดแก่งหินอันเป็นถิ่นพำนักอาศัย การวางไข่หรืออนุบาลของสัตว์น้ำเพื่อการเดินเรือคมนาคมขนส่งสินค้า สิ่งที่กล่าวมานี้ เกิดขึ้นและมีการดำเนินไปอย่างไม่ใยดีธรรมชาติและผู้คนซึ่งการตระหนักรู้ต่อความสำคัญที่มีต่อปัญหาความเสื่อมโทรมของ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและวิถีวัฒนธรรมของผู้คนที่สัมพันธ์อยู่กับลุ่มน้ำของนั้น คือที่มาของขบวนเรือคายัก เรือหางยาวและเรือโดยสารที่ค่อยๆลอยไหลล่องตามลำน้ำของจากบริเวณบ้านห้วยเม็งมาจนถึงบริเวณโฮงเฮียนแม่น้ำของในช่วงโมงยามเช้าราวช่วงสายๆ ของวันหยุดรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ผู้คนและเครือข่ายภาคประชาชนทั้งที่อยู่ในขบวนเรือและเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์อยู่ริมฝั่งตลิ่ง ต่างก็ล้วนมีพันธกิจทางใจในการร่วมรณรงค์เพื่อปกป้องแม่น้ำของในฐานะสายธารและน่านน้ำขนาดใหญ่ ที่เลาะริน หลั่งไหลและหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คน ตลอดจนสิ่งมีชีวิตนานาสายพันธุ์ที่มีอยู่ทั่วทั้งลำน้ำ ผู้คนเหล่านี้ มีการรวมตัวขึ้นมาเป็นเครือข่ายอันมีที่มาจากหลากหลายอาชีพที่เป็นทั้งหมอ...

“วันยี่เป็ง” กับ “วันเพ็ญเดือนสิบสอง” ความต่างที่ถูก (ทำให้) ลืม!!!

เรื่อง: นวลคำ ขะยอมแดง สุภาพชนคนเมือง “ประเพณีลอยกระทง” ของคนไทยในภาคกลาง และ “ประเพณียี่เป็ง” ของคนล้านนาในภาคเหนือนั้น หากนับตามวันและเวลาของปฏิทินจันทรคติแล้วพบว่า น่าจะเป็น “คนละประเพณีที่บังเอิญมาตรงอยู่กับวันเดียวกัน” สิ่งที่กล่าวมานี้ อาจคงเป็นที่ฉงนสนเท่ห์ใจสำหรับใครอยู่ไม่มากก็น้อยและความต่างที่ว่านี้ก็คงไม่ได้วางอยู่บนนัยยะทางภาษาที่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด ข้อเขียนต่อไปในเดือนแห่งเทศกาลทั้งสองที่ว่านี้ จึงมุ่งชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในเรื่องหัวใจสำคัญ ตลอดจนรายละเอียดของประเพณีหรือพิธีกรรมเพื่อเป็นบททดลองนำเสนอเล่นๆ ให้เห็นว่าความรู้ว่าด้วยเทศกาลงานประเพณียี่เป็งของคนล้านนาที่มีมาแต่เดิมนั้น ได้ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งแห่งที่ของความหมาย (Relocate of meaning) ให้เกิดการพร่าเลือนลงของทั้งความรับรู้และความรู้ที่มีต่อ “ยี่เป็ง” ดังกล่าวผ่านอำนาจนำของระบบการสื่อสารมวลชน...

เลียบ ลัด เลาะ เจาะอดีต “แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก” : ประวัติศาสตร์การปักปันเส้นเขตแดนไทย-เมียนมา

เรื่อง: นวลคำ ขะยอมแดง สุภาพชนคนเมือง “แม่สาย” เมืองชายแดนที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือสุดของประเทศไทย เป็นจุดหมายในการเดินทางมาท่องเที่ยวของใครหลายคน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์เดินทางข้ามแดน มาเลือกซื้อสินค้าราคาถูก ทั้งในพื้นที่ตลาดการค้าชายแดนดอยเวลาและสายลมจอย ที่ตั้งอยู่ในฝั่งประเทศไทย ในทางเดียวกัน เมื่อผ่านพ้นพิธีการศุลกากร เดินเท้าก้าวข้ามลำน้ำแม่สายไปไม่ถึงสองร้อยเมตร เราก็สามารถเข้าสู่พื้นที่ตลาดการค้าท่าล้อ ที่ตั้งอยู่ในฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาได้ โดยอนาคตมีทีท่าจะขยายอาณาเขตปริมณฑลทางการค้า ไปสู่พื้นที่ล้อมรอบได้อย่างมากมาย มากกว่าร้อยละ 80 ผู้คนที่เคยมีประสบการณ์เดินทางไปเที่ยวจุดข้ามแดนไทย-เมียนมา ราว 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา คงจะเคยได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก...

Breaking

‘ไม่มีใครสูงกว่าใคร’ เสียงสะท้อนคนทำสื่อชาติพันธุ์ ปมทำร้ายชายกะเหรี่ยง เมื่อ ‘ความรักชาติ’ ถูกใช้เป็นข้ออ้างของ ‘ความรุนแรง’

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เมื่อคืนวันที่ 9 มีนาคม 2569 หลัง เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน สมาชิกกลุ่ม ‘ไทยไม่ทน’...

สกน.แถลงทวงคืนสิทธิชาติพันธุ์ เดินหน้าดันกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิต เตือนมาตรการปิดป่า-ล่าแม่มดไฟป่าละเมิดสิทธิชุมชน

9 มีนาคม 2569 สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ออกแถลงการณ์ ‘ทวงคืนสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ ยืนยันสิทธิชุมชน’ เรียกร้องให้รัฐเร่งขับเคลื่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์...

เชียงใหม่จัดกิจกรรมวันสตรีสากล เดินขบวนเปิดพื้นที่ความเท่าเทียมทางเพศ ส่งเสียงเรียกร้องการยอมรับอัตลักษณ์ของทุกคน

8 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ที่ลานสังคีต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เครือข่ายด้านสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศ...

สายไฟ สายเน็ต และสายป่าน ใครเลี้ยงลมหายใจให้ KK Park

เรื่อง: ณัฐชลี สิงสาวแห ริมแม่น้ำเมยที่ขดตัวตามพรมแดนไทย-เมียนมา ทัศนียภาพขุนเขาอันสงบเงียบถูกตัดเฉือนด้วยอาณาจักรคอนกรีตมหึมาที่ผุดขึ้นราวกับสิ่งแปลกปลอมภายใต้นาม 'เคเค พาร์ค' (KK Park) แม้ภายนอกจะถูกฉาบไว้ด้วยวาทกรรมเมืองใหม่แห่งโอกาส...
spot_imgspot_img