บทสรุป : เงี้ยวเมืองแพร่ ‘กบฏหรือวีรบุรุษ’ ประวัติศาสตร์ของความย้อนแย้ง​

Date:

29/07/2022

เมืองแพร่มีตราประทับของความเป็นเมือง “กบฏ” จึงนำมาสู่การสร้างความทรงจำใหม่ในฐานะ “กบฏผู้ภักดี” “กบฏวีรบุรุษ” “เจ้าหลวงผู้อาภัพ” ล้วนเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่เพื่อจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของเหตุการณ์ในครั้งนี้ใหม่ จากคนหลากหลายกลุ่ม ภายใต้โครงเรื่องประวัติศาสตร์ชาติ(นิยม)กระแสหลัก ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นนิยม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นชาตินิยม จนมาสู่การรับรู้ของคนกลุ่มต่างๆ ทั้งตรงกัน และขัดแย้ง ทำให้ประวัติศาสตร์หรือการรับรู้ต่อประวัติศาสตร์เมืองแพร่ไม่มีประวัติศาสตร์โครงเรื่องใดเป็นโครงเรื่องหลัก อันนำมาสู่การมีตำแหน่งแห่งที่ของคนกลุ่มต่างๆ ในเมืองแพร่ ​ ​ ​

เรื่องเล่ากบฏเงี้ยวของคนในเมืองแพร่จึงสามารถสร้างการรับรู้ได้เฉพาะภายในท้องถิ่น เพื่อจัดตำแหน่งแห่งที่ของคนในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ในวงกว้างการสร้างการรับรู้ประวัติศาสตร์เมืองแพร่ในโครงเรื่องต่างๆ ยังถือว่าประสบความสำเร็จน้อย ยกเว้นโครงเรื่องประวัติศาสตร์แบบท้องถิ่นชาตินิยมที่จะส่งผลต่อการรับรู้ได้มากกว่าประวัติศาสตร์แบบอื่น เพราะประวัติศาสตร์ท้องถิ่นชาตินิยมสามารถตอบสนองการรับรู้ภายใต้ประวัติศาสตร์ชาติ ซึ่งครอบงำความคิดของคนอย่างลึกซึ้งอยู่แล้ว จะเห็นว่ากลุ่มคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้าง ของคนที่มีการศึกษา และมีปฏิสัมพันธ์กับภายนอกสูง เพราะคนเหล่านี้มักประสบพบเจอกับชุดคำถามถึงอดีตความเป็นมา แต่ประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่ถูกรับรู้ในฐานะประวัติศาสตร์ของ “กบฏ” ก่อให้เกิดวิกฤต “อัตลักษณ์” ที่ไม่สามารถให้ความหมายต่อความเป็น “กบฏ” ได้ นำมาสู่การสร้างโครงเรื่องประวัติศาสตร์ที่หลากหลายเพื่อจัดตำแหน่งแห่งที่ใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์เมืองแพร่เมืองแพร่กลับมีพลวัต ทำให้หมุดหมายของการรับรู้ประวัติศาสตร์เมืองแพร่มีการปักถอนอยู่ตลอดเวลาภายใต้บริบทที่เปลี่ยนไป​

นอกจากนี้การที่เมืองแพร่มีตราประทับของความเป็นเมือง “กบฏ” จึงนำมาสู่การสร้างความทรงจำใหม่ในฐานะ “กบฏผู้ภักดี” “กบฏวีรบุรุษ” “เจ้าหลวงผู้อาภัพ” ล้วนเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่เพื่อจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของเหตุการณ์ในครั้งนี้ใหม่ ภายใต้บริบทที่เอื้ออำนวยภายหลังทศวรรษที่ 2540 ​ จากคนหลากหลายกลุ่ม ท้ายที่สุดท่ามกลางกระแสประวัติศาสตร์ชาตินิยมคนในกลุ่มต่างๆ ก็ยังวนเวียนอยู่ในกระแสของชาติที่ยังมีความคิดเรื่องชาติเป็นตัวนำ ในสถานการณ์ที่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่มองจากจุดยืนและผลประโยชน์ของคนในท้องถิ่นไม่สามารถสถาปนาตำแหน่งแห่งที่ จึงทำให้เกิดโครงเรื่องแบบ “ท้องถิ่นชาตินิยม” ปรากฏในการเขียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างแพร่หลาย ​

เขียนและเรียบเรียง : ชัยพงษ์ ​สำเนียง อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร​

บทความนี้เป็นการปรับมาจากหนังสือ ชัยพงษ์ สำเนียง. กบฏเงี้ยว การเมืองของความทรงจำ ประวัติศาสตร์ขบวนการเคลื่อนไหวของ “คนล้านนา”. กรุงเทพฯ : ​ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์กรมหาชน), 2564. และบทความพิริยวงศ์อวตาร: ‘วีรบุรุษ’ ‘กบฏ’ การประดิษฐ์สร้างตัวตนใหม่ทางประวัติศาสตร์. ​ ศิลปวัฒนธรรม ​ ปีที่ 34 ฉบับที่ 9 (ก.ค. 2556) หน้า 114-129 ข้อผิดพลาดของงานชิ้นนี้ย่อมเป็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว​

#กบฏเงี้ยว​
#Lanner

เลือกตั้งอุทัยธานี: บ้านใหญ่ ‘ไทยเศรษฐ์’ และการกลายเป็นจังหวัดเจ้าพ่อ?

จังหวัดอุทัยธานีกลายเป็นจังหวัดเจ้าพ่อไปเสียแล้ว หลังบทบาทบนหน้าสื่อของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.มากสีสัน ผู้แทนจากจังหวัดอุทัยธานีที่นับวันจะมีแต่ทรงอิทธิพลทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งดำรงตำแหน่ง สส. มาต่อเนื่องกว่า...

เชิญพิจารณา: ข้อเสนอ 11 นโยบายที่พรรคการเมืองควรมีสำหรับแก้ไขปัญหาแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง–สาละวิน ปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเหมืองแร่จีนในเมียนมา

เขียน: สืบสกุล กิจนุกร ปัญหาแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง–สาละวิน ปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเหมืองแร่จีนในเมียนมา ต้องการพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งในการแก้ไขปัญหา สำหรับพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ในเขตจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายที่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมขอฝากให้พรรคการเมืองลองพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบาย...

เลือกตั้งน่าน: ฐานแดงเหนียวแน่น กับโจทย์ใหญ่ของผู้ท้าชิงในการเจาะกำแพงตระกูลการเมือง

การเลือกตั้ง สส. จังหวัดน่านรอบนี้ มี 3 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัครรวมสูงถึง 29 คน...

เลือกตั้งนครสวรรค์: แม้เป็นมังกรก็ไม่อาจครองปฐพี 

นครสวรรค์เป็นจังหวัดในภาคเหนือตอนล่างที่มีเขตเลือกตั้งเยอะที่สุด แต่ก็มีลักษณะการเลือกตั้งที่ไม่ต่างกับพิษณุโลกมากนัก กล่าวคือ เป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยตระกูลการเมืองมากมาย ที่ต่างหมุนเวียนเข้าอาสาเป็นผู้แทน แต่ก็ยังไม่มีตระกูลใดหรือบ้านใหญ่หลังไหน จะสามารถเถลิงอำนาจเหนือบ้านหลังอื่นได้ การเลือกตั้งนครสวรรค์จึงมีพลวัตที่สังเกตเห็นได้ชัด ตามการเกิดและดับของบ้านใหญ่หลังต่างๆ และถึงแม้แต่ละเขตจะมีบ้านใหญ่ประจำเขตอยู่แล้ว...