มิถุนายน 25, 2024
หน้าแรก ข่าว ตัดผมเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจฝ่ายปกครอง ฝ่ายปกครองโรงเรียนดัง อ.ร้องกวาง แพร่ กร้อนผม-เฆี่ยนตี นักเรียน 50 คน เห็นแผลชัด

ตัดผมเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจฝ่ายปกครอง ฝ่ายปกครองโรงเรียนดัง อ.ร้องกวาง แพร่ กร้อนผม-เฆี่ยนตี นักเรียน 50 คน เห็นแผลชัด

0
ตัดผมเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจฝ่ายปกครอง ฝ่ายปกครองโรงเรียนดัง อ.ร้องกวาง แพร่ กร้อนผม-เฆี่ยนตี นักเรียน 50 คน เห็นแผลชัด

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 Facebook fanpage : เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ เปิดเผยเรื่องราวหลังได้รับเรื่องร้องเรียน เหตุครูฝ่ายปกครองโรงเรียนดัง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ตรวจผมนักเรียนระดับชั้นม.ต้น กร้อนผมนักเรียนกว่า 50 คน หนำซ้ำยังลงโทษด้วยการใช้ไม้หวายตี ทำให้เกิดแผลบริเวณแขนจนเห็นได้ชัดเจน 

ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการร้องเรียนในประเด็นดังกล่าว ทางเพจเครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยเผยว่าได้รับการร้องเรียนบ่อยครั้ง โดยในแต่ละครั้งก็ได้ช่วยเหลือนักเรียนโดยการให้คำแนะนำทางกฎหมาย หากประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รวมถึงการให้ข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน และการปกป้องสิทธิเด็ก ร่วมกับการนำเสนอข่าวสารในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะแต่ละครั้งที่มีการลงโทษรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้น ผมของนักเรียนถูกไถจนแก้ทรงยาก ทำให้ขาดความมั่นใจกระทบต่อบุคลิกภาพ เป็นการละเมิดสิทธิ์ร่างกายของตัวเด็ก

โดยในประเทศไทยก็มี “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมนักเรียน พ.ศ. 2563″ ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อ 4 “นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวด้านหลังต้องยาวไม่เลยตีนผม ด้านหน้าและกลางตามความเหมาะสม” และ “นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ กรณีไว้ยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสมและรวบให้เรียบร้อย” และข้อ 7 “กำหนดให้สถานศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาหรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนวางระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่มีความเฉพาะเจาะจงได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบ” ซึ่งหมายความว่ากฏระเบียบที่ทางโรงเรียนตั้งขึ้นเอง รวมไปถึงการลงโทษที่ทางโรงเรียนใช้ ไม่สามารถขัดต่อกฎหมายพระราชบัญญัติและกฎกระทรวงทั้งหมดที่ปกป้องและคุ้มครองสิทธิเด็กได้

ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดการลงโทษของครูแบ่งออกเป็น 1.ว่ากล่าวตักเตือน 2.ทำทัณฑ์บน 3.ตัดคะแนนความประพฤติ 4.ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนั้น “ครูไม่มีสิทธิลงโทษด้วยการตีเด็ก” หากครูฝ่าฝืน จะผิดวินัยตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ อาจถูกปลดหรือไล่ออกจากราชการ และต้องโทษความผิดตามกฎหมายอาญาฐานทำร้ายร่างกาย ผู้ปกครองสามารถดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายทั้งทางอาญาและแพ่งได้

นอกจากนี้ ทางเครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ก็มีกำหนดการลงพื้นที่จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ณ โรงเรียนดังกล่าวในวันนี้ เวลา 15.30 น. พร้อมแถลงการณ์ระบุ 3 ข้อเรียกร้องผ่านรัฐมนตรี ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่ หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่โดยตรง โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้

1. เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อนักเรียน ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวสารอย่างเร่งด่วน

2. เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่เรียกร้องให้เอาผิดทางวินัยกับครูผู้กระทำผิด และให้มีการดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างเป็นธรรมต่อนักเรียน ซึ่งเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครั้งนี้

3. เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่เรียกร้องให้โรงเรียนครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน เคารพและปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล และกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็กตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้รับรองไว้อย่างเคร่งครัด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่