ภาคีเลือกตั้งผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ยื่นหนังสือถึง กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ร้องเพิ่มบทบัญญัติ ‘กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น’ ในรธน.ใหม่

Date:

17 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ภายหลังกิจกรรมการลงพื้นที่ของ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ  ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ณ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตัวแทนภาคประชาชนชาวเชียงใหม่ในนาม “ภาคีเครือข่ายรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ เชียงใหม่” ยื่นหนังสือถึง กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ โดยมีข้อเรียกร้องให้เพิ่มบทบัญญัติเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมทั้งศึกษาร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร รวมทั้งกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดจัดการตนเอง โดยมีเนื้อหาดังนี้

“เรียน ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค  วุฒิสภา

รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นไทย มีการพูดถึงการกระจายอำนาจในมิติใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน จนนำไปสู่การแก้กฎหมายตามมาอีกหลายฉบับเพื่อให้ก้าวหน้าเท่าทัน โดยเฉพาะมีการออก พ.ร.บ.ว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งส่งเสริมอำนาจทั้งของประชาชนและหน่วยงานในท้องถิ่น  ความก้าวหน้าดังกล่าวทำให้ช่วงเวลานั้นถูกเรียกว่าเป็น “ทศวรรษแห่งการกระจายอำนาจ” อย่างไรก็ตาม การเกิดรัฐประหารปี 2549 ลากยาวมาจนถึงการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญปี 2560 กลับทำให้ประเด็นการกระจายอำนาจถูกลดทอนความสลักสำคัญลงไป กระทั่งคำว่า “กระจายอำนาจ” ยังไม่ปรากฎในรัฐธรรมนูญปี2560 

กระนั้นก็ตาม เนื่องจากประเด็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษระดับจังหวัด ที่เรียกกันว่า “จังหวัดจัดการตนเอง หรือจังหวัดปกครองตนเอง” เป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อทั้งชีวิตคนในท้องถิ่นตั้งแต่เกิดจนตาย ภาคประชาชนในหลายจังหวัดจึงร่วมกันรณรงค์ผลักดันเรื่องนี้ โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้นำร่องทำการระดมรายมือชื่อเสนอ “ร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร” เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วเมื่อปี 2556 แต่ก็ตกไปเนื่องจากเกิดรัฐประหาร ต่อมาปี 2565 เรื่องการกระจายอำนาจให้จังหวัดปกครองตนเองได้ถูกสังคมพูดถึงอย่างกว้างขวางอีกครั้งหนึ่งในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมทั้งในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2566 ได้มีหลายพรรคการเมืองที่ชูนโยบายอย่างเด่นชัดให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นโดยเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด

ล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2567 ภาคประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ได้เริ่มรณรงค์เข้าชื่อเพื่อเสนอ “ร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร” อีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างระดมหนึ่งหมื่นรายชื่อเพื่อยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันให้ทันช่วงการประชุมสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 นี้

เนื่องจากคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ของวุฒิสภา มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนและการดำเนินการอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งการสิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพฯ

ดังนั้น ภาคประชาชนชาวเชียงใหม่ในนาม “ภาคีเครือข่ายรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ เชียงใหม่” จึงมีข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯ ดังนี้

1.ขอให้ดำเนินการเพิ่มบทบัญญัติเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

2.ขอให้ดำเนินการศึกษาร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร ที่ประชาชนกำลังเข้าชื่อเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยขอให้พิจารณาในประเด็นสำคัญๆ อาทิเช่น ความต้องการของประชาชนในการจัดการตนเอง ความพร้อมของจังหวัดในมิติสำคัญต่างๆ ความเป็นไปได้ ปัญหาอุปสรรค และประเด็นข้อโต้แย้งคัดค้านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้รวมทั้งศึกษากฏหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องในเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯจะรับเอาข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาดำเนินการตามเห็นสมควรต่อไป

ขอแสดงความนับถือ

ชำนาญ จันทร์เรือง ประธานภาคีเครือข่ายรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ เชียงใหม่ และ ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ รองประธานภาคีเครือข่ายฯ”

ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

คนเหนือพร้อมเปลี่ยนเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ข้อเสนอเชิงนโยบายจากเครือข่ายคนภาคเหนือ สู่ความฝัน ‘กระจายอำนาจ’

เรื่อง: พิมลวรรณ ปานทุ่ง หากเป็นไปตามคำมั่นสัญญาของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน ที่ระบุว่าจะมีการยุบสภาภายในวันที่ 31...

ชายแดนไทย–เมียนมาปะทุรุนแรงต่อเนื่อง แม่สอดผวาอพยพรายวัน หลังเมียนมาโจมตีหมู่บ้านมะระกัน ดับ 18 ราย เด็กเล็กเสียชีวิต–แรงระเบิดสั่นถึงฝั่งไทย

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงตึงเครียดอย่างหนักจากการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 40 วัน และยังคงสร้างผลกระทบต่อฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการโจมตีของกองทัพเมียนมา...

เมื่อร้านกาแฟกลายเป็นช่องฟอกเงิน ส.ส.วิโรจน์เตือน เชียงรายเสี่ยงเป็นฐานทุนสแกมเมอร์ จี้รัฐตรวจธุรกิจเงินสด–นอมินี

จังหวัดเชียงรายกำลังถูกจับตามองในฐานะพื้นที่ที่มีการไหลเข้าออกของเงินผิดกฎหมายจากขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) ในภาคเหนือ หลัง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ระบุในงานสัมมนา...

สุขภาพของ ‘เขา’ คือสุขภาพของ ‘เรา’ เหตุผลจริงของการรักษาที่ชายแดน บทเรียนที่แม่สอดและอุ้มผาง กับข้อตกลงสุขภาพข้ามพรมแดนที่ยังมาไม่ถึง

เรื่อง: กุลธิดา กระจ่างกุล อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คือหนึ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาหลายหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในโรงงาน การเกษตร การประมง...