เทศกาลเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ครั้งที่ 2 Eat Healthy, Breathe Happily

Date:

30 พฤศจิกายน 2565



25-27 พฤศจิกายน 2565 ณ สวนป่าในเมือง แม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่ม สม-ดุล เชียงใหม่ สภาลมหายใจเชียงใหม่ กรีนพีซ ประเทศไทย และเครือข่ายภาคประชาสังคม ได้ร่วมจัดงานเทศกาลเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ครั้งที่ 2 (Eat Healthy, Breathe Happily) งานนี้จัดเพื่อการแลกเปลี่ยนและให้ความรู้ในเรื่องพฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของคนในสังคม โดยการสร้างข้อเรียกร้องไปยังภาครัฐให้ทราบถึงผลกระทบและรับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้น



โดยในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09:00-10:00 น. มีการพูดคุยวงเสวนา “ฝุ่นเขา ฝุ่นเรา ฝุ่นใคร” โดย ชนกนันทน์ นันตะวัน กลุ่มสม-ดุล เชียงใหม่ , ปริศนา พรหมมา หัวหน้าแผนงานเสริมความเข้มแข็งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาลมหายใจเชียงใหม่ และรัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ นักรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ ประเทศไทย

ชนกนันทน์ นันตะวัน กลุ่มสม-ดุล เชียงใหม่ อธิบายถึงการมองปัญหาแบบองค์รวมไม่ชี้ไปที่เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ว่าเป็นผู้ก่อมลพิษไม่ได้ช่วยให้เกิดประโยชน์ เพราะต้นเหตุคือการบริโภคของคนในสังคม อุตสาหกรรมอาหาร และนโยบายการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวของรัฐบาลที่บีบบังคับให้เกษตรกรต้องใช้วิธีการเผาซ้ำ ๆ คือวิฤตที่สำคัญที่ทุกคนต่างต้องช่วยกันแก้ไขและเร่งสร้างความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ผู้ที่เป็นต้นเหตุของการก่อมลพิษจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ



รายงาน “เติบโตบนความสูญเสีย : ผลวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม 20 ปีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และเกษตรพันธสัญญาในภาคเหนือของไทย” ที่ออกเผยแพร่โดยกรีนพีช ประเทศไทย เมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นแบบแผนการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเขตภาคเหนือตอนบนของไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ในรายงานพบว่าระหว่างปี 2545-2565 พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในภาคเหนือตอนบนของไทยเพิ่มขึ้นจาก 621,280 ไร่ เป็น 2,430,419 ไร่ คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า และมีอัตราคงที่หลังจากปี 2550 แต่พบว่ามีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะรัฐฉาน เมียนมา และภาคเหนือของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหามลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมายาวนานเรื้อรัง แต่ยังไร้ภาระรับผิดจากอุตสาหกรรมที่ได้รับผลประโยชน์จากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในภูมิภาค



ปริศนา พรหมมา หัวหน้าแผนงานเสริมความเข้มแข็งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวต่อว่าพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวนั้นเมื่อปลูกซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ผลผลิตจะค่อย ๆ ลดลง สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น นี่เป็นวงจรที่เข้าแล้วออกยากที่สุด เนื่องจากหนี้สินเกษตรกรที่กำหนดให้เกษตรกรต้องอยู่ในวงจรนี้ ประกอบกับปัจจัยทางสภาพภูมิศาสตร์ และนโยบายของรัฐที่เอื้อกับทุนอีกด้วย

รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ นักรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ ประเทศไทย อธิบายว่าการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อป้อนให้กับอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ตามนโยบายของรัฐต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ รวมทั้งมลพิษทางอากาศที่ส่งผลข้ามพรมแดน ความไม่เป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน ภาครัฐเองก็ต้องสร้างกลไกทางกฎหมายและดำเนินการอย่างเคร่งครัดในการกำหนดมาตรการและนโยบายเพื่อเอาผิดภาคอุตสาหกรรมต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เพื่อต่อกรกับความเร่งด่วนของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

เจตนารมณ์ของเสวนาฝุ่นเขา ฝุ่นเรา ฝุ่นใคร ก็คือ “ราวสองทศวรรษที่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนต้องรับความเสี่ยงทางสุขภาพจากปัญหามลพิษทางอากาศ แต่กลับไร้การแก้ปัญหาอย่างจริงจังจากรัฐบาล อุตสาหกรรมผู้ได้รับผลประโยชน์ต่อเนื่องและเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนในห่วงโซ่อุปทานอาหารสัตว์ควรมีภาระรับผิด และถึงเวลาที่รัฐบาลจำเป็นต้องแสดงเจตนารมณ์และดำเนินการอย่างเคร่งครัดในการกำหนดมาตรการและนโยบายเพื่อเอาผิดภาคอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ เพื่อต่อกรกับความเร่งด่วนของวิกฤตสุขภาพของประชาชนในภาคเหนือตอนบนของไทย”



ภายในงานยังมีการจัดแสดง Installation Art ในชื่อ “กระสอบพันธสัญญา” โดยกลุ่มศิลปิน Haze Boundary Lap ด้านกลุ่มศิลปินได้กล่าวว่า การที่เห็นวัสดุที่เกี่ยวกับเกษตรพันธสัญญาและได้นำกระสอบมาเป็นองค์ประกอบในการสื่อสาร กระสอบในฐานะที่เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ที่ได้มีการถูกเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมไปเรื่อย ๆ เกษตรกรยังต้องซื้อปุ๋ยจากทุนใหญ่และหลังจากการเก็บเกี่ยวก็ยังเหลือซังข้าวโพดที่รอการเผา พอเก็บเกี่ยวแล้วยังต้องนำเมล็ดกลับคืนไปยังทุนใหญ่จากเงื่อนไขการรับประกันราคาสินค้า จากนั้นทุนใหญ่จึงได้นำเมล็ดเหล่านี้ไปจำหน่ายต่อให้เกษตรกรอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และรับเนื้อสัตว์มาจำหน่ายต่อในรูปแบบอาหารแปรรูป กระสอบจึงถือเป็นลักษณะของโครงสร้างของทุนที่ซ้อนทับเป็นชั้นบนสังคมไปเรื่อย ๆ จุดนี้จึงแสดงให้เห็นถึงการกินรวบของกลุ่มทุนไม่กี่เจ้า ข้อมูลบนกระสอบที่ถูกทำให้มีหลากหลายแบบก็ยังทำให้เห็นว่าผู้บริโภคนั้นมีเสรีภาพในการเลือกซื้ออาหารในการบริโภคแต่ในความเป็นจริงนั้นคุณภาพของอาหารที่ถูกนำมาจำหน่ายโดยทุนใหญ่นั้นไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก เป็นเพียงการตลาดที่ทำให้เราคิดว่าเราสามารถเลือกคุณภาพของอาหารที่เราบริโภคได้

ชนกนันทน์ นันตะวัน กลุ่ม สม-ดุล เชียงใหม่ กล่าวกับทาง Lanner ว่า เทศกาลเพื่อลมหายใจครั้งที่ 2 ถูกจัดขึ้นเพื่อพูดถึงเรื่องง่าย ๆ ตามธีม Eat Healthy, Breathe Happily เป็นเหมือนกับการค้นหาว่าสิ่งที่เรากินนั้น เราต้องกินทุกอย่างที่เรารู้แหล่งที่มา แต่ในปัจจุบันเราบริโภคโดยไม่ทราบถึงแหล่งที่มาว่าอาหารที่เราทานมันอาจเกิดจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เกิดปัญหาฝุ่นควัน งานนี้เลยมีจุดประสงค์ในการรณรงค์ว่า สิ่งที่เราทานนั้นสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เราเลยอยากชวนผู้เข้าร่วมให้ตระหนักถึงการกินและบริโภคว่าต้องรู้ที่มาของแหล่งอาหารทุกจานที่รับประทาน และเป็นการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่มาเปิดบูทจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อเป็นการสื่อสารระหว่างผู้ผลิตและผู้ที่มาร่วมว่ายังมีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าจากผู้ผลิตที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่ ในปัจจุบันตลาดเหล่านี้พบเห็นได้น้อยมากและหลายคนเลือกที่จะซื้อจาก Super Store หรือตลาดทั่วไปที่มาจากกระบวนการทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง



ทั้งนี้ ชนกนันทน์ อธิบายต่อว่า ปัญหาคือในเรื่องของการใช้พื้นที่สาธารณะนั้นสาธารณะจริงหรือไม่ เพราะพื้นที่สาธารณะรัฐเป็นผู้ครอบครองและดูแลอยู่การจะเข้าไปดำเนินกิจกรรมมันเป็นเรื่องที่ยาก เหตุผลที่เลือกพื้นที่อุทยานเพราะอยากที่จะสร้างการรับรู้ว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะได้ จากประเด็นที่ขับเคลื่อนอยู่นี้เกี่ยวพันถึงนโยบายรัฐและยุทธศาสตร์ของกลุ่มทุนใหญ่ เราจึงทำให้เป็นประเด็นที่รัฐยอมรับได้จนเกิดเป็น เทศกาลสภาลมหายใจเชียงใหม่ครั้งที่ 2 แต่เนื้อหาในงานเป็นการวิพากษ์นโยบายของอุทยานและกรมทรัพยากรว่ายังไม่ดีพอ ทำให้เป็นปัญหาต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและฝุ่นควัน เพราะบางพื้นที่ที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่รัฐกลับเลือกที่จะเพิกเฉยปัญหาเหล่านี้ในขณะที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐ เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจและกลุ่มทุนได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ โดยประเด็นนี้เป็นการจิกกัดในการนำพื้นที่ของรัฐมาใช้วิจารณ์หรือตั้งข้อสงสัยในการทำงานทำงานของรัฐว่าในบางพื้นที่กลับไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเล่านี้ แต่กลับไปเข้มงวดกับกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มที่มีวิถีชีวิตดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ วิถีดั่งเดิมไม่ถูกยอมรับในระดับนโยบาย แต่วิถีอะไรก็ตามที่ทุนให้การสนับสนุนและกระแสบริโภคนิยมรัฐกลับที่จะสนับสนุน ภายในงานยังมี วงเสวนาปัญหาสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอาหาร บูทให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม workshop งานฝีมือจากวัสดุธรรมชาติ บูทจัดจำหน่ายสินค้าจากเกษตรอินทรีย์ และการแสดงดนตรีในสวน สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ ได้ทางเพจ สม-ดุล เชียงใหม่ และ Greenpeace Thailand


ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมข่าวที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลาย บ้างก็มาจากทะเล บ้างก็มาจากภูเขา แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ภาคเหนืออยู่ที่ Lanner นี่แหละ...

ชายแดนไทย–เมียนมาปะทุรุนแรงต่อเนื่อง แม่สอดผวาอพยพรายวัน หลังเมียนมาโจมตีหมู่บ้านมะระกัน ดับ 18 ราย เด็กเล็กเสียชีวิต–แรงระเบิดสั่นถึงฝั่งไทย

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงตึงเครียดอย่างหนักจากการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 40 วัน และยังคงสร้างผลกระทบต่อฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการโจมตีของกองทัพเมียนมา...

เมื่อร้านกาแฟกลายเป็นช่องฟอกเงิน ส.ส.วิโรจน์เตือน เชียงรายเสี่ยงเป็นฐานทุนสแกมเมอร์ จี้รัฐตรวจธุรกิจเงินสด–นอมินี

จังหวัดเชียงรายกำลังถูกจับตามองในฐานะพื้นที่ที่มีการไหลเข้าออกของเงินผิดกฎหมายจากขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) ในภาคเหนือ หลัง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ระบุในงานสัมมนา...

สุขภาพของ ‘เขา’ คือสุขภาพของ ‘เรา’ เหตุผลจริงของการรักษาที่ชายแดน บทเรียนที่แม่สอดและอุ้มผาง กับข้อตกลงสุขภาพข้ามพรมแดนที่ยังมาไม่ถึง

เรื่อง: กุลธิดา กระจ่างกุล อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คือหนึ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาหลายหมื่นคนที่เข้ามาทำงานในโรงงาน การเกษตร การประมง...

คกน.-เครือข่าย เปิดเวที ‘ชาติพันธุ์กับรัฐธรรมนูญ’ บทเรียน 50 ปีสู่รัฐธรรมนูญที่คนเท่ากัน

1 ธันวาคม 2568 เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) และเครือข่ายจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘การต่อสู้ของพี่น้องชาติพันธุ์กับความสำคัญของรัฐธรรมนูญ’ โดยมีองค์กรภาคประชาชนจากไทย–เมียนมาร่วมแลกเปลี่ยน เพื่อทบทวนประวัติศาสตร์การต่อสู้ด้านสิทธิชุมชน...