รัฐบาลรับ 6 ข้อเสนอ “คนอยู่กับป่า” ตั้งคณะทำงานแก้ปัญหากฎหมายที่ดิน-ป่าไม้

Date:

1 เมษายน 2568 การเคลื่อนไหวของสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ซึ่งปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่มาตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เครือข่ายฯ กดดันรัฐบาลต่อเนื่องยาวนานถึง 9 วัน เพื่อผลักดัน 6 ข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหากฎหมายป่าไม้ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

โดยในวันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาพบปะและเจรจากับเครือข่ายฯ กว่า 5,000 คน ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยรับปากต่อหน้าประชาชนว่าจะนำข้อเรียกร้องทั้ง 6 ข้อเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 เมษายน 2568

อย่างไรก็ตาม ในคืนวันที่ 31 มีนาคม สชป. และ สกน. ได้รับสัญญาณจากฝ่ายประสานงานว่าข้อเรียกร้องบางส่วนอาจถูกตัดออกจากวาระประชุม ทำให้มวลชนกว่า 100 คน เดินทางจากเชียงใหม่ไปยังทำเนียบรัฐบาลร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) เพื่อกดดันรัฐบาล พร้อมกับการเคลื่อนไหวคู่ขนานที่ศาลากลาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีเครือข่ายฯ กว่า 3,000 คนรอติดตามผลการประชุม

ระหว่างการชุมนุมในเชียงใหม่ เครือข่ายฯ ได้มีการเผาพวงหรีด “ฌาปนกิจ สคทช.” โดยกล่าวถึงสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ว่าเป็นหน่วยงานที่ไร้ประสิทธิภาพ ปราศจากความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชน และพยายามตัดข้อเรียกร้องของภาคประชาชนออกจากบันทึกข้อตกลง เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการเสนอเรียกร้องของเครือข่ายไปยังมติ ครม.

ทั้งนี้ในเวลา 13.00 น. ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงผลการประชุม ครม. โดยมีมติรับหลักการข้อเรียกร้องทั้ง 6 ข้อของสชป. และ สกน. ดังนี้

1.ตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขกฎหมายป่าอนุรักษ์ ครม. เห็นชอบให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ทั้งฉบับ ภายใน 30 วัน หลัง ครม. รับทราบมติ โดยต้องมี สัดส่วนภาครัฐและภาคประชาชนเท่ากัน และให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 90 วัน นอกจากนี้ ยังมีมติ ชะลอการประกาศเขตป่าอนุรักษ์ใหม่จำนวน 23 แห่ง และ ยุติการดำเนินโครงการตาม พ.ร.ฎ.โครงการอนุรักษ์ฯ ที่อาจละเมิดสิทธิของชุมชนในระหว่างรอการแก้ไขกฎหมาย

2.สำรวจสิทธิในที่ดินของประชาชน มอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ ดำเนินการสำรวจการถือครองที่ดินของราษฎรที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า ตามมติ ครม. 29 ตุลาคม 2567 เพื่อรับรองสิทธิและป้องกันปัญหาคดีความในอนาคต

3.แต่งตั้งคณะกรรมการโฉนดชุมชน มติ ครม. สั่งการให้รองนายกรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง ประสานรองนายกรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน (ปจช.) ภายใน 7 วัน โดยมีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วม และจัดประชุมครั้งแรกภายใน 30 วัน

4.เร่งรัดแก้ปัญหาสถานะบุคคล ให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการออกประกาศตามมติ ครม. 29 ตุลาคม 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ รวมถึงคนไทยที่ไม่มีเอกสารสิทธิให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้

5.ผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีที่ดิน-ป่าไม้ สั่งการให้รองนายกรัฐมนตรีประสานงานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง) เร่งนำ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ดินและป่าไม้ เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

6.นำผลการเจรจาเข้าสู่ ครม. และติดตามผลอย่างเป็นทางการ มติ ครม. รับทราบผลการเจรจาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องทั้งหมด โดยมีรองนายกรัฐมนตรีประเสริฐเป็นผู้ประสานงานหลัก

ภายหลังการประกาศมติ ครม. โดยรองนายกฯ เครือข่ายสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ได้ออก แถลงการณ์ฉบับที่ 5 ประกาศยืนยันเดินหน้าติดตาม ตรวจสอบ และกำกับให้รัฐบาลปฏิบัติตามมติ ครม. อย่างเป็นรูปธรรม

ในแถลงการณ์ระบุว่า แม้จะบรรลุข้อเรียกร้องทั้ง 6 ข้อ ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายป่าไม้ แต่ภาคประชาชนยังคงมีความกังวลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา และพยายามปรับแก้บันทึกข้อตกลงกับประชาชนอย่างไม่ตรงไปตรงมา

เครือข่ายฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้าติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาตามมติ ครม. อย่างใกล้ชิด หากรัฐบาลยังไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในทางปฏิบัติ เครือข่ายฯ จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และยกระดับข้อเรียกร้องถึงขั้นเจรจากับนายกรัฐมนตรีโดยตรง

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

8 กุมภานี้ เราไม่ได้แค่ ‘เลือกคนที่รัก พรรคที่ใช่’ แต่เรากำลังเลือกกติกา เพื่อสถาปนา ‘สิทธิชุมชน’

เรื่อง: พชร คำชำนาญ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งทั่วไป ท่ามกลางบรรยากาศหาเสียงที่คึกคักเหมือนทุกครั้ง แต่ปีนี้มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน และเกิดขึ้นวันเดียวกัน...

เทาทั้งแผ่นดิน (สีม่วงไม่รับ)

เรื่อง: อรรถจักร สัตยานุรักษ์  เชื่อได้ว่าการแจกเงินเพื่อซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ สูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะแค่การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพิ่งผ่านไป ก็มีคนออกมายืนยันว่าจ่ายเงินหัวละพันบาทแล้ว ทำไมจึงมีการจ่ายเงินซื้อเสียงและจ่ายกันมากขึ้น การจ่ายเงินครั้งนี้จะไม่กระมิดกระเมี้ยนอย่างที่ผ่านมาเพราะบรรดานักการเมืองที่ซื้อเสียงได้ประเมินอย่างชัดเจนแล้วว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นไม่ได้คิดหรือเจาะจงทำงานเพื่อจับการซื้อเสียงให้ได้ คณะกรรมการฯ จะทำหน้าที่เพียงแค่การจัดการเลือกตั้งให้ดำเนินไปได้เท่านั้น...

เชิญพิจารณา: ช่องว่างนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง 8 กุมภา กับบททดสอบนโยบายรัฐไทยต่อวิกฤตแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง

เรื่อง: สืบสกุล กิจนุกร การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง อาจไม่ใช่เพียงการเลือกตัวแทนทางการเมืองตามวาระปกติ หากแต่เป็นการตัดสินใจต่อคำถามใหญ่กว่านั้นว่า...

มช. ดัน ‘มรดกภูมิปัญญาชาติพันธุ์’ สู่กฎหมายอากาศสะอาด-โลกร้อน คืนสิทธิที่ดินเปลี่ยน ‘ผู้บุกรุก’ เป็น ‘ผู้พิทักษ์ป่า’

14 มกราคม 2569 ที่สวนอัญญา จังหวัดเชียงใหม่ ภาควิชาสังคมศาสตร์กับการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเวทีเสวนาส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายในหัวข้อ...