เครือข่ายชาติพันธุ์‘ ประกาศ Kick off ร่างกฎหมายชาติพันธุ์ สนับสนุนสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม

Date:

เมื่อวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ร่วมกับ จังหวัดแม่ฮ่องสอน, องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม, สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย, มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ, มูลนิธิชุมชนไทย และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย รวมทั้งประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 60 กลุ่มในประเทศไทย จัดกิจกรรม“ขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. …. เดินหน้ากฎหมายชาติพันธุ์: โอกาสบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม” ณ บ้านผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารให้สังคมมีความเข้าใจหลักการ สาระสำคัญ และความจำเป็นของการมีกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งเป็นหมุดหมายเริ่มต้นที่ภาครัฐและภาคประชาสังคมที่จะร่วมกันขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมี โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), เชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ขึ้นกล่าวสนับสนุนในประเด็นดังกล่าว



“กิจกรรม KICK OFF ในวันนี้ อยากให้ทุกคนแสดงความเห็นในสิ่งที่ต้องการได้รับการคุ้มครองและการส่งเสริมอย่างเต็มที่ เช่น อาชีพ สิทธิต่าง ๆ ที่ควรจะได้รับ ซึ่งจะมีกลไกสภาชนเผ่าทุกชนเผ่าเป็นคณะกรรมการ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสมัชชา เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในฐานนะคนไทยอย่างเท่าเทียม รวมถึงสิทธิทางการเมือง สิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการคุ้มครองและการส่งเสริม” เสริมศักดิ์กล่าว

จากนั้นในเวลา 14.00 น. ได้มีการจัดวงเสวนาวิชาการ “กฎหมายชาติพันธุ์: ตัวตนและศักยภาพของกลุ่มชาติพันธุ์” โดยมีศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย, ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม, ศูนย์พัฒนาราษฎรพื้นที่สูง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และภาคเอกชนที่ทำงานด้านชาติพันธุ์ ร่วมวงเสวนา โดยมีนาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) เป็นผู้ดำเนินรายการ


ภาพ : มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ

อภินันท์ ธรรมเสนา ผู้แทนศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หรือศมส. กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการผลักดันกฎหมายชาติพันธุ์ เกิดจากแนวทางการดำเนินการที่ผ่านมาจะเป็นแนวนโยบาย หลักการ ในการดูแลกลุ่มชาติพันธุ์ และยกระดับให้เป็นกฎหมายด้วยความเชื่อว่า คนทุกคนคือ ชาติพันธุ์ และความเป็นชาติพันธุ์ คือการสำนึกรู้ว่าเราคือใคร ดังนั้น เรื่องชาติพันธุ์จึงเป็นเรื่องของทุกคนในสังคม เพื่อให้เกิดการยอมรับของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยระหว่างกระบวนการออกกฎหมายนี้ กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองควรเสริมสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ ส่วนทางศมส.เห็นว่ายังคงมีชาติพันธุ์อีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ทราบสถานการณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้น ระหว่างการรอกระบวนการออกกฎหมาย ทางศมส.จะเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้แก่ชาติพันธุ์ให้ครอบคลุม เมื่อกฎหมายนี้ประกาศใช้จะได้สามารถดำเนินการในทางปฏิบัติได้โดยทันที

“กลยุทธ์สำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้คือ ‘ความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม’ โดยกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองได้แสดงศักยภาพให้สังคมเห็นว่า เรามีศักยภาพในการจัดการทรัพยากร การอยู่กับป่าด้วยวิถีชีวิตปกติวิถีของชาติพันธุ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนสำคัญทางวัฒนธรรมและทรัพยากรมนุษย์ที่ช่วยสรรค์สร้างประเทศนี้ได้เช่นเดียวกับประชากรไทยทุกคน โดยระหว่างการผลักดันและขับเคลื่อนกฎหมายนี้ มีการทำงานร่วมกันของภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาควิชาการคอยหนุนเสริม และที่สำคัญหลังจากนี้ คือ การติดตามความคืบหน้าของกฎหมาย เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อและล่าช้าเกินกว่าแผนที่ควรจะเป็น และเพื่อให้กฎหมายที่ออกมาตรงกับอุดมการณ์และเจตนารมณ์ของการออกกฎหมาย” อภินันท์กล่าว

ศักดิ์ดา แสนมี่ เลขาธิการสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกลไกการรวบรวมความเห็นกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในการเสนอกฎหมาย ที่สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยขับเคลื่อนเรื่องนี้นานกว่า 10 ปี เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจในประเด็นชาติพันธุ์ และการรวมกลุ่มกันเป็นสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นกลไกในการร่วมแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง

ไมตรี จงไกรจักร์ มูลนิธิชุมชนไท ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) กล่าวถึงขับเคลื่อนงานด้านกฎหมายชาติพันธุ์ ในเครือข่ายภาคประชาชน ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 จากเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิที่ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์เดิมในพื้นที่ถูกมองว่าเป็นคนไทยกลุ่มใหม่ และคนเร่ร่อนตามแถบทะเล ทำให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกที่ดิน ถูกไล่ต้อน จนนำมาสู่การฟื้นฟูประวัติศาสตร์และนำเสนอข้อมูลต่อรัฐบาล ซึ่งการผลักดันเรื่องนี้มีการดำเนินการมาโดยตลอดในภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ในช่วงปี 2553 ได้ร่วมงานกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อยกร่างเรื่องมติคณะรัฐมนตรี และนำเสนอจนเกิดมติ ครม. 2 มิถุนายน 2553 และได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายกะเหรี่ยงยกระดับการทำงานวางรูปแบบการทำงานผลักให้เกิดมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 ตามมา

“โดยปกติระยะเวลในการออกกฎหมายเร็วที่สุด คือ 2 ปี แต่หากมีประเด็นใหม่ ๆ มาแทรก การออกกฎหมายก็จะล่าช้าไปอีก เพราะฉะนั้น ทุกครั้งทึ่มีกระบวนการในสภา การเคลื่อนไหวและแสดงตัวตน แสดงถึงการติดตามกระบวนการ ก็จะเป็นหนึ่งในตัวเร่งสำคัญที่จะทำให้กระบวนการออกกฎหมายไม่ถูกทำใหัยืดเยื้อ และระหว่างที่รอกฎหมายออก เราต้องสื่อสารสิ่งที่เราทำอยู่ และดำรงอยู่ ที่มันไม่ได้ต้องการได้รับความคุ้มครองที่พิเศษไปกว่าคนอื่นแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการการรับรองสิ่งที่เราเป็นอยู่เท่านั้นเอง” ไมตรีกล่าว

นอกจากนั้นยังมีการแสดงดนตรีจาก สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ และ บัญชา มุแฮ ชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ก่อนจบกิจกรรมของวันที่ 18 มกราคม และในวันที่ 19-20 มกราคม ก็ได้มีกิจกรรมประชุมเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อทบทวนสถานการณ์กลุ่มชาติพันธุ์ ถอดบทเรียนการขับเคลื่อนพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ การจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์และกำหนดแนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในทางวิชาการและการขับเคลื่อนในระดับนโยบายอีกด้วย


พื้นที่สื่อสาร สังคมประชาธิปไตย ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า

ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

Lanner Editor
Lanner Editor
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ชายแดนไทย–เมียนมาปะทุรุนแรงต่อเนื่อง แม่สอดผวาอพยพรายวัน หลังเมียนมาโจมตีหมู่บ้านมะระกัน ดับ 18 ราย เด็กเล็กเสียชีวิต–แรงระเบิดสั่นถึงฝั่งไทย

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงตึงเครียดอย่างหนักจากการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 40 วัน และยังคงสร้างผลกระทบต่อฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการโจมตีของกองทัพเมียนมา...

เมื่อร้านกาแฟกลายเป็นช่องฟอกเงิน ส.ส.วิโรจน์เตือน เชียงรายเสี่ยงเป็นฐานทุนสแกมเมอร์ จี้รัฐตรวจธุรกิจเงินสด–นอมินี

จังหวัดเชียงรายกำลังถูกจับตามองในฐานะพื้นที่ที่มีการไหลเข้าออกของเงินผิดกฎหมายจากขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) ในภาคเหนือ หลัง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ระบุในงานสัมมนา...

สุขภาพของ ‘เขา’ คือสุขภาพของ ‘เรา’ เหตุผลจริงของการรักษาที่ชายแดน บทเรียนที่แม่สอดและอุ้มผาง กับข้อตกลงสุขภาพข้ามพรมแดนที่ยังมาไม่ถึง

เรื่อง: กุลธิดา กระจ่างกุล อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คือหนึ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาหลายหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในโรงงาน การเกษตร การประมง...

คกน.-เครือข่าย เปิดเวที ‘ชาติพันธุ์กับรัฐธรรมนูญ’ บทเรียน 50 ปีสู่รัฐธรรมนูญที่คนเท่ากัน

1 ธันวาคม 2568 เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) และเครือข่ายจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘การต่อสู้ของพี่น้องชาติพันธุ์กับความสำคัญของรัฐธรรมนูญ’ โดยมีองค์กรภาคประชาชนจากไทย–เมียนมาร่วมแลกเปลี่ยน เพื่อทบทวนประวัติศาสตร์การต่อสู้ด้านสิทธิชุมชน...