801 ล้าน แก้ปัญหาฝุ่น – ไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือปี 68 เชียงใหม่สูงสุด 210 ล้าน พิจิตรยังไม่มีงบ

Date:

เรื่องและภาพ : วีรภัทร เหลาเกิ้มหุ่ง

  • งบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่าภาคเหนือมีทั้งหมด 801 ล้านบาท แบ่งออกเป็นงบประมาณประจำปี 336 ล้านบาท และงบกลาง 464 ล้านบาท
  • จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ในปี 2568 โดยได้รับงบประมาณทั้งหมด 210 ล้านบาท จำแนกเป็น 1) งบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ มีหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบคือกรมป่าไม้, กรมอุทยานฯ และ 2) งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย มีหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบคือ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ 
  • จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักเกี่ยวกับฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 3 หน่วยงานคือ 1) กรมป่าไม้ 2) กรมอุทยานฯ และ 3) หน่วยงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ระดับเทศบาลและ อบต.) ในขณะที่จังหวัดอื่นๆ มีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก คือ หน่วยงานของกรมป่าไม้ และหน่วยงานของกรมอุทยานฯ
  • จังหวัดลำปางได้รับจัดสรรงบประมาณ 139 ล้านบาท โดยงบประมาณกว่า 71 ล้านบาท (คิดเป็น 56% ของงบประมาณทั้งหมด) ถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างระบบน้ำ เพื่อสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ดอยพระบาทและอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต
  • จังหวัดพิจิตรเป็นจังหวัดเดียวในภาคเหนือที่ยังไม่ได้รับงบประมาณในการจัดการฝุ่น – ไฟป่า

ปลายลมหนาวเข้าต้นหน้าร้อน ปรากฏการณ์ที่สังคมให้ความสนใจนอกจากอากาศที่ลดลง ก็คือปัญหาฝุ่น PM 2.5 และปัญหาไฟป่า ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยการเกิดฝุ่น แม้สถานการณ์ฝุ่นทั่วประเทศจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแล้ว แต่ว่าหรับคนภาคเหนือ ช่วงเวลานี้ยังคงเป็นช่วงเริ่มต้นของทั้ง ‘ฤดูฝุ่น’ และ “ฤดูไฟ”  

ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์จนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ถือเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่แต่ละคนภาคเหนือจะต้องเตรียมตัวในการเผชิญหน้ากับฝุ่นและไฟป่า โดยปัญหาดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่เป็นปัญหาที่คนเหนือต้องเผชิญมานานนับทศวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มิหนำซ้ำปัญหาดังกล่าวก็ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายลงได้ ยังคงมีผู้คนในภาคเหนืออีกมากที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากทั้งฝุ่นและไฟป่า 

การแก้ไขปัญหาตามมาด้วยใช้งบประมาณในการจัดการ โดยงบประมาณในแต่ละปีมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ฝุ่น – ไฟป่าในปีนั้น ๆ Lanner ชวนสำรวจงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ใน 17 จังหวัดภาคเหนือประจำปี 2568 ว่ามีเท่าไหร่ แต่ละจังหวัดได้รับงบประมาณเท่าใด และถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง?

งบประมาณทั้งหมดที่ใช้ใน ‘17 จังหวัดภาคเหนือ’ มาจากหน่วยงานใดบ้าง?

ในส่วนของการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) ‘งบประมาณประจำปี’ อันเป็นงบประมาณที่เบิกจ่ายตามแผนงบประจำปีของแต่ละหน่วยงาน 2) ‘งบประมาณกลาง’ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยในปี 2568 นี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้งบประมาณแก้ปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ให้แก่ 1) กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ ผ่านกระทรวงทรัพยากรและธรรมชาติ และ 2) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ผ่านกระทรวงมหาดไทย รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 801,751,370 บาท

ในส่วนของงบประมาณประจำปี ของ ‘กระทรวงทรัพยากรและธรรมชาติ’ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการจัดการฝุ่น – ไฟป่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือมีทั้งหมด 310,943,800 บาท โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กรมทรัพยากรน้ำ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด

งบประมาณประจำปี ของ ‘กระทรวงมหาดไทย’ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการจัดการฝุ่น – ไฟป่าถูกจัดสรรมาให้ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ ผ่านไปองค์การปกครองท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ (ระดับเทศบาลและ อบต.) ที่ได้รับโอนถ่ายภารกิจการจัดการไฟป่าจำนวน 19 แห่ง (อบต. และเทศบาลตำบล) ทั้งสิ้น 24,821,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณของ ‘สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง’ (องค์การมหาชนสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) อีกกว่า 1,095,100 บาท ที่ใช้สำหรับการจัดหาครุภัณฑ์สนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่พัฒนาของโครงการหลวงของจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, ตาก, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน และพะเยา

ในส่วนของ ‘งบประมาณกลาง’ จากจำนวนทั้งหมด 684,537,260 บาท งบประมาณกว่า 64% หรือ 464,891,470 บาท ถูกจัดสรรมาเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น – ไฟป่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือ แบ่งออกเป็นงบของกระทรวงทรัพยากรและธรรมชาติที่จัดสรรให้กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ 401 ล้านบาท และงบของกระทรวงมหาดไทยที่จัดสรรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่อีก 63 ล้านบาท

งบประมาณที่ถูกจัดสรรนำไปใช้กับอะไรบ้าง?

งบประมาณในการจัดการฝุ่น – ไฟป่า 801 ล้าน ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ หากจำแนกงบประมาณออกเป็นค่าใช้จ่ายรายจังหวัดสามารถจำแนกได้ทั้งหมด 754,782,830 บาท โดยมีงบฯ ส่วนที่ไม่สามารถจำแนกเป็นรายจังหวัดอีก 46,968,540 บาท เป็นผลจาก 2 สาเหตุ คือ 1) เป็นงบประมาณที่ถูกเบิกไว้ใช้ในสำนักงาน เช่น ในส่วนของกรมป่าไม้ 27,123,440 บาท ที่เป็นรายจ่ายประจำของแต่ละสำนักงานในภาคเหนือ โดยแต่ละสำนักมีพื้นที่ดูแลมากกว่าจังหวัดเดียว และ 2) เป็นงบประมาณที่ไว้ใช้ในภูมิภาคโดยไม่ระบุจังหวัด ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายในการรณรงค์ลดหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ของกรมควบคุมมลพิษ 4,750,000 บาท ค่าใช้จ่ายในโครงการแก้ไขปัญหาหมอกควัน 17 จังหวัดภาคเหนือ ของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 14,000,000 บาท และงบประมาณจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงอีก 1,095,100 บาท

หากจำแนกรูปแบบการใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาฝุ่น – ไฟป่าของแต่ละจังหวัด สามารถจำแนกได้ดังนี้ 

1) ค่าจ้าง 202,977,700 บาท สำหรับจ่ายค่าจ้างเจ้าหน้าที่ประจำ, ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่, ค่าจ้างอาสาเฝ้าระวังไฟ 1,113 จุด จุดละ 3 คน และบุคลากรดับไฟป่าเพิ่มเติม 800 นาย 

2) ค่าอุปกรณ์ 194,482,810 บาท สำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่า ครุภัณฑ์ในสำนักงาน และค่าสาธารูปโภค 

3) ค่าสิ่งก่อสร้าง 96,007,400 บาท สำหรับการก่อสร้างศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่า, สร้างศูนย์ฝึกอบรมไฟป่า, สร้างศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่า, สร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และสร้างระบบน้ำเพื่อสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ดอยพระบาท อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต 

4) ทำแนวกันไฟ 41,701,400 บาท สำหรับจัดทำแนวกันไฟทั้งหมดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ 

5) งบรายจ่ายอื่น 219,613,520 บาท โดยเป็นงบฯ ที่รอการจัดสรรในกิจกรรมตามลักษณะข้างต้นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงเพื่อใช้ในกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดับไฟป่า เช่น กิจกรรมจัดฝึกอบรมอาสาสมัครท้องถิ่นควบคุมไฟป่า, การประสานงานและการติดตามผลดำเนินงานของชุดดับไฟป่า

แต่ละจังหวัดได้งบประมาณจัดการฝุ่น – ไฟป่า เท่าไหร่?

เชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่ามากสุดในภาคเหนือ รวมแล้วได้รับจัดสรรงบประมาณทั้งหมด 210,050,600 บาท โดยเป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ 

นอกจากนั้น ยังมีงบฯ จากกระทรวงมหาดไทยที่จัดสรรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อผ่านงบฯ เหล่านี้ไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่อีกทอดหนึ่ง 

งบประมาณทั้งหมดที่ใช้ในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ของจังหวัดเชียงใหมจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 71,373,400 บาท และ งบประมาณกลาง 138,677,200 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 39,357,400 บาท (18.7%) ค่าอุปกรณ์ 48,400,910 บาท (23.1%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 6,573,700 บาท (3.1%) ทำแนวกันไฟ 5,590,000 บาท (2.7%) และงบรายจ่ายอื่น 110,088,590 บาท (52.3%)

ลำปาง ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 139,648,370 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้, กรมอุทยานฯ และกรมทรัพยากรน้ำ โดยงบทั้งหมดที่จังหวัดลำปางได้รับ จำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 95,142,300 บาท และ งบประมาณกลาง 44,506,070 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 18,366,000 บาท (13.1%) ค่าอุปกรณ์ 19,945,480 บาท (14.2%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 79,188,800 บาท (56.7%) ทำแนวกันไฟ 4,192,500 บาท (3.0%) และงบรายจ่ายอื่น 17,955,590 บาท (12.8%)

อย่างไรก็ตามงบประมาณแก้ปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ในส่วนที่จัดสรรเป็นค่าสิ่งก่อสร้างกว่า 71,027,900 บาท หรือกว่า 89.6% ของงบฯค่าสิ่งก่อสร้างทั้งหมด  กลับถูกนำไปใช้เพื่อก่อสร้างระบบน้ำ เพื่อสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ดอยพระบาทและอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต

เชียงราย ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 69,596,410 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดเชียงรายได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 16,025,400 บาท และ งบประมาณกลาง 53,571,010 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 32,568,000 บาท (46.8%) ค่าอุปกรณ์ 20,989,200 บาท (30.2%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 312,600 บาท (0.4%) ทำแนวกันไฟ 4,472,000 บาท (6.4%) และงบรายจ่ายอื่น 11,254,610 บาท (16.2%)

แม่ฮ่องสอน ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 63,123,730 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 12,015,600 บาท และ งบประมาณกลาง 51,108,130 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 16,386,000 บาท (26.0%) ค่าอุปกรณ์ 20,496,020 บาท (32.5%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 729,400 บาท (1.2%) ทำแนวกันไฟ 2,906,800 บาท (4.6%) และงบรายจ่ายอื่น 22,605,510 บาท (35.8%)

ตาก ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 56,516,110 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดตากได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 25,283,600 บาท และ งบประมาณกลาง 31,232,510 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 13,950,000 บาท (24.7%) ค่าอุปกรณ์ 14,064,320 บาท (24.9%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 8,681,900 บาท (15.4%) ทำแนวกันไฟ 4,192,500 บาท (7.4%) และงบรายจ่ายอื่น 15,627,390 บาท (27.7%)

แพร่ ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 49,123,070 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดแพร่ได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 12,167,000 บาท และ งบประมาณกลาง 36,956,070 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 8,849,700 บาท (18.0%) ค่าอุปกรณ์ 25,014,080 บาท (50.9%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 416,800 บาท (0.8%) ทำแนวกันไฟ 4,192,500 บาท (8.5%) และงบรายจ่ายอื่น 10,649,900 บาท (21.7%)

พิษณุโลก ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 47,504,080 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดพิษณุโลกได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 12,267,700 บาท และ งบประมาณกลาง 35,236,380 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 30,192,000 บาท (63.6%) ค่าอุปกรณ์ 14,850,280 บาท (31.3%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 2,124,200 บาท (4.5%) ทำแนวกันไฟ 2,124,200 บาท (4.5%) และงบรายจ่ายอื่น 233,400 บาท (0.6%)

นครสวรรค์ ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 29,186,120 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดนครสวรรค์ได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 2,958,200 บาท และ งบประมาณกลาง 26,227,920 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 5,172,000 บาท (17.7%) ค่าอุปกรณ์ 23,539,920 บาท (80.7%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 0 บาท (0%) ทำแนวกันไฟ 447,200 บาท (1.5%) และงบรายจ่ายอื่น 27,000 บาท (0.1%)

อุทัยธานี ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 20,469,620 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดอุทัยธานีได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 15,407,100 บาท และ งบประมาณกลาง 5,062,520 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 13,230,000 บาท (64.6%) ค่าอุปกรณ์ 1,184,200 บาท (5.8%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 0 บาท (0%) ทำแนวกันไฟ 950,300 บาท (4.6%) และงบรายจ่ายอื่น 5,105,120 บาท (24.9%)

น่าน ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 16,599,670 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดน่านได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 7,998,500 บาท และ งบประมาณกลาง 8,601,170 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 3,246,000 บาท (19.6%) ค่าอุปกรณ์ 202,600 บาท (1.2%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 0 บาท (0%) ทำแนวกันไฟ 4,472,000 บาท (26.9%) และงบรายจ่ายอื่น 8,679,070 บาท (52.3%)

อุตรดิตถ์ ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 15,661,140 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 5,441,200 บาท และ งบประมาณกลาง 10,219,940 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 3,384,000 บาท (21.6%) ค่าอุปกรณ์ 200,000 บาท (1.3%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 0 บาท (0%) ทำแนวกันไฟ 1,788,800 บาท (11.4%) และงบรายจ่ายอื่น 10,288,340 บาท (65.7%)

ลำพูน ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 9,944,820 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดลำพูนได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 8,658,200 บาท และ งบประมาณกลาง 1,286,620 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 6,978,000 บาท (70.2%) ค่าอุปกรณ์ 402,600 บาท (4.0%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 0 บาท (0%) ทำแนวกันไฟ 1,118,000 บาท (11.2%) และงบรายจ่ายอื่น 1,446,220 บาท (14.5%)

สุโขทัย ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 9,941,470 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดสุโขทัยได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 5,116,200 บาท และ งบประมาณกลาง 4,825,270 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 3,870,000 บาท (38.9%) ค่าอุปกรณ์ 240,000 บาท (2.4%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 0 บาท (0%) ทำแนวกันไฟ 1,006,200 บาท (10.1%) และงบรายจ่ายอื่น 4,825,270 บาท (48.5%)

เพชรบูรณ์ ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 7,572,920 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 6,855,700 บาท และ งบประมาณกลาง 717,220 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 282,600 บาท (3.7%) ค่าอุปกรณ์ 4,428,000 บาท (58.5%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 0 บาท (0%) ทำแนวกันไฟ  2,124,200 บาท (28.0%) และงบรายจ่ายอื่น 738,120 บาท (9.7%)

กำแพงเพชร ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 5,087,900 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดกำแพงได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 5,087,900 บาท และ งบประมาณกลาง 0 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 3,822,000 บาท (75.1%) ค่าอุปกรณ์ 242,600 บาท (4.8%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 0 บาท (0%) ทำแนวกันไฟ 1,006,200 บาท (19.8%) และงบรายจ่ายอื่น 17,100 บาท (0.3%)

พะเยา ได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 4,756,800 บาท เป็นงบประมาณของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ งบทั้งหมดที่จังหวัดพะเยาได้รับจำแนกเป็นงบประมาณประจำปี 4,756,800 บาท และ งบประมาณกลาง 0 บาท จำแนกตามค่าใช้จ่ายออกเป็น ค่าจ้าง 3,324,000 บาท (69.9%) ค่าอุปกรณ์ 242,600 บาท (5.1%) ค่าสิ่งก่อสร้าง 0 บาท (0%) ทำแนวกันไฟ 1,118,000 บาท (23.5%) และงบรายจ่ายอื่น 72,200 บาท (1.5%)

พิจิตร เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่ได้รับงบประมาณในการจัดการฝุ่น – ไฟป่า

งบประมาณแก้ปัญหาฝุ่น – ไฟป่า: ใช้ซ้ำใช้ซ้อน แต่ปัญหายังเหมือนเดิม

เมื่อพิจารณางบประมาณทั้งสองส่วน ได้แก่ งบประมาณประจำปี และงบประมาณกลาง จะพบว่างบประมาณกลางมีสัดส่วนสูงกว่างบประมาณประจำปี โดยคิดเป็น 57.9% ของงบประมาณรวม 801 ล้านบาท ที่ใช้ในการแก้ปัญหาฝุ่น – ไฟป่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือ 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่การจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาฝุ่น – ไฟป่าภาคเหนือมีลักษณะเช่นนี้ หากย้อนกลับไปในปี 2567 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเคยยื่นของบกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งในปีดังกล่าว คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 272 ล้านบาท โดยหากเปรียบเทียบงบประมาณกลางระหว่างปี 2567 และ 2568 พบว่า ในปี 2568 มีการจัดสรรงบประมาณกลางเพิ่มขึ้น 348 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1.28 เท่าจากงบประมาณกลางที่ได้รับการจัดสรรเมื่อปี 2567

ในขณะที่การใช้จ่ายงบประมาณของแต่ละหน่วยงานมีลักษณะใกล้เคียงกัน จากข้อมูลพบว่า ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น – ไฟป่า ทั้งหมด 8 หน่วยงาน แต่การใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานเหล่านี้กลับมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน อาทิ ค่าจ้าง ที่ใช้สำหรับจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ ค่าจ้างอาสาสมัคร ค่าจ้างชุดดับไฟป่า ค่าอุปกรณ์ ที่ใช้สำหรับซื้อไม้ตบดับไฟ ถังฉีดน้ำ ครอบไฟป่า เครื่องเป่าลม รวมไปถึงซื้อครุภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวซื้อใหม่ในทุกปีงบประมาณ และในส่วนงบประมาณรายจ่ายอื่นที่ใช้ในการจัดอบรมอาสาสมัครดับไฟป่า, ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจต่อประชาชน, การติดตามผลในภารกิจดับไฟป่า

จากกรณีศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการแก้ปัญหาฝุ่น – ไฟป่า 3 หน่วยงาน คือ 1) กรมป่าไม้ 2) กรมอุทยานฯ และ 3) องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยทั้ง 3 หน่วยงานต่างได้รับงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่น – ไฟป่า 

หากพิจารณาจากโครงการต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจดับไฟป่า จะพบว่า การใช้งบประมาณของกรมป่าไม้ในส่วนกลาง 620 ล้านบาท มีบางกิจกรรมหรือบางโครงการที่สนับสนุนการควบคุมไฟป่าขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 

ในขณะเดียวกัน งบประมาณกลาง 63 ล้านบาท ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ยื่นขอคณะรัฐมนตรีผ่านกระทรวงมหาดไทย เป็นงบประมาณที่ถูกนำมาจัดสรรเพื่อสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่เช่นกัน ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณของทั้ง 3 หน่วยงานกลับมีลักษณะที่ไม่แตกต่างกันมาก กล่าวคือ งบประมาณของทั้ง 3 หน่วยงานถูกนำไปใช้สำหรับการจัดซื้อชุดดับไฟป่า เบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร จัดซื้ออุปกรณ์ไว้ใช้สำหรับภารกิจดับไฟป่า รวมถึงการจัดอบรมและประชาสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม ปัญหาฝุ่น – ไฟป่าในภาคเหนือถือเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงปลายปีจนถึงต้นปี ซึ่งแผนการในการรับมือปัญหาดังกล่าวรวมไปถึงการจัดสรรงบประมาณเป็นสิ่งที่รัฐสามารถประเมินล่วงหน้าได้ แต่กลับกลายเป็นว่าปัญหาดังกล่าวยังคงไม่มีวี่แววจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น นำมาสู่คำถามต่อมาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเท่าไหร่

ที่มา

  • ส่วนจัดการงบประมาณ, สำนักแผนฯ
  • กรมอุทยานฯส่วนการคลัง, สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์
  • ส่วนการคลัง, กรมป่าไม้
  • สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่
  • สำนักทรัพยากรน้ำที่ 1
วีรภัทร เหลาเกิ้มหุ่ง

อดีตนักศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง ผู้ชื่นชอบในการเดินป่า ปรัชญาและดนตรีสากล พบเจอได้ตามร้านขายเครื่องดื่ม ทุกเทศกาลและวันหยุดนักขัตฤกษ์

วีรภัทร เหลาเกิ้มหุ่ง
วีรภัทร เหลาเกิ้มหุ่ง
อดีตนักศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง ผู้ชื่นชอบในการเดินป่า ปรัชญาและดนตรีสากล พบเจอได้ตามร้านขายเครื่องดื่ม ทุกเทศกาลและวันหยุดนักขัตฤกษ์

ชายแดนไทย–เมียนมาปะทุรุนแรงต่อเนื่อง แม่สอดผวาอพยพรายวัน หลังเมียนมาโจมตีหมู่บ้านมะระกัน ดับ 18 ราย เด็กเล็กเสียชีวิต–แรงระเบิดสั่นถึงฝั่งไทย

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงตึงเครียดอย่างหนักจากการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 40 วัน และยังคงสร้างผลกระทบต่อฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการโจมตีของกองทัพเมียนมา...

เมื่อร้านกาแฟกลายเป็นช่องฟอกเงิน ส.ส.วิโรจน์เตือน เชียงรายเสี่ยงเป็นฐานทุนสแกมเมอร์ จี้รัฐตรวจธุรกิจเงินสด–นอมินี

จังหวัดเชียงรายกำลังถูกจับตามองในฐานะพื้นที่ที่มีการไหลเข้าออกของเงินผิดกฎหมายจากขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) ในภาคเหนือ หลัง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ระบุในงานสัมมนา...

สุขภาพของ ‘เขา’ คือสุขภาพของ ‘เรา’ เหตุผลจริงของการรักษาที่ชายแดน บทเรียนที่แม่สอดและอุ้มผาง กับข้อตกลงสุขภาพข้ามพรมแดนที่ยังมาไม่ถึง

เรื่อง: กุลธิดา กระจ่างกุล อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คือหนึ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาหลายหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในโรงงาน การเกษตร การประมง...

คกน.-เครือข่าย เปิดเวที ‘ชาติพันธุ์กับรัฐธรรมนูญ’ บทเรียน 50 ปีสู่รัฐธรรมนูญที่คนเท่ากัน

1 ธันวาคม 2568 เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) และเครือข่ายจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘การต่อสู้ของพี่น้องชาติพันธุ์กับความสำคัญของรัฐธรรมนูญ’ โดยมีองค์กรภาคประชาชนจากไทย–เมียนมาร่วมแลกเปลี่ยน เพื่อทบทวนประวัติศาสตร์การต่อสู้ด้านสิทธิชุมชน...