‘Alfredo’ อนาคิสต์อิตาลี อดอาหารประท้วง “ฉันพร้อมตายเพื่อต้านกฎหมาย 41”

Date:

“ฉันพร้อมตายเพื่อให้โลกรู้ว่ากฎหมาย 41 คืออะไร” 

ถ้อยคำแถลงในจดหมายของ ‘Alfredo Cospito’ นักอนาธิปไตยชาวอิตาลีวัย 55 ปี ที่ถูกจับกุมในมาตรา 41 ประมวลกฎหมายอาญาของอิตาลี หลังเขาและเพื่อนขับมอเตอร์ไซค์บุกไปยิงขาของ ‘Roberto Adinolfi’ ผู้อำนวยการนิวเคลียร์ของภาครัฐในกรุงเจนัว อิตาลี เมื่อ 7 พฤษภาคม 2012 ต่อมาเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการวางระเบิดโรงเรียนนายร้อยตำรวจที่ Carabinieri ในปี 2006 ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดดังกล่าว

 อย่างไรก็ตามเขาถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต จาก 2 เหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันเขาถูกจำคุกเป็นเวลา 10 ปีแล้ว โดยระหว่างการจำคุกรัฐบาลอิตาลีได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของเขาทุกครั้ง และปัจจุบัน Alfredo กำลังอดอาหารประท้วงกฎหมายดังกล่าวอยู่ในเรือนจำ ‘41 Bis’ ไม่น้อยกว่า 100 วัน ส่งผลให้น้ำหนักเขาลดกว่า 50 กิโล 

ล่าสุด 24 มีนาคม 2023 เว็บไซต์ Agenzianova รายงานว่า Alfredo ถูกส่งไปยังห้องขังของโรงพยาบาลซานเปาโลเพื่อดูแลอาการป่วยอย่างใกล้ชิด

ขณะที่สถานการณ์ด้านนอก กลุ่มผู้นิยมอนาธิปไตยหลายประเทศ อาทิ สเปน, เยอรมัน, กรีซ และอเมริกันใต้ รวมตัวกันประท้วงและก่อจลาจล โดยบางพื้นที่เริ่มมีการยกระดับการประท้วงด้วยการระเบิดรถนักการทูตอิตาลีในประเทศกรีซ รวมถึงโจมตีสถานทูตอิตาลีในหลายประเทศ โดยพวกเขาประกาศสนับสนุนข้อเรียกร้องของ Alfredo นั้นคือการ “ยกเลิกมาตรา 41” 



กฎหมาย ‘41 Bis’

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 41 ถูกนำมาใช้ในอิตาลีในปี 1975 เป็นกฎหมายที่คุมขังผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรม ค้ายาเสพติด ลักพาตัว ไปจนถึงก่อการร้ายหรือตั้งองค์กรล้มล้างการปกครอง โดยมีมาตรการขังเดี่ยวนักโทษเป็นเวลา 22 ชั่วโมงต่อวัน และจำกัดการเยี่ยมเพียง 1 ชั่วโมงต่อเดือน โดยกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อตัดแกนนำมาเฟียออกจากโลกภายนอก ต่อมาในปี 2002 กฎหมายดังกล่าวเป็นข้อบังคับถาวรในประมวลกฎหมายอาญาอิตาลี

อย่างไรก็ตามในปี 2003 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังแสดงความกังวลต่อกฎหมายดังกล่าวว่าอาจกลายเป็น “การลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ต่อผู้ต้องขังในบางกรณี รวมถึงในปี 2007 ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (ECHR) เห็นว่าการใช้กฎหมาย 41 ละเมิดมาตรา 2 ของอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ได้แก่ มาตรา 6 สิทธิในการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม และมาตรา 8 สิทธิในการเคารพในชีวิตส่วนตัวและครอบครัว

ทั้งนี้สำนักข่าว BBC ยังรายงานด้วยว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายคนมองว่ากฎหมาย ‘41 Bis’ คือ “รูปแบบการลงโทษในยุคกลาง” ขณะที่เว็บไซต์ ‘Elsaltodiario’ รายงานอีกว่า นักกฎหมายกว่า 200 คน ลงนามในคำร้องเพื่อประณามการพิจารณาคดีของ Alfredo อีกทั้ง

ล่าสุดเว็บไซต์ ‘Unionesarda’ รายงานว่า ‘Flavio Rossi Albertini’ ทนายความของเขาได้ประกาศจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (The European Court of Human Rights) หลังได้รับจดหมายของ Alfredo ที่เขียนในเรือนจำว่าเขาเต็มใจที่จะตายเพื่อต่อต้านกฎหมาย 41 



“ฉันพร้อมตายเพื่อให้โลกรู้ว่ากฎหมาย 41 คืออะไร”

นี่คือจดหมายของ Alfredo ที่เขียนในเรือนจำ ก่อนที่จะถูกย้ายจากเรือนจำ Bancali ใน Sassari ไปยังเรือนจำโอเปร่าในเมืองมิลานประเทศอิตาลี

“การต่อสู้ของฉันกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 41 คือการต่อสู้ของผู้นิยมอนาธิปไตย ฉันไม่ได้รับคำสั่งจากใครหรือออกคำสั่งใคร ฉันไม่สามารถอยู่ในระบอบการปกครองที่ไร้มนุษยธรรมเช่นกฎหมาย 41 และฉันไม่สามารถอ่านในสิ่งที่ฉันต้องการได้อย่างอิสระ หนังสือ หนังสือพิมพ์ วารสารเกี่ยวกับอนาธิปไตย นิตยสารศิลปะและวิทยาศาสตร์ ตลอดจนวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ความเป็นไปได้เดียวที่ฉันจะออกไปได้คือ ละทิ้งความเป็นอนาธิปไตยและขายต่อให้กับคนที่จะมาแทนที่ฉัน

นี่คือระบอบที่ฉันไม่สามารถติดต่อกับมนุษย์ภายนอกได้ ฉันไม่สามารถมองเห็นหรือแตะต้องใบหญ้า หรือกอดคนที่ฉันรักได้ ไม่แม้แต่จะสามารถดูรูปพ่อแม่ของฉัน มันเป็นระบอบที่ถูกฝังทั้งเป็นในหลุมศพแห่งความตาย แต่ฉันจะสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ใช่เพราะเป็น “หน้าที่” แต่เพราะนี่ไม่ใช่ชีวิตที่ฉันเลือก

หากเป้าหมายของรัฐอิตาลีคือการทำให้ฉัน “แยกตัว” ออกจากการกระทำของพวกอนาธิปไตยนอกกำแพงเหล่านี้ ฉันก็จะปฏิเสธข้อเรียกร้องเหล่านี้ในฐานะนักอนาธิปไตยที่ดี ฉันเชื่อว่าทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และในฐานะสมาชิกของกระแสต่อต้านองค์กร ฉันไม่ใช่ “องค์กร” ที่รับการติดต่อจากใคร ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถ “แยกตัว” ออกจากใครได้ ความสนิทเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผู้นิยมอนาธิปไตยที่สอดคล้องกันจะไม่ทำตัวห่างเหินจากผู้นิยมอนาธิปไตยคนอื่น ๆ เพราะการฉวยโอกาสหรือผลประโยชน์

ฉันปกป้องการกระทำของฉันอย่างภาคภูมิมาโดยตลอด (แม้แต่ในศาล นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันมาอยู่ที่นี่) และฉันไม่เคยวิจารณ์การกระทำเหล่านั้นของสหายคนอื่นๆ น้อยครั้งนักเมื่อมีสถานการณ์แบบเดียวกับที่ฉันพบ

การดูถูกผู้นิยมอนาธิปไตยที่ร้ายแรงที่สุดคือการถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ออกคำสั่งหรือรับคำสั่งจากใคร

เมื่อฉันอยู่ในระบอบการปกครองที่มีความมั่นคงสูง ฉันก็ถูกเซ็นเซอร์เช่นกัน ฉันทำได้แค่เพียงส่งบทความไปยังหนังสือพิมพ์และนิตยสารของพวกอนาธิปไตย และเหนือสิ่งอื่นใด ฉันมีอิสระที่จะรับหนังสือ นิตยสาร และเขียนหนังสือ และได้อ่านในสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันควรได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่อด้วยซ้ำ

วันนี้ฉันพร้อมที่จะตายเพื่อให้โลกเข้าใจว่ากฎหมายมาตรา 41 คืออะไร ผู้คนกว่า 750 คนต้องทนทุกข์ทรมานโดยไม่สามารถประท้วงได้ แถมถูกสื่อประณามอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ถึงตาฉันแล้ว: คุณใส่ร้ายฉันว่าเป็นผู้ก่อการร้ายกระหายเลือด… แล้วยังให้ร้ายพวกเราอีกเหมือนอสุรกายที่น่ากลัว เมื่อทุกอย่างจบลง ฉันจะถูกยกขึ้นสู่แท่นบูชาแห่งมรณสักขีอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ ขอบคุณ ฉันไม่อยู่ในอารมณ์ ฉันไม่ปล่อยตัวเองไปกับเกมการเมืองสกปรกของคุณ

ในความเป็นจริง ปัญหาที่แท้จริงสำหรับรัฐอิตาลีก็คือ สิทธิมนุษยชนทั้งหมดที่ถูกละเมิดโดยระบอบการปกครองของกฎหมาย 41 นี้ ในนามของ “ความมั่นคง” ซึ่งทุกอย่างถูกสังเวย จะถูกเปิดเผย ดี! คุณจะต้องคิดให้รอบคอบก่อนที่จะใส่อนาธิปไตยที่นี่ ฉันไม่รู้ว่าอะไรคือแรงจูงใจที่แท้จริงและแผนการทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง และเพราะมีคนใช้ฉันเป็น “แอปเปิ้ลอาบยาพิษ” ในระบอบการปกครองนี้ ค่อนข้างยากที่จะไม่คาดเดาว่าปฏิกิริยาของฉันต่อ “สิ่งไม่มีชีวิต” นี้จะเป็นอย่างไร รัฐอิตาลีเป็นตัวแทนที่คู่ควรของความเจ้าเล่ห์ของตะวันตกที่ให้บทเรียนด้าน “ศีลธรรม” แก่ส่วนอื่นๆ ของโลกอย่างต่อเนื่อง กฎหมายมาตรา 41 ได้ให้บทเรียนที่รัฐ “ประชาธิปไตย” นำมาปรับใช้อย่างดี เช่น ตุรกี (เพื่อนชาวเคิร์ดรู้เรื่องนี้ดี) และโปแลนด์

ฉันเชื่อว่าการตายของฉันจะเป็นอุปสรรคต่อระบอบการปกครองนี้ และผู้คนกว่า 750 คนที่ทนทุกข์กับมันมานานหลายทศวรรษ จะสามารถใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ฉันรักชีวิต ฉันเป็นคนที่มีความสุข ฉันจะไม่แลกชีวิตของฉันเพื่อชีวิตของใคร และเป็นเพราะฉันรักมัน ฉันจึงไม่สามารถยอมรับสิ่งไม่มีชีวิตที่สิ้นหวังนี้ได้

ขอบคุณสหายที่มอบความรักให้แก่กัน

สำหรับอนาธิปไตยผู้ไม่ยอมจำนน

อัลเฟรโด คอสปิโต

อ่านจดหมายฉบับภาษาอังกฤษได้ที่นี่: https://theanarchistlibrary.org/library/alfredo-cospito-i-am-ready-to-die?fbclid=IwAR30Y9rDO-tIMuUALST7RvUmVSpCeXw5Rk5UG8zgr7ALYYbgbSXQJo9MIqo&mibextid=Zxz2cZ


รวบรวมข้อมูลจาก: https://www.bbc.com/news/world-europe-64467764?fbclid=IwAR0w8LRZitscYA2ugYubW49BcmjI-5crjC39cm28ZGGVvPCmTvj2VIS9bhI
https://www.blitzquotidiano.it/cronaca-italia/attentato-adinolfi-cassazione-conferma-condanne-ad-alfredo-cospito-e-nicola-gai-2173970/
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Alfredo_Cospito
https://apnews.com/article/greece-athens-arson-italy-government-9f4512cb4d9f6b12366a581f1cbba380

พื้นที่สื่อสาร สังคมประชาธิปไตย ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า

ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

Lanner Editor
Lanner Editor
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ชายแดนไทย–เมียนมาปะทุรุนแรงต่อเนื่อง แม่สอดผวาอพยพรายวัน หลังเมียนมาโจมตีหมู่บ้านมะระกัน ดับ 18 ราย เด็กเล็กเสียชีวิต–แรงระเบิดสั่นถึงฝั่งไทย

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงตึงเครียดอย่างหนักจากการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 40 วัน และยังคงสร้างผลกระทบต่อฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการโจมตีของกองทัพเมียนมา...

เมื่อร้านกาแฟกลายเป็นช่องฟอกเงิน ส.ส.วิโรจน์เตือน เชียงรายเสี่ยงเป็นฐานทุนสแกมเมอร์ จี้รัฐตรวจธุรกิจเงินสด–นอมินี

จังหวัดเชียงรายกำลังถูกจับตามองในฐานะพื้นที่ที่มีการไหลเข้าออกของเงินผิดกฎหมายจากขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) ในภาคเหนือ หลัง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ระบุในงานสัมมนา...

สุขภาพของ ‘เขา’ คือสุขภาพของ ‘เรา’ เหตุผลจริงของการรักษาที่ชายแดน บทเรียนที่แม่สอดและอุ้มผาง กับข้อตกลงสุขภาพข้ามพรมแดนที่ยังมาไม่ถึง

เรื่อง: กุลธิดา กระจ่างกุล อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คือหนึ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาหลายหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในโรงงาน การเกษตร การประมง...

คกน.-เครือข่าย เปิดเวที ‘ชาติพันธุ์กับรัฐธรรมนูญ’ บทเรียน 50 ปีสู่รัฐธรรมนูญที่คนเท่ากัน

1 ธันวาคม 2568 เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) และเครือข่ายจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘การต่อสู้ของพี่น้องชาติพันธุ์กับความสำคัญของรัฐธรรมนูญ’ โดยมีองค์กรภาคประชาชนจากไทย–เมียนมาร่วมแลกเปลี่ยน เพื่อทบทวนประวัติศาสตร์การต่อสู้ด้านสิทธิชุมชน...