วงคุยชาติพันธุ์ปลดแอก จุดเริ่มต้นและวิกฤตการเคลื่อนไหวในพื้นที่

Date:

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ได้มีการจัดกิจกรรม ‘พิธีสืบชะตาแม่น้ำสาละวิน’ เนื่องในวันหยุดเขื่อนโลกสากล ณ บ้านสบเมย ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งนอกจากกิจกรรมทำพิธีและการจัด Action Performance ไปแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมเสวนาพูดคุยถึงปัญหาในการทำงานขับเคลื่อนในแต่ละพิ้นที่ ในบทบาทของชาติพันธุ์ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ ร่วมพูดคุยโดยชาติพันธุ์ปลดแอก

การพูดคุยเสวนานี้มีจุดประสงค์เพื่อเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ภาครัฐได้ลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่อยู่อาศัยของพี่น้องชาติพันธุ์ โดยจากการที่เข้ามาก็ได้นำเอากฎหมายเข้ามาคุกคาม และยังได้นำโครงการการสร้างเขื่อนและเหมืองเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ได้ส่งผลไปถึงระบบนิเวศและวิถีชีวิตของผู้คนที่ได้อยู่อาศัยร่วมกับแหล่งน้ำอันเป็นที่อยู่อันสำคัญที่ดำรงอยู่ร่วมกันมาก่อนที่กฎหมายด้านป่าไม้จะถือกำเนิดขึ้นมาเสียอีก ทำให้เยาวชนชาติพันธุ์ปลดแอกในแต่ละพื้นที่จะต้องร่วมกันเข้ามาเคลื่อนไหวและต่อกรกับความอยุติธรรมจากรัฐ เพื่อให้ทุกคนได้อาศัยอยู่ร่วมกันบนพื้นแผ่นดินร่วมกับแหล่งน้ำตลอดไป โดยที่ยังมีลมหายใจและรอยยิ้มอยู่เสมอ

จุดเริ่มต้นในการที่เข้ามาขับเคลื่อนปัญหา

ลาหมึทอ ดั่งแดนวิมาน ตัวแทนจากบ้านท่าตาฝั่งได้เล่าว่า เมื่อสมัยเรียนจากการที่ตนนั้นเป็นคนไร้สัญชาติที่ไม่สามารถที่จะเข้าถึงสิทธิบางอย่างเหมือนคนอื่นได้ ทำให้เราได้เกิดข้อสงสัยว่าทำไมเราถึงไร้สัญชาติทั้งที่เราก็เกิดที่นี่ และจากการได้เห็นกระบวนการของ EIA ที่มีการยืนยันว่าชาวบ้านได้เห็นด้วยกับโครงการ ทั้งที่ชาวบ้านไม่ได้ทราบถึงข้อกำหนดใด ๆ หรือกระทั่งสิทธิของตนเลย จากจุดนี้ทำให้เราสามารถเข้าถึงปัญหาและตระหนักว่าเราต้องลุกมาขึ้นสู้

เยาวชนจากกะเบอะดินเล่าว่า หลังจากที่ได้ทราบว่าจะการโครงการทำเหมืองจากภาครัฐบนพื้นที่ ตนก็มีความรู้สึกกลัวถึงผลกระทบที่รุนแรงที่อาจจะส่งผลถึงพื้นที่ทำกินและพื้นที่อยู่อาศัยของเรา

ปราโมทย์ เวียงจอมทอง ตัวแทนจากบ้านแม่ปอคี ได้เล่าว่าในพื้นที่ของตน ได้มีชาวบ้านถูกจับกุมไปในข้อหาว่าได้เข้าบุกรกทำลายป่า ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้ หลังจากนั้นก็ได้มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้และอุทยานเข้ามาในพื้นที่ทุกวัน ทำให้ชาวบ้านมีความกังวลว่าจะโดนอะไรบ้าง ถ้าเราไม่ออกมาเรียกร้องอะไรมันไม่ได้แล้ว

พิบูลย์ ธุวมณฑล เครือข่ายชาติพันธุ์อมก๋อยเล่าว่า การที่ตนได้เห็นความอยุติธรรมที่เกิดบนพื้นที่ ก็คิดว่าถ้าเราไม่ออกมามันจะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งบริษัทที่เข้ามา ทั้ง EIA ที่ชาวบ้านไม่ได้ทราบถึงเรื่องนี้และไม่ได้มีส่วนร่วม ทำให้พวกเราต้องออกมาสู้กับความอยุติธรรม การที่ได้มาทำงานขับเคลื่อนนี้ยังทำให้ได้รู้จักกับเครือข่ายที่คิดเหมือนกับเราและร่วมสู้ไปด้วยกัน

ความกังวลในการทำงานขับเคลื่อนในพื้นที่

ปราโมทย์เล่าว่าตนมีความกังวลถึงชาวบ้านที่ยังไม่มีความเข้าใจในปัญหาของพื้นที่มากพอ ชาวบ้านในชุมชนยังคงมีความหวาดกลัวที่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ โดยคิดว่าการที่เจ้าหน้าที่เข้ามา มันเกิดจากการที่ตนได้สร้างปัญหาหรือเปล่า 

ลาหมึทอได้เล่าเสริมจากประเด็นของปราโมทย์อีกว่า จากประสบการณ์ของตนที่เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาสั่งห้ามการทำกิจกรรมในพื้นที่ จนเป็นเหตุให้ต้องมีการเปลี่ยนหัวข้อกิจกรรม ทำให้เห็นปัญหาของการที่เป็นคนไร้สัญชาติที่ถูกกฎหมายควบคุมการทำงานเคลื่อนไหวของตน จุดนี้ทำให้เราไม่สามารถเชื่อใจกฎหมายได้เลย 

พิบูลย์เสนอว่าปัญหาที่แท้จริงคือ เราไม่รู้ข้อกฎหมายที่ชัดเจน ชาวบ้านดำเนินวิถีชีวิตเช่นนี้มายาวนานแล้วก่อนที่รัฐจะเข้ามาดำเนินเสียอีก แต่รัฐกลับบอกเราว่า เรามีความผิดข้อหาบุกรุกป่าและต้องมีการขออนุญาตก่อน ซึ่งในตอนนั้นเราไม่สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลบางอย่างได้ จนกระทั่งได้รู้จักกลับเครือข่ายอื่นและมีการแบ่งปันข้อมูลกัน

ลาหมึทอเล่าถึงปัญหาอีกประเด็นคือ การถูกคนในพื้นที่มองว่าเป็นตัวปัญหา ทำให้ในบางครั้งก็มีความรู้สึกว่าความตั้งใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง มันกลายเป็นความรู้สึกกังวลว่าที่ทำอยู่นี้ มันยังเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่ กลายเป็นว่าเราไม่ได้รับการปกป้องจากคนในพื้นที่เลย 

พิบูลย์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ว่า มีคำสั่งไม่ให้ชาวบ้านมีการสื่อสารกัน โดยผู้ใหญ่บ้านที่มีการรับเงินสินบนมาจากผู้อื่น ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่มีการขาดการรับข่าวสารมากยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีผลให้เกิดการแบ่งแยกเป็นกลุ่มที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่มีความขัดแย้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม 

ปราโมทย์เสริมจากประเด็นของพิบูลย์ว่า การที่คนในพื้นที่มีความขัดแย้งกันออกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายที่เห็นด้วยกับรัฐ และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐ นอกจากในพื้นที่ก็ยังมีชุมชนรอบข้างที่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐและมองว่าการต่อสู้ของเรานั้นไม่มีความหมาย จุดนี้แสดงให้เห็นถึงปัญหาของการไม่มีความเข้าใจถึงปัญหาอย่างชัดเจน

พื้นที่สื่อสาร สังคมประชาธิปไตย ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า

ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

Lanner Editor
Lanner Editor
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ชายแดนไทย–เมียนมาปะทุรุนแรงต่อเนื่อง แม่สอดผวาอพยพรายวัน หลังเมียนมาโจมตีหมู่บ้านมะระกัน ดับ 18 ราย เด็กเล็กเสียชีวิต–แรงระเบิดสั่นถึงฝั่งไทย

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงตึงเครียดอย่างหนักจากการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 40 วัน และยังคงสร้างผลกระทบต่อฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการโจมตีของกองทัพเมียนมา...

เมื่อร้านกาแฟกลายเป็นช่องฟอกเงิน ส.ส.วิโรจน์เตือน เชียงรายเสี่ยงเป็นฐานทุนสแกมเมอร์ จี้รัฐตรวจธุรกิจเงินสด–นอมินี

จังหวัดเชียงรายกำลังถูกจับตามองในฐานะพื้นที่ที่มีการไหลเข้าออกของเงินผิดกฎหมายจากขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) ในภาคเหนือ หลัง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ระบุในงานสัมมนา...

สุขภาพของ ‘เขา’ คือสุขภาพของ ‘เรา’ เหตุผลจริงของการรักษาที่ชายแดน บทเรียนที่แม่สอดและอุ้มผาง กับข้อตกลงสุขภาพข้ามพรมแดนที่ยังมาไม่ถึง

เรื่อง: กุลธิดา กระจ่างกุล อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คือหนึ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาหลายหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในโรงงาน การเกษตร การประมง...

คกน.-เครือข่าย เปิดเวที ‘ชาติพันธุ์กับรัฐธรรมนูญ’ บทเรียน 50 ปีสู่รัฐธรรมนูญที่คนเท่ากัน

1 ธันวาคม 2568 เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) และเครือข่ายจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘การต่อสู้ของพี่น้องชาติพันธุ์กับความสำคัญของรัฐธรรมนูญ’ โดยมีองค์กรภาคประชาชนจากไทย–เมียนมาร่วมแลกเปลี่ยน เพื่อทบทวนประวัติศาสตร์การต่อสู้ด้านสิทธิชุมชน...