เผด็จการทหารเมียนมาบังคับให้แสดงหลักฐานการจ่ายภาษีเพื่อต่ออายุหนังสือเดินทาง

Date:

แปลจาก https://myanmar-now.org/en/news/myanmar-regime-to-require-proof-of-paying-taxes-for-passport-renewals/

เผด็จการทหารเมียนมาเผชิญวิกฤตทางการเงินขั้นร้ายแรง ออกคำสั่งให้คนทำงานบนเรือและแรงงานข้ามชาติเมียนมาต่อหนังสืออายุเดินทางด้วยเงินสกุลต่างประเทศ หน่วยงานที่รับผิดชอบการออกหนังสือเดินทางประกาศว่าประชาชนสัญชาติเมียนมาที่มีรายได้ในต่างประเทศและเรือต่างชาติต้องมีใบจ่ายภาษีเพื่อต่ออายุหนังสือเดินทาง

ประกาศนี้ติดอยู่ที่ที่ทำการไปรษณีย์หลายแห่งซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทยเมียนมา ประกาศนี้ระบุว่าแรงงานข้ามชาติที่ต้องการต่อหนังสือเดินทางสำหรับการทำงาน (PJ) หรือผู้ทำงานบนเรือ (PS) ต้องแสดงใบรับรองจากกรมอากรภายในของกระทรวงวางแผนและการเงินของเผด็จการทหาร

เมื่อเมียนมานาว(Myanmar now)ติดต่อสำนักงานหนังสือเดินทางในเมืองเนปิฏอว์เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าระเบียบใหม่นี้บังคับใช้แล้วแต่ปฏิเสธจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สำนักงานหนังสือเดินทาง หากผู้ถือพาสปอร์ตไม่สามารถแสดงหลักฐานการจ่ายภาษีจะไม่สามารถต่ออายุหนังสือเดินทางได้ อย่างไรก็ตามยังมีทางเลือกให้กับผู้ต้องการต่ออายุหนังสือเดินทางในต่างประเทศด้วยการจ่ายภาษีทั้งหมดที่สถานทูตเป็นเงินก้อนเดียว

การรัฐประหารที่ดำเนินมากว่าสองปีครึ่งทำให้เผด็จการทหารอยู่ในสภาวะที่ต้องการเงินตราต่างประเทศอย่างเร่งด่วนเนื่องจากการถอนตัวของธุรกิจต่างประเทศและการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ของเผด็จการทหารต่าง ๆ เผด็จการทหารจึงวางแผนเก็บภาษีแรงงานข้ามชาติเพิ่มโดยเริ่มในเดือนตุลาคม รวมถึงแผนต่อมาที่จะจำกัดและควบคุมการต่อหนังสือเดินทางเพิ่มขึ้นไปอีก

ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีที่ไม่ประสงค์ออกนามด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยกล่าวว่า ด้วยเหตุนี้แรงงานข้ามชาติและแรงงานที่ทำงานบนเรือที่ไม่จ่ายภาษีให้กับรัฐบาลทหารจะไม่สามารถเดินทางหรืออาศัยในต่างประเทศได้ “นั่งคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น แรงงานก็จะต้องจ่ายภาษีให้พวกเขา(เผด็จการทหาร) นี่คือการปล้นทรัพย์แรงงานข้ามชาติโดยรัฐบาลทหาร”

ในวันที่ 23 กันยายน หนังสือพิมพ์ที่ควบคุมโดยเผด็จการทหารประกาศกฎหมายภาษีสหภาพของปี 2023 ที่แก้ไขการเก็บภาษีจากแรงงานข้ามชาติและประชาชน ผู้นำเผด็จการทหารมินอ่องหล่ายอนุมัติกฎหมายภาษีสหภาพซึ่งได้รับการอนุมัติรายปี โดยแก้ไขมาตรา 22 ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคมปี 2023 ไปจนถึงเดือนมีนาคมปี 2024

การแก้กฎหมายนี้ยกเลิกการยกเว้นภาษีของแรงงานข้ามชาติซึ่งได้รับการยกเว้นครั้งแรกในปี 2012 สมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีเต็งเส่งและใช้งานมาเป็นเวลากว่า 10 ปี นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการคำนวณภาษี 2 วิธีตามการได้มาซึ่งรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศของแรงงานโดยพิจารณาจากฐานภาษีหรืออัตรา 2 เปอร์เซ็นต์ของรายได้โดยไม่ลดหย่อน แรงงานที่รับค่าแรงเป็นเงินตราต่างประเทศต้องจ่ายภาษีตำกว่าอัตราทั้งสองที่กล่าวไป

ประชาชนชาวเมียนมาที่อาศัยในต่างประเทศไม่ได้รับการยกเว้นภาษีรายได้อีกต่อไปกับรายได้”ที่ไม่ใช่เงินเดือน” ซึ่งอาจมาจากกองทุนต่างประเทศ รายได้จากธุรกิจหรือรายได้จากการให้บริการ และจะต้องจ่ายภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเป็นเงินตราต่างประเทศ หากไม่สามารถแสดงใบรับรองภาษีอาจนำไปสู่การที่เจ้าหน้าที่ในระบอบเผด็จการทหารใช้มาตรการลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น เช่น การยกเลิกหนังสือเดินทาง ระงับการออกหนังสือเดินทางใหม่ ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ หรือใช้มาตรการทางกฎหมายต่อประชาชนภายใต้กฎหมายบริหารการเก็บภาษี

เมียนมาเซ็นข้อตกลงทวิภาคีเว้นภาษีสองทางกับ 8 เป็นประเทศได้แก่ อินเดีย ลาว มาเลเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย สหราชอาณาจักและเวียดนาม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีให้ข้อมูลกับเมียนมาร์นาว(Myanmar Now)ว่า ในขณะที่ข้อตกลงนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการจ่ายภาษีสองครั้งจากรายได้เดียวกัน ซึ่งในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะทราบถึงผลกระทบของการแก้กฎหมายต่อแรงงานเมียนมาที่อาศัยอยู่ในประเทศเหล่านี้

แรงงานเมียนมาคนหนึ่งในสิงคโปร์กล่าวว่า แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่อาจถูกเก็บภาษี 2 ครั้งจากกฎหมายภาษีฉบับใหม่ภายใต้แผนการของเผด็จการทหาร การเชื่อมโยงการจ่ายภาษีเข้ากับการต่ออายุหนังสือเดินทางอาจบังคับให้แรงงานจ่ายภาษีแม้ว่าพวกเขาไม่ต้องการหรือหารายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษีแทน และโครงการนี้ดูเหมือนจะสร้างเม็ดเงินอย่างมีนัยยะสำคัญให้กับเผด็จการทหาร

ก่อนบังคับใช้ข้อบังคับใหม่นี้เผด็จการทหารได้บังคับใช้คำสั่งที่ให้แรงงานชาวเมียนมาต้องส่งเงิน 25 เปอร์เซ็นต์ของรายได้กลับประเทศให้กับสมาชิกครอบครัวในเมียนมาโดยใช้ธนาคารท้องถิ่นของเมียนมา

ตามข้อมูลจากองค์กรที่รณรงค์ประเด็นแรงงานในประเทศไทย มีแรงงานเมียนมาที่ทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยกว่า 1.7 ล้านคน รวมถึงมากกว่า 300,000 คน ที่ทำงานภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศ

ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

จากป่าหลังเมืองสู่เส้นทางเรียนรู้ ‘ยอดดอยปุย’ กับโจทย์การดูแลพื้นที่ร่วมกัน

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ถือเป็น ‘ป่าหลังเมือง’ ที่มีความสำคัญต่อชาวเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะแหล่งต้นน้ำ แหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ และพื้นที่เรียนรู้นิเวศประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเมือง โดยเฉพาะการเป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพวรวิหาร สัญลักษณ์สำคัญของเชียงใหม่ อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่กว่า...

“เสริมแรงเรียน เชียงใหม่” ชวนทุกคนมาเป็นครูอาสา สร้างพื้นที่การเรียนรู้ ให้เด็กชาติพันธุ์และลูกหลานแรงงานข้ามชาติ

การเรียนรู้ไม่ควรถูกจำกัดด้วยสถานะหรือพรมแดน แต่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เด็ก ทุกคนควรได้พัฒนาทักษะภาษา ทักษะชีวิต และเติบโตอย่างมั่นใจ  เสริม - แรง - เรียน...

สวมสิทธิ์หรือโครงสร้างเอื้อ? จากข้อพิพาทงานวิชาการ มช. สู่คำถามต่ออำนาจในระบบตำแหน่งในมหาวิทยาลัยไทย

กรณีร้องเรียนการสวมสิทธิ์ผลงานวิชาการภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังขยายตัวจากข้อพิพาทระหว่างอาจารย์ในแวดวงวิชาการ ไปสู่คำถามเชิงโครงสร้างต่อระบบตำแหน่งทางวิชาการ กลไกตรวจสอบภายใน และมาตรฐานจริยธรรมของสถาบันอุดมศึกษาไทย จุดเริ่มต้นมาจากการที่ ผศ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม อาจารย์ประจำคณะวิจิตรศิลป์ ระบุว่า...

ศาลฎีกาตัดสินจำคุก ‘บัสบาส’ 46 ปี ไม่รอลงอาญา โทษสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ภาพ: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 11 ธันวาคม 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยว่า ศาลจังหวัดเชียงรายได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีของ มงคล ถิระโคตร หรือ...